หลายคนที่กำลังมองหาบ้านสักหลัง โดยเฉพาะบ้านในระดับราคาหลักสิบล้านขึ้นไป มักมีคำถามคาใจอยู่เสมอว่า "ซื้อบ้านแบรนด์ไหนดี" หรือ "ซื้อบ้านเจ้าไหนดี" เพราะบ้านไม่ใช่แค่สินทรัพย์ที่ใช้เงินก้อนใหญ่ที่สุดในชีวิตของใครหลายคน แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เราต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับครอบครัวไปอีกหลายสิบปี การเลือกแบรนด์ผู้พัฒนาโครงการที่ไว้ใจได้ จึงสำคัญไม่แพ้การเลือกทำเลหรือดีไซน์ตัวบ้านเลยทีเดียว ไปดูว่าอะไรคือปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน และทำไม SC จึงเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในตลาดบ้านหรูระดับลักชัวรีขณะนี้ ผ่านกรณีศึกษาจริงอย่างโครงการ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก ที่สร้างปรากฏการณ์ปิดการขายคฤหาสน์มูลค่า 100 ล้านบาท ได้ตั้งแต่วันแรกของการเปิดตัว
Key Takeaway
- คำถาม "ซื้อบ้านแบรนด์ไหนดี" ควรพิจารณาจากผลงานจริง ไม่ใช่แค่คำโฆษณา
- SC Asset ครองตำแหน่งผู้นำตลาดบ้านระดับราคา 30 ล้านบาทขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง
- โครงการ Grand Bangkok Boulevard ราชพฤกษ์-พรานนก ปิดการขายคฤหาสน์ 100 ล้านบาทตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว
- เป็นโครงการแรกของ SC ที่นำมาตรฐาน SC Green Mark มาใช้ เพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
- ดีไซน์สไตล์ Cape Dutch Revival ผสานฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่และการอยู่อาศัยแบบ Multi-generation
- ยอดขายกลุ่ม Luxury และ Ultra Luxury ของ SC เติบโตต่อเนื่องทุกปี จาก 6,921 ล้านบาท (2566) เป็น 9,414 ล้านบาท (2568)
- ปัจจุบัน SC มีโครงการกลุ่มลักชัวรีฝั่งตะวันตกรวม 18 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 34,000 ล้านบาท

ซื้อบ้านแบรนด์ไหนดี ทำไมคำถามนี้ถึงสำคัญกว่าที่คิด
การซื้อบ้านสักหลังไม่ใช่การตัดสินใจที่ทำได้ง่าย ๆ เพราะเกี่ยวข้องกับเงินก้อนใหญ่ ระยะเวลาการอยู่อาศัยที่ยาวนาน และคุณภาพชีวิตของทุกคนในครอบครัว หลายคนจึงเริ่มต้นด้วยการค้นหาว่า "ซื้อบ้านเจ้าไหนดี" ก่อนที่จะไปดูเรื่องทำเลหรือราคา เพราะแบรนด์ที่น่าเชื่อถือมักการันตีในเรื่องคุณภาพงานก่อสร้าง การบริการหลังการขาย และมูลค่าการลงทุนในระยะยาวได้ดีกว่า
ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อบ้าน
- ชื่อเสียงและผลงานที่ผ่านมาของแบรนด์ – แบรนด์ที่มีประวัติการันตีคุณภาพ มักลดความเสี่ยงเรื่องปัญหาหลังโอนบ้าน
- ทำเลที่ตั้งของโครงการ – ทำเลที่เดินทางสะดวก ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก และมีศักยภาพเติบโตในอนาคต
- คุณภาพการออกแบบและการก่อสร้าง – ทั้งดีไซน์ภายนอกและฟังก์ชันการใช้งานภายในบ้าน
- มาตรฐานด้านความยั่งยืน – บ้านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาวและดีต่อสุขภาพผู้อยู่อาศัย
- บริการหลังการขายและการดูแลลูกบ้าน – เป็นตัวชี้วัดสำคัญของความใส่ใจในระยะยาว
เมื่อนำปัจจัยเหล่านี้มาเทียบกับผลงานจริงของแต่ละแบรนด์ในตลาด จะเห็นได้ว่า SC เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ตอบโจทย์ครบทุกด้าน โดยเฉพาะในตลาดบ้านหรูระดับลักชัวรีที่การแข่งขันด้านคุณภาพสูงมาก

ซื้อบ้านเจ้าไหนดี เมื่อ SC พิสูจน์ตัวเองในตลาดบ้านหรู
หากพูดถึงตลาดบ้านระดับราคา 30 ล้านบาทขึ้นไป SC คือหนึ่งในผู้นำที่ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์อย่างต่อเนื่องทุกปี ล่าสุดบริษัทได้เดินหน้าเปิดเกมรุกครึ่งปีหลังของปี 2569 ด้วยการเปิดตัวโครงการคฤหาสน์หรูแห่งใหม่ที่สร้างความฮือฮาให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยไปเรียบร้อยแล้ว

ปิดการขายคฤหาสน์หรูมูลค่า 100 ล้านบาทตั้งแต่วันแรก
iURBAN เผยความสำเร็จที่นิยามมาตรฐานใหม่ของตลาดคฤหาสน์ระดับลักชัวรีเกิดขึ้นจริงเมื่อ SC ปิดการขายคฤหาสน์มูลค่า 100 ล้านบาท ได้ตั้งแต่วันแรกของการเผยโฉมโครงการ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก สะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับที่โดดเด่นต่อคฤหาสน์ซีรีส์ใหม่ในสไตล์ Cape Dutch Revival ที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า สู่การอยู่อาศัยร่วมสมัยอย่างสมบูรณ์แบบ
ปรากฏการณ์นี้นับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของการพัฒนาโครงการที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพการออกแบบในทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่แนวคิดทางสถาปัตยกรรมไปจนถึงรายละเอียดที่หล่อหลอมประสบการณ์การอยู่อาศัยเหนือระดับอย่างแท้จริง และยังตอกย้ำว่าเมื่อพูดถึงคำถาม "ซื้อบ้านแบรนด์ไหนดี" ในกลุ่มบ้านหรูระดับบน SC คือชื่อที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง
SC Green Mark มาตรฐานสีเขียวที่สร้างความแตกต่าง
นอกเหนือจากความหรูหราและฟังก์ชันการใช้งานแล้ว SC ยังสร้างอีกหนึ่งมาตรฐานสำคัญให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ด้วยการเป็นดีเวลลอปเปอร์ไทยรายแรกที่พัฒนามาตรฐาน Green Residential ของตนเองขึ้นมาเอง ภายใต้ชื่อ SC Green Mark ซึ่งได้รับการรับรองโดยสถาบันอาคารเขียวไทย
โครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก เป็นโครงการแรกของ SC ที่นำมาตรฐานดังกล่าวมาปรับใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยมาตรฐาน SC Green Mark ครอบคลุม 4 คุณค่าหลัก ได้แก่ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การสร้างความสบายในการอยู่อาศัยและส่งเสริมสุขภาวะที่ดี และการเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในอนาคต
ทำไมบ้านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมถึงสำคัญกับการเลือกซื้อบ้านยุคนี้
ในยุคที่ค่าไฟและปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้นทุกวัน บ้านที่ออกแบบมาให้ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้น ไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว แต่ยังช่วยส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัยทุกคนในครอบครัว นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้คำตอบของคำถาม "ซื้อบ้านแบรนด์ไหนดี" มักชี้ไปที่แบรนด์ที่มีวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนชัดเจนอย่าง SC Asset
โครงการนี้จะเป็นโครงการต้นแบบที่พัฒนาด้วยมาตรฐาน SC Green Mark และจะขยายไปสู่โครงการอื่น ๆ ที่จะเปิดตัวในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ เพื่อส่งมอบที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในปัจจุบัน พร้อมสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ผลงานที่การันตีความน่าเชื่อถือของ SC

การเติบโตของยอดขายกลุ่ม Luxury และ Ultra Luxury
SC ยังคงรักษาความเป็นผู้นำในตลาดบ้านระดับราคา 30 ล้านบาทขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์และความแข็งแกร่งของพอร์ตโครงการในกลุ่ม Luxury และ Ultra Luxury โดยยอดขายในกลุ่มดังกล่าวเติบโตต่อเนื่องทุกปี จาก 6,921 ล้านบาทในปี 2566 เพิ่มขึ้นเป็น 9,414 ล้านบาทในปี 2568
พอร์ตโครงการครอบคลุมโซนกรุงเทพฝั่งตะวันตก
ปัจจุบันบริษัทมีโครงการในกลุ่มบ้านหรูโซนฝั่งตะวันตกรวม 18 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 34,000 ล้านบาท โดยให้ความสำคัญกับทั้งสุนทรียภาพในการอยู่อาศัย ความยืดหยุ่นของพื้นที่ใช้สอย ความเป็นส่วนตัว และการออกแบบที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของทุกคนในครอบครัวได้อย่างลงตัว ตัวเลขเหล่านี้คือเครื่องยืนยันว่า SC ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์ที่พูดถึงคุณภาพเท่านั้น แต่ยังมีผลงานและยอดขายที่เติบโตจริงมารองรับอย่างต่อเนื่อง
ที่มา :
