Corporate16 ต.ค. 2569

บ้านมาตรฐาน SC Green Mark ที่ช่วยส่งเสริมการอยู่อาศัยแบบ Longevity & Wellness

SC
Green Mark House และบ้าน Longevity & Wellness

ท่ามกลางโลกที่ต้องเผชิญทั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ มลภาวะ และสังคมสูงวัย แนวคิดการออกแบบบ้านจึงไม่ได้มุ่งตอบโจทย์เพียงความสวยงามหรือความสะดวกสบายในปัจจุบัน แต่เริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมในระยะยาวมากยิ่งขึ้น

นี่จึงเป็นจุดที่แนวคิด SC Green Mark และบ้าน Longevity & Wellness มาบรรจบกัน ผ่านการออกแบบที่ใส่ใจทั้งสุขภาพ ทรัพยากรธรรมชาติ และความสามารถในการรองรับทุกช่วงวัย เพื่อให้บ้านไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พักอาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่ส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพไปพร้อมกับกาลเวลา

Key Takeaways

  • Green Mark House คือบ้านที่ออกแบบโดยให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ สุขภาวะของผู้อยู่อาศัย และนวัตกรรมที่เหมาะสม
  • Longevity & Wellness เป็นแนวคิดการดูแลคุณภาพชีวิตและสุขภาพในระยะยาว โดยมีสภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัยเป็นหนึ่งในปัจจัยสนับสนุน
  • SC Green Mark คือมาตรฐานอาคารด้านความยั่งยืนที่ SC พัฒนาร่วมกับสถาบันอาคารเขียวไทย โดยนำแนวคิดจากมาตรฐานอาคารสากลมาปรับใช้กับบริบทประเทศไทย
  • บ้านเพื่อสุขภาพควรใส่ใจคุณภาพอากาศ แสงธรรมชาติ อุณหภูมิ วัสดุที่ปล่อยสารระเหยต่ำ และพื้นที่ที่เอื้อต่อการพักผ่อน
  • บ้านประหยัดพลังงานและบ้าน Longevity มีเป้าหมายและนิยามต่างกัน แต่สามารถเสริมคุณค่าซึ่งกันและกันได้
  • สำหรับบ้านหรู ความยั่งยืนยังสะท้อนผ่านความเป็นส่วนตัว ความยืดหยุ่นของพื้นที่ และการออกแบบที่พร้อมรองรับความต้องการในอนาคต
  • SC นำเสนอแนวคิดดังกล่าวผ่าน SC Green Mark, Grand Bangkok Boulevard และการพัฒนา 95E1 ภายใต้แนวคิด The Longevity Residence

ทำไมองค์ประกอบและสภาพแวดล้อมภายในบ้านจึงสำคัญต่อ Longevity?

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO อธิบายแนวคิด Healthy Ageing ว่าเกี่ยวข้องกับการพัฒนาและรักษาความสามารถในการดำเนินชีวิตที่ช่วยให้บุคคลมีสุขภาวะที่ดีเมื่ออายุมากขึ้น โดยสภาพแวดล้อม รวมถึงบ้านและชุมชน มีส่วนสำคัญต่อความสามารถดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม บ้าน Longevity ไม่ใช่บ้านที่รับประกันการมีอายุยืนยาว เพราะสุขภาพยังขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านพันธุกรรม การดำเนินชีวิต โภชนาการ และการดูแลทางการแพทย์ควบคู่กัน

Green Mark House กับบ้าน Longevity & Wellness เหมือนหรือต่างกันอย่างไร?

แม้จะมีจุดเริ่มต้นต่างกัน แต่แนวคิด Green Mark House และ Longevity & Wellness ก็สอดคล้องกันได้ เพราะการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาวย่อมเกี่ยวข้องกับคุณภาพของสภาพแวดล้อมที่เราใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน

บ้านที่ช่วยควบคุมความร้อนและจัดการพลังงานอย่างเหมาะสม ไม่เพียงตอบโจทย์ความยั่งยืน แต่ยังสามารถเพิ่มความสบายในการพักผ่อน ขณะที่บ้านที่ลดมลพิษทางอากาศและใช้วัสดุปล่อยสารระเหยต่ำ ก็สามารถสนับสนุนทั้งคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายในอาคารและสุขภาวะของผู้อยู่อาศัย

กล่าวได้ว่า Green Mark House มุ่งสร้างรากฐานของสภาพแวดล้อมที่ดี ส่วน Longevity & Wellness ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตที่เกิดขึ้นภายในสภาพแวดล้อมนั้น

5 องค์ประกอบของบ้านมาตรฐาน SC Green Mark ที่ช่วยส่งเสริมการอยู่อาศัยแบบ Longevity & Wellness

SC จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยผ่านแนวคิดความยั่งยืน โดยเลือกใช้วัสดุและเทคโนโลยีที่ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการพักผ่อน การใช้พลังงาน และการดูแลคุณภาพชีวิตในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด บ้าน Longevity & Wellness ที่มองว่าบ้านควรเป็นพื้นที่ที่เติบโตไปพร้อมกับทุกช่วงวัยของชีวิต

1. Clean Air & Healthy Materials: อากาศสะอาดและวัสดุที่ใส่ใจสุขภาพ

บ้าน SC Green mark

อากาศที่ดีเป็นหนึ่งในความสะดวกสบายที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ในทุกลมหายใจ SC จึงให้ความสำคัญกับการเลือกวัสดุตกแต่งและนวัตกรรมที่ช่วยดูแลคุณภาพอากาศภายในบ้าน ตั้งแต่การลดแหล่งกำเนิดสารระเหย ไปจนถึงการจัดการอากาศให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัย

  • ตัวอย่างที่สำคัญคือการเลือกใช้ สีทาบ้าน Low VOC ซึ่งมีการปล่อยสารอินทรีย์ระเหยง่ายในระดับต่ำ ช่วยลดแหล่งกำเนิดมลพิษจากสีทาภายในอาคาร เมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่มีการปล่อย VOC สูงกว่า
  • นอกจากนี้ ในโครงการที่ติดตั้ง Active Air นวัตกรรมดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการคุณภาพอากาศภายในบ้าน โดยประสิทธิภาพการลดฝุ่นหรือมลพิษแต่ละประเภทขึ้นอยู่กับรายละเอียดของระบบที่ติดตั้ง

2. Thermal & Acoustic Comfort: อิฐมวลเบา Q-CON เพื่อบ้านที่เย็นสบายและสงบยิ่งขึ้น

ความสงบและอุณหภูมิที่เหมาะสมเป็นส่วนสำคัญของการพักผ่อน โดยเฉพาะในบ้านหรูที่ต้องการสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับสมาชิกแต่ละคน

  • SC เลือกใช้อิฐมวลเบา Q-CON (Autoclaved Aerated Concrete: AAC) ในการก่อผนังบ้าน โดยพิจารณาวิธีการก่อและความหนาของผนังให้เหมาะกับการใช้งานในแต่ละส่วน แทนการพึ่งพาผนังคอนกรีตสำเร็จรูปแบบรับน้ำหนักหรือ Precast เป็นแนวทางหลักของบ้าน
  • อิฐมวลเบา Q-CON มีโครงสร้างภายในที่ประกอบด้วยฟองอากาศขนาดเล็กจำนวนมาก จึงมีคุณสมบัติช่วยต้านทานการถ่ายเทความร้อนผ่านผนัง เมื่อประกอบเข้ากับการออกแบบอาคารอย่างเหมาะสม สามารถช่วยลดความร้อนที่เข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัยและลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ
  • ในด้านความสงบ การเลือกความหนาและรายละเอียดระบบผนังที่เหมาะสมยังสามารถช่วยลดเสียงรบกวนระหว่างพื้นที่ได้ ทั้งนี้ ประสิทธิภาพการกันเสียงขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของผนังทั้งหมด ไม่ใช่ชนิดอิฐเพียงอย่างเดียว
  • อีกหนึ่งข้อดีของระบบผนังก่ออิฐที่ไม่ได้ทำหน้าที่รับน้ำหนักโครงสร้าง คือความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนพื้นที่บางส่วนในอนาคต ภายใต้การตรวจสอบของวิศวกรและข้อกำหนดด้านโครงสร้าง

คุณสมบัติเหล่านี้จึงสอดคล้องกับแนวคิด Longevity Living ทั้งการสร้างพื้นที่พักผ่อนที่สบายขึ้น และการเตรียมบ้านให้พร้อมรองรับความต้องการของครอบครัวที่อาจเปลี่ยนไปตามกาลเวลา

3. Energy Efficiency: วัสดุหลังคาและ Solar Roof เพื่อการใช้พลังงานอย่างมีคุณค่า

Energy Efficiency: วัสดุหลังคาและ Solar Roof เพื่อการใช้พลังงานอย่างมีคุณค่า

บ้านที่คำนึงถึงความยั่งยืนควรเริ่มต้นจากการลดพลังงานที่ไม่จำเป็น ก่อนเสริมด้วยเทคโนโลยีผลิตพลังงานสะอาด

  • ในกลุ่มวัสดุหลังคาที่ SC เลือกใช้ มีผลิตภัณฑ์หลังคาเหล็กเคลือบจาก BlueScope ซึ่งบางรุ่นมีเทคโนโลยีสะท้อนรังสีความร้อนจากแสงอาทิตย์ ช่วยลดการดูดซับความร้อนของผิวหลังคาเมื่อเทียบกับวัสดุหรือสีหลังคาที่มีค่าการสะท้อนต่ำกว่า
  • เมื่อทำงานร่วมกับระบบฉนวนใต้หลังคาและการระบายอากาศอย่างเหมาะสม จึงสามารถช่วยลดความร้อนที่ถ่ายเทเข้าสู่ตัวบ้าน และเสริมความสบายภายในพื้นที่พักผ่อนได้
  • ขณะเดียวกัน SC ยังนำนวัตกรรม Solar Roof มาใช้ในบ้านหลายโครงการ เช่น Grand Bangkok Boulevard ราชพฤกษ์–พรานนก เพื่อเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้าสำหรับใช้งานภายในบ้าน และลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากโครงข่ายในช่วงที่ระบบสามารถผลิตพลังงานได้

การผสานวัสดุก่อสร้างที่ช่วยควบคุมความร้อนเข้ากับเทคโนโลยีพลังงานสะอาด จึงสะท้อนแนวคิด Green Living ที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างความสะดวกสบายในการอยู่อาศัยกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ

4. Future-Ready Living: ระบบผนังที่ยืดหยุ่นและ Smart Home ที่เข้าใจทุกช่วงวัย

บ้านที่ดีในวันนี้ควรสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตในวันข้างหน้า เพราะความต้องการของครอบครัวไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับช่วงวัยใดช่วงวัยหนึ่ง

  • ระบบผนังก่ออิฐมวลเบา Q-CON ที่ SC เลือกใช้ในบ้าน สามารถเอื้อต่อการปรับเปลี่ยนผนังกั้นห้องที่ไม่ใช่ผนังรับน้ำหนักได้ภายใต้ข้อกำหนดทางวิศวกรรม ไม่ว่าจะเป็นการปรับห้องทำงานให้กลายเป็นห้องพักผ่อน การรวมพื้นที่ใช้สอย หรือการปรับฟังก์ชันบางส่วนให้เหมาะกับสมาชิกที่มีอายุมากขึ้น
  • นอกจากนี้ โครงการบ้าน SC บางแห่งยังติดตั้งระบบ Smart Home เช่น Home Hub, Smart Plug, Motion Sensor และ Digital Door Lock เพื่อเพิ่มความสะดวกในการควบคุมอุปกรณ์และดูแลความปลอดภัยภายในบ้าน
  • เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถช่วยลดขั้นตอนบางอย่างในชีวิตประจำวัน เช่น การเปิดปิดอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือการตรวจสอบสถานะของระบบต่าง ๆ ภายในบ้าน

เมื่อผสานกับการออกแบบพื้นที่ที่เหมาะสม บ้านจึงสามารถรองรับการใช้ชีวิตของสมาชิกต่างวัยได้อย่างยืดหยุ่น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหัวใจของแนวคิด Longevity Living ที่ให้ความสำคัญกับการรักษาความเป็นอิสระและคุณภาพชีวิตในระยะยาว

5. Wellness & Mindfulness Spaces: พื้นที่ที่ทำให้การดูแลสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

สระว่ายน้ำกลางบ้าน

นอกเหนือจากการเลือกใช้วัสดุและนวัตกรรมที่ช่วยดูแลสภาพแวดล้อมแล้ว การออกแบบพื้นที่ภายในบ้านยังมีบทบาทสำคัญต่อการส่งเสริมสุขภาวะ

  • ตัวอย่างเช่น Grand Bangkok Boulevard RELIÉE SERIES ที่ออกแบบ The RELIÉE Wellness Courtyard ให้เชื่อมโยงสระว่ายน้ำส่วนตัวกึ่งกลางแจ้งเข้ากับ Movement & Mindfulness Studio และพื้นที่พักผ่อนของครอบครัว
  • การจัดวางพื้นที่ดังกล่าวช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสามารถทำกิจกรรมดูแลสุขภาพ เช่น ออกกำลังกาย โยคะ หรือพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวได้สะดวกยิ่งขึ้น
  • ขณะที่พื้นที่สวนและบริเวณพักผ่อนภายในโครงการบ้านหรูของ SC ยังเปิดโอกาสให้สมาชิกครอบครัวได้เปลี่ยนบรรยากาศจากชีวิตประจำวันมาใช้เวลาท่ามกลางธรรมชาติ

เมื่อฟังก์ชันเหล่านี้ทำงานร่วมกับการออกแบบอาคารที่ใส่ใจคุณภาพอากาศ อุณหภูมิ และความสงบ บ้านจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับพักผ่อน แต่สามารถเป็นสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนการดูแลสุขภาพกายและใจอย่างต่อเนื่อง

เพราะหนึ่งในคุณค่าของบ้าน Longevity & Wellness ไม่ใช่การมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากที่สุด แต่คือการมีพื้นที่ที่ทำให้เราอยากกลับมาดูแลตัวเองและใช้เวลากับคนสำคัญในทุกวัน

แนะนำบ้านหรู SC ที่เชื่อมโยงแนวคิด Green Mark House และ Longevity & Wellness

จากแนวคิดด้านความยั่งยืนสู่ประสบการณ์การใช้ชีวิต SC ได้นำองค์ประกอบด้านสุขภาวะ พลังงาน และนวัตกรรมมาพัฒนาในโครงการบ้านหรูหลากหลายรูปแบบ โดยแต่ละโครงการมีจุดเด่นแตกต่างกัน ทั้งบ้านที่นำมาตรฐาน SC Green Mark มาใช้อย่างเป็นรูปธรรม และบ้านที่นำแนวคิด Wellness & Longevity มาผสานกับสถาปัตยกรรมและฟังก์ชันการอยู่อาศัย

Grand Bangkok Boulevard ราชพฤกษ์–พรานนก บ้านหรูนำร่องมาตรฐาน SC Green Mark

Grand Bangkok Boulevard ราชพฤกษ์–พรานนก บ้านหรูนำร่องมาตรฐาน SC Green Mark

แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์–พรานนก เป็นโครงการคฤหาสน์หรูบนทำเลราชพฤกษ์–พรานนก ที่ถ่ายทอดเสน่ห์สถาปัตยกรรม Cape Dutch Revival ภายใต้แนวคิด Symmetry, by Intention ซึ่งให้ความสำคัญกับความสมดุลและความสัมพันธ์ของพื้นที่ภายในบ้าน

  • โครงการแห่งนี้ยังเป็นโครงการนำร่องที่ SC ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน SC Green Mark โดยผสานแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้ากับคุณภาพการอยู่อาศัยระดับ Luxury
  • ภายในบ้านมีการนำระบบ Solar Roof, Active Air และ Home Hub มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการพลังงานและอำนวยความสะดวก พร้อมการออกแบบพื้นที่ที่ตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัวและการใช้ชีวิตร่วมกันของครอบครัว

Grand Bangkok Boulevard แจ้งวัฒนะ–ราชพฤกษ์ บ้านหรูที่เชื่อมทุกความสัมพันธ์ของครอบครัว

Grand Bangkok Boulevard แจ้งวัฒนะ–ราชพฤกษ์ บ้านหรูที่เชื่อมทุกความสัมพันธ์ของครอบครัว

แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด แจ้งวัฒนะ–ราชพฤกษ์ ถ่ายทอดความสง่างามของสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเมือง Madrid ประเทศสเปน พร้อมให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลางและการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกต่างเจเนอเรชัน

  • บ้านซีรีส์ใหม่อย่าง RELIÉE เน้นการเชื่อมโยงพื้นที่ครอบครัวกับความเป็นส่วนตัว ขณะที่นวัตกรรม Solar Roof, Active Air และ Smart Air Conditioner ช่วยเติมเต็มมิติของความสะดวกสบายและการบริหารจัดการบ้านสมัยใหม่
  • โครงการจึงเหมาะสำหรับครอบครัวที่มองหาบ้านหรูซึ่งรองรับทั้งช่วงเวลาส่วนตัว การพักผ่อน และความทรงจำร่วมกันภายในบ้านหลังเดียว โดยควรตรวจสอบสถานะการรับรอง SC Green Mark กับทางโครงการเพิ่มเติม

95E1 นิยามของ Ultra Luxury ผ่าน The Longevity Residence

95e1 บ้านหรู ระดับ 100 ล้าน

95E1 (Ninety-Five East One) โครงการคฤหาสน์หรูระดับ Ultra Luxury บนทำเลเลียบทางด่วนเอกมัย–รามอินทรา ถ่ายทอดสถาปัตยกรรม Modern Neoclassic ภายใต้แนวคิด Defining Elegance ที่ให้ความสำคัญกับความงามเหนือกาลเวลาและความประณีตของการออกแบบ

  • SC ยังต่อยอดแนวคิด The Longevity Residence ร่วมกับ Boundary เพื่อนำประสบการณ์ด้าน Wellness เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่อยู่อาศัย ทั้งพื้นที่สำหรับการออกกำลังกาย การพักผ่อน และการฟื้นฟูความสดชื่นของร่างกาย
  • องค์ประกอบอย่าง Sauna, Smart Steam System และอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน สะท้อนมุมมองที่ว่า Wellness ไม่จำเป็นต้องแยกออกจากความงดงามของบ้าน แต่สามารถอยู่ร่วมกับสถาปัตยกรรมและงานตกแต่งภายในได้อย่างกลมกลืน
  • 95E1 จึงนำเสนออีกมิติของ Luxury Wellness Living ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์เฉพาะตัว ความเป็นส่วนตัว และอิสระในการดูแลสุขภาพ ทั้งนี้ รายละเอียดของพื้นที่และอุปกรณ์ที่จัดแสดงภายใต้แนวคิด The Longevity Residence 

สรุป

บ้านหนึ่งหลังอาจได้รับการออกแบบให้สวยสง่าหรูหราตั้งแต่วันแรกที่เข้าอยู่อาศัย แต่คุณค่าที่แท้จริงของบ้านจะค่อย ๆ ปรากฏผ่านกาลเวลา ในวันที่สมาชิกในครอบครัวเติบโตขึ้น ผ่านความเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล และผ่านช่วงชีวิตที่แต่ละคนมีความต้องการแตกต่างกัน

แนวคิด Green Mark House และ Longevity & Wellness จึงช่วยเปิดมุมมองใหม่ของการเลือกบ้าน จากการพิจารณาเพียงความสวยงามหรือเทคโนโลยี ไปสู่การให้ความสำคัญกับสุขภาวะ ความยั่งยืน และคุณภาพชีวิตอย่างรอบด้าน

เพราะความหรูหราอาจไม่ได้หมายถึงการมีทุกสิ่งมากที่สุด หากคือการได้ใช้ชีวิตในพื้นที่ที่เข้าใจเราอย่างลึกซึ้ง พร้อมมอบความสบายใจ ความเป็นส่วนตัว และอิสระในการใช้ชีวิตในทุกวัน

SC ถ่ายทอดความตั้งใจดังกล่าวผ่านมาตรฐาน SC Green Mark และแนวคิดการอยู่อาศัยของโครงการบ้านหรู ที่พยายามสร้างสมดุลระหว่างสถาปัตยกรรม นวัตกรรม และความต้องการของมนุษย์ เพื่อให้บ้านไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ที่เราเลือกอยู่ในวันนี้ แต่เป็นพื้นที่ที่พร้อมเติบโตไปกับเราในทุกวันข้างหน้า

แชร์คัดลอกลิงก์แล้ว