เมื่อพูดถึงเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมที่คนทั้งโลกประสบปัญหาอยู่ในปัจจุบัน ในฐานะมนุษย์โลกคนหนึ่ง ที่แม้ว่าการใช้ชีวิตตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า เดินทางไปทำงาน กลับบ้านจนถึงเข้านอน อาจจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโลกในระดับรุนแรงมากเท่าองค์กรใหญ่ ๆ แต่หากคนทุกคนมาช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมวันละนิด จะส่งผลที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอน เพราะการเปลี่ยนแปลงเพื่อโลกในครั้งนี้ไม่ใช่แค่หน้าที่ของกลุ่มคนบางกลุ่ม แต่เป็นเรื่องของคนทุกคนที่อยู่บนโลกนั่นเองครับ
ทุกคนทราบกันหรือไม่ว่า? จริง ๆ แล้วขยะที่เราเห็นอยู่ในทะเลไม่ได้มาจากคนทิ้งขยะลงทะเล แต่มาจากการทิ้งขยะไม่ถูกวิธี หรือการใช้วัสดุ Single-Use จนเกิด “ขยะทั่วไป” มากเกินไป ซึ่งเป็นประเภทขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิล หรือนำไปเป็นปุ๋ยได้ จึงอยู่ได้แค่บ่อฝังกลบ มีโอกาสที่เมื่อฝนตกแล้วจะไหลไปพร้อมกับสายน้ำ แล้วลงสู่ทะเล จนส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลนั่นเองครับ
SC Sunblog ขอชวนผู้อ่านทุกคนที่ยังไม่เริ่มปรับ มาเปลี่ยนเพื่อตัวเรา เพื่อโลก โดยเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการแยกขยะที่บ้านกันครับ
แยก และทิ้งขยะตามประเภท เรื่องง่าย ๆ ที่ทำได้ทุกคน
การแยกขยะอย่างไม่ถูกวิธี เป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคนทั่วโลก เพราะหากรวมกันในปริมาณมากโดยไม่ได้กำจัดแล้ว นอกจากจะส่งกลิ่นเหม็น เป็นมลภาวะทางอากาศ กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโลกแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในวงกว้างอีกด้วยครับ
ประเภทของขยะ

1. ขยะอินทรีย์
ขยะอินทรีย์ คือ ขยะที่เน่าเสียและย่อยสลายได้เร็ว ได้แก่
- ขยะมูลฝอย (พืช ดอกไม้ วัชพืชต่าง ๆ)
- เศษอาหาร (อาหารที่ทานเหลือ เปลือกไข่ เปลือกผัก และผลไม้)
- ขยะจากมูลสัตว์ มูลสัตว์ สิ่งปฏิกูลจากสัตว์
ขยะอินทรีย์ หรือขยะที่ย่อยสลายได้คิดเป็นร้อยละ 64 จากขยะทั้งหมด ส่วนใหญ่มาจากอาหารเหลือทิ้ง
2. ขยะรีไซเคิล
ขยะรีไซเคิล คือ ขยะที่ทิ้งไปแล้วสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำอีกครั้งได้ หรือสามารถนำไปทำสิ่งใหม่หลังจากผ่านกระบวนการรีไซเคิลได้ เช่น ขวดพลาสติก, ถุงพลาสติก, ขวดแก้ว, กระป๋อง, กระดาษ
ขยะรีไซเคิล เป็นที่ขยะสามารถนำมาหลอมใช้ใหม่ได้ หากมีการแยกขยะอย่างถูกต้องและทำความสะอาดก่อนทิ้ง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 30 ของขยะทั้งหมด
3. ขยะอันตราย
ขยะอันตราย คือ ขยะที่มีสารปนเปื้อนวัตถุอันตรายชนิดต่าง ๆ เช่น ถ่านไฟฉาย, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, ยาหมดอายุ, วัตถุไวไฟ, กระป๋องเสปรย์
ขยะอันตราย เป็นขยะที่ต้องนำไปกำจัดหรือบำบัดด้วยวิธีเฉพาะ เช่น หลอดไฟ ขวดยา ถ่านไฟฉาย ยาฆ่าแมลง กระป๋องสี ขยะจากภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม คิดเป็นร้อยละ 3 ของขยะทั้งหมด
4. ขยะทั่วไป
ขยะทั่วไป คือ ขยะที่ย่อยสลายยาก หรือไม่คุ้มค่าต่อการรีไซเคิล เช่น ซองขนม กล่องโฟม ฟอยล์ ถุงพลาสติก ภาชนะปนเปื้อนอาหาร
ขยะทั่วไป เป็นขยะที่ย่อยสลายตามธรรมชาติได้ยากหรือนำไปรีไซเคิลแล้วไม่คุ้มทุน ต้องนำไปกำจัด ได้แก่ ซองขนม กล่องโฟม ถุงพลาสติก คิดเป็นร้อยละ 3 ของขยะทั้งหมด
วิธีแยกขยะแต่ละประเภท

การแยกขยะอินทรีย์
โดยแยกระหว่างเศษอาหารกับเศษใบไม้ และที่ยังไม่เน่าไปเสียก่อน จะถูกนำไปทำปุ๋ยหมัก เพื่อใช้ทำสวนและบำรุงต้นไม้ให้สวยงามทั่วกรุงเทพมหานคร
การแยกขยะรีไซเคิล
ขยะที่ขายได้จะถูกส่งไปยังโรงงานรีไซเคิล เพื่อแปรรูปกลับมาเป็นวัตถุดิบตั้งต้นอีกครั้ง การแยกขยะรีไซเคิลแต่ละชนิดออกจากกัน เพื่อความสะดวกในการหยิบใช้ และความง่ายในการนำไปขาย โดยสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่
- กระดาษ โดยแยกหนังสือพิมพ์ สมุด หนังสือ กล่อง ลัง เศษกระดาษออกจากกัน แล้วมัดแต่ละชนิดไว้ให้เรียบร้อย
- แก้ว ทำความสะอาดให้เรียบร้อย
- พลาสติก ทำความสะอาดให้เรียบร้อยแล้วทำให้แบน
- โลหะ ทำความสะอาดให้เรียบร้อยแล้วทำให้แบน
การแยกขยะอันตราย
มีโครงสร้างที่ซับซ้อนและอาจมีเชื้อโรคหรือสารเคมีอันตราย ดังนั้นจะถูกนำไปคัดแยกเฉพาะเพื่อเอาแร่ที่มีค่าออกมาใช้งาน ขยะติดเชื้อก็จะได้รับการเผาอย่างถูกต้อง แยกขยะอันตรายออกจากขยะประเภทอื่น แล้วแยกชนิดของขยะอันตรายแต่ละชนิดออกจากกัน แล้วเก็บในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดได้มิดชิด ไม่รั่วไหล
การแยกขยะทั่วไป
จัดเป็นขยะที่ย่อยสลายได้ในบางชนิดและบางวัสดุ จึงควรมีการแยกออกมาอย่างถูกต้องก่อนที่จะทำการทิ้ง ขยะเหล่านี้สามารถนำมารีไซเคิ่ลได้ในบางส่วนเช่นเดียวกันแต่จะต้องล้างทำความสะอาดก่อน ขยะที่นอกเหนือจากขยะ 3 ประเภทด้านบน สามารถรวมกันแล้วนำไปทิ้งได้เลยครับ
ผลกระทบของขยะพลาสติก
เมื่อเราแบ่งร้อยละของการกำจัดขยะพลาสติก จะพบว่า 35% กำจัดอย่างถูกต้อง, 22% นำกลับมาใช้ได้ใหม่ ส่วนที่เหลือ 43% กำจัดไม่ถูกต้อง และอาจไหลลงทะเลเป็นปัญหาขยะทะเล
โดยถุงพลาสติกหนึ่งใบ มีอายุเฉลี่ยการใช้งานเพียง 14 นาทีแต่ใช้เวลาย่อยสลายกว่า 500 ปี
ซึ่งคนไทยใช้ถุงพลาสติก 123 ล้านใบต่อวันหรือกว่า 4.5หมื่นล้านใบต่อปี รัฐบาลไทยต้องใช้งบประมานในการจัดการขยะมากถึง 13,000 ล้านบาทต่อปี โดยในจำนวนนี้ยังไม่รวมค่าใช้จ่าย ในการรักษาเมื่อเกิดโรค รวมทั้งการจัดการดินเสียและน้ำท่วมจากการอุดตันของขยะ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในระยะยาว หากยังไม่มีการแก้ไขหรือจัดการการใช้ถุงพลาสติก อาจส่งผลกระทบที่มากกว่าที่คิดก็เป็นได้
ประโยชน์ของการคัดแยกขยะ
การคัดแยกขยะ จะทำให้ขยะกลายเป็นทรัพยากรตั้งต้นในการผลิตสิ่งอื่นต่อได้ตาม หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งจะทำให้การบริโภคของมนุษย์มีความยั่งยืนมากขึ้นและเป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าที่สุด
การไม่คัดแยกขยะนอกจากจะทำให้เกิดขยะปริมาณมหาศาลแล้วยังก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นและโรคระบาดต่อผู้คนที่สัมผัสกับขยะด้วย

ยึดหลัก 7R ลดขยะในบ้าน
1. Reduce (ลดการใช้) : ลดใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งให้มากที่สุด แล้วหันมาใช้ถุงผ้า กล่องข้าวที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ ไปจนถึงภาชนะใช้ซ้ำต่างๆ อย่างหลอด ขวดน้ำ ช้อนส้อม ตะเกียบ
2. Reuse (ใช้ซ้ำอย่างคุ้มค่า) : นำสิ่งที่มีมาใช้ซ้ำอยู่เสมอจนมันหมดอายุการใช้งาน เช่น การใช้กระดาษให้ครบ 2 หน้า หรือการ D.I.Y เสื้อผ้าให้มีเอกลักษณ์มากขึ้น
3. Refill (เติมมาใช้ใหม่) : การนำบรรจุภัณฑ์เดิมไปเติมผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยปัจจุบันผลิตภัณฑ์หลายๆ แบรนด์ก็ทำออกมาในรูปแบบ Refill เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค รวมไปถึง Refill Station สำหรับเติมแชมพู สบู่ น้ำยาซักผ้าก็ได้รับความนิยมสูงขึ้นอีกด้วย
4. Return (ส่งคืน) : อย่างการคืนบรรจุภัณฑ์ไปสู่ผู้ผลิต ซึ่งช่วยในลดการผลิตเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นพิเศษ จากผู้ผลิตสำหรับผู้ที่นำบรรภัณฑ์ไปคืนอีกด้วย
5. Repair (ซ่อมแซม) : การซ่อมแซมเสื้อผ้าที่ชำรุดและนำกลับมาใช้ใหม่ เลี่ยงการซื้อเสื้อผ้าใหม่ช่วยลด Demand ของอุตสากรรมแฟชั่นที่ก่อมลพิษเป็นอันดับ 2 ของอุตสากรรมทั้งหมด และช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้นด้วย
6. Replace (แทนที่) : การหาทางเลือกใหม่มาแทนที่พลาสติกหรือวัสดุที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง
7. Recycle (หมุนเวียนมาใช้ใหม่) : สิ่งที่เราสามารถทำในกระบวนการนี้ได้คือการแยกประเภทขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ก่อนทิ้ง
โลกทุกวันนี้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ที่ควบคู่ไปกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน ส่งผลให้อุณหภูมิโลกเฉลี่ยเพิ่มขึ้นทุกปี ถ้าจะให้ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดที่สุดคงหนีไม่พ้นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่ทวีคูณความรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ระบบนิเวศในธรรมชาติถูกคุมคามไปทั่วโลก จนในตอนนี้เรามาถึงจุดที่ไม่สามารถปล่อยให้อุณหภูมิสูงขึ้นไปมากกว่านี้ได้แล้ว
