รับมืออย่างไรกับสถานการณ์ COVID – 19 ระบาดหนัก
Research and Knowledge . 18 มีนาคม 2020

นาทีนี้คงไม่มีเรื่องไหนที่คนไทยให้ความสำคัญไปมากกว่าเรื่องไวรัสที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักอย่างไวรัส COVID – 19 หรือใครหลายคนอาจจะคุ้นเคยในชื่อของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ที่มีศูนย์กลางการแพร่ระบาดจากเมืองอูฮั่นประเทศจีน และยังแพร่ระบาดไปอีกหลายประเทศทั่วโลก ไวรัส COVID – 19 ก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจอักเสบ และในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการรุนแรงจนถึงขึ้นเสียชีวิตได้เลยครับ

ดังนั้นการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVIC – 19 จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน วันนี้ทาง SC Asset จึงขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับไวรัส COVID – 19 เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รู้จักและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ของไวรัส COVID – 19 ที่คนทั้งโลกกำลังจับตามองอยู่ในขณะนี้ จะมีหัวข้ออะไรบ้าง ไปดูกันเลยครับ

COVID – 19 คืออะไร?

COVID – 19 คือเชื้อไวรัสที่กลายพันธุ์มากจากเชื้อไวรัสโคโรน่าที่มีขนาดเล็กมากครับ ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ใช้ระยะเวลาในการฟักตัว 2 – 14 วัน โดยผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการไข้ เจ็บคอ น้ำมูกไหล คัดจมูก หอบเหนื่อย แน่นหน้าอก ปวดเมื่อยเนื้อตัว ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ท้องเสีย คลื่นไส้ และอาเจียน ซึ่งไวรัสชนิดนี้สามารถแพร่กระจายเชื้อผ่านทางฝอยละอองของการไอ การจาม และน้ำลายของผู้ป่วยนั่นเองครับ

ประเทศที่มีการระบาดของ COVID – 19

อย่างที่ทราบกันดีว่าเชื้อไวรัส COVID – 19 มีจุดเริ่มต้นการแพร่ระบาดจากประเทศจีน แต่ก็ยังมีอีกหลายประเทศในแถบเอเชียและยุโรปที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสชนิดนี้ครับ โดยในวันที่ 3 มีนาคม 2563 ประเทศไทยได้มีประกาศจากกระทรวงสาธารณะสุขในกรณีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID – 19 กำหนดให้ 9 ประเทศ เป็นประเทศโรคติดต่ออันตราย ได้แก่ ญี่ปุ่น เยอรมนี เกาหลีใต้ จีน (รวมฮ่องกงและมาเก๊า) ไต้หวัน ฝรั่งเศส สิงคโปร์ อิตาลี และอิหร่าน ผู้ที่เดินทางมาจาก 9 ประเทศดังกล่าว ต้องทำการกักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน อย่างไม่มีข้อยกเว้นครับ

กลับจากประเทศเสี่ยง ต้องทำตัวอย่างไร

ผู้ที่กลับจากประเทศที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต้องทำการเฝ้าระวังตัวเองเพื่อรอดูอาการเป็นระยะเวลา 14 วันตามประกาศจากกระทรวงสาธารณะสุขครับ โดยในระยะเวลาที่มีการกักตัวดังกล่าวนี้ ให้เราหมั่นสำรวจตัวเองว่ามีอุณหภูมิร่างกายเกิน 37.5 องศาหรือไม่ โดยเฉพาะถ้ามีอาการร่วมกับอาการไอ มีน้ำมูก หอบเหนื่อย หรือแค่อาการใดอาการหนึ่งก็ควรให้ดำเนินการประสานงานกับทางโรงพยาบาลที่กระทรวงสาธารณะสุขกำหนดให้ทันทีครับ

การดูแลตนเองและที่อยู่อาศัย

สำหรับเรื่องการดูแลตนเองและที่อยู่อาศัยนั้น กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณะสุขได้ให้คำตอบในเรื่องนี้เอาไว้แล้ว ซึ่งสรุปง่ายๆ ว่า ควรล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างน้อย 20 วินาที กิน ร้อน ช้อนกลาง หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า เคะจมูก หรือขยี้ดวงตา ควรเช็ดทำความสะอาดสิ่งที่หยิบจับบ่อยๆ ด้วยน้ำสบู่ เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได ปิดฝาชักโครกทุกครั้งที่กดล้างเพื่อลดการฟุ้งกระจายของไวรัสครับ

การป้องกันเมื่อต้องออกนอกบ้าน

การป้องกันเมื่อต้องออกนอกบ้านถือเป็นอีกสิ่งสำคัญที่หลายคนไม่ควรมองข้าม เพราะโอกาสติดเชื้อไวรัสยามออกนอกบ้านก็มีมากเช่นกัน โดยเฉพาะการต้องอยู่ในที่ที่คนเยอะ ซึ่งเมื่อเราต้องออกจากบ้านทุกครั้งควรสวมใส่หน้ากาอนามัย ถ้าเป็นไปได้ให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่มีผู้คนหนาแน่น และการพกเจลล้างมือติดตัวบวกกับหมั่นล้างมืออยู่เสมอเมื่อต้องหยิบจับสิ่งของที่จำเป็นต้องใช้ร่วมกับผู้อื่น เช่น ราวจับบนรถประจำทาง หรือประตูห้องน้ำในห้างสรรพสินค้า ก็สามารถช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสได้เช่นกันครับ

หน้ากากอนามัยใส่อย่างไรให้ปัองกันเชื้อ

ในการใส่หน้ากากอนามัยเองก็ต้องคำนึงถึงความถูกต้องด้วยครับ เพื่อให้การป้องกันการแพร่กระจายไวรัสเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ให้หันด้านสีเขียวออกด้านนอก และดึงหน้ากากอนามัยให้ปิดตั้งแต่จมูกไปจนถึงคาง หน้ากากอนามัยควรที่จะเปลี่ยนทุกวัน ไม่ควรใช้หน้ากากอนามัยร่วมกับผู้อื่นครับ

เรียกได้ว่าการรับมือกับสถานการณ์การแพร่กระบาดของไวรัส COVID – 19 ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ควรทำความเข้าใจและระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งครับ ผู้ที่ไปประเทศในกลุ่มเสี่ยงก็ควรปฏิบัติตามคำแนะนำจากแพทย์ เพื่อที่เราจะได้ไม่ไปเพิ่มความเสี่ยงให้ผู้อื่น และระมัดระวังไม่ให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นแก่ตัวเราด้วยครับ

  • Share :