Inspiration12 พ.ย. 2568

ท่องบทสวดขึ้นบ้านใหม่เองได้ไหม ? ตอบข้อสงสัยเรื่องลำดับพิธี

การกล่าวบทสวดขึ้นบ้านใหม่และการนิมนต์พระมาที่บ้านช่วยเสริมความมงคล

การได้ “บ้านหลังใหม่” คืออีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของชีวิต และเป็นจุดเริ่มต้นของความสุขครั้งใหม่ ตามธรรมเนียมไทย เมื่อย้ายเข้าบ้านใหม่ มักมีการ “ทำบุญขึ้นบ้านใหม่” เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล และให้ผู้อยู่อาศัยมีความสุขความเจริญ  แต่ทุกวันนี้หลายคนอาจไม่มีเวลา หรือไม่สะดวกจัดพิธีเต็มรูปแบบที่ต้องนิมนต์พระมาสวด ทำให้เกิดคำถามว่า ถ้าอยากทำบุญเองจะทำได้ไหม ? ต้องใช้ “บทสวดขึ้นบ้านใหม่” บทไหน ? และต้องเตรียมอะไรบ้าง ? บทความนี้จะมาแนะนำขั้นตอนและบทสวดที่ถูกต้อง เพื่อให้คุณเริ่มต้นชีวิตในบ้านใหม่ได้อย่างราบรื่นและเป็นสิริมงคล

 

 Highlight

  • พิธีขึ้นบ้านใหม่เป็นการรวมทั้งพิธีพราหมณ์ พิธีสงฆ์ และพิธีทางสังคม เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้บ้านและผู้อยู่อาศัย
  • บทสวดขึ้นบ้านใหม่หลัก ได้แก่ คำนมัสการพระรัตนตรัย ไตรสรณคมน์ อาราธนาศีล ชุมนุมเทวดา คำถวายภัตตาหาร และบทกรวดน้ำรับพร
  • เจ้าบ้านสามารถท่องบทสวดขึ้นบ้านใหม่และทำบุญแบบเรียบง่ายได้เอง หากเข้าใจเจตนาทางพุทธะและตั้งจิตด้วยความศรัทธา
  • พิธีที่ไม่ควรทำเอง เช่น อาราธนาพระปริตร การเจิมประตู และการพรมน้ำมนต์ ซึ่งควรให้พระสงฆ์เป็นผู้ประกอบ
  • การเลือกฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่สามารถดูตามฤกษ์มงคล เช่น มหัทธโนฤกษ์ ราชาฤกษ์ หรือใช้ “ฤกษ์สะดวก” วันที่ทุกคนพร้อมใจกัน ถือเป็นมงคลสูงสุด

 

ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ จำเป็นไหม ทำไมต้องทำ

ก่อนจะไปถึงส่วนของบทสวดขึ้นบ้านใหม่ เราควรเข้าใจความสำคัญของพิธีกรรมกันก่อน ซึ่งพิธีขึ้นบ้านใหม่ของไทยนั้นเป็นการผสมผสานความเชื่อ 3 ส่วนหลักเข้าด้วยกัน ดังนี้ 

  1. การบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (พิธีพราหมณ์/พื้นบ้าน) : นี่คือการแสดงความเคารพต่อเจ้าที่เจ้าทาง หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อว่าสถิตอยู่ ณ สถานที่นั้น ๆ เปรียบเสมือนการ “ขออนุญาต” เข้ามาอยู่อาศัย และขอให้ท่านช่วยปกปักรักษา คุ้มครองผู้อยู่อาศัยให้ปลอดภัย
  2. การทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล (พิธีสงฆ์) : หัวใจหลักของงานคือการสร้างกุศล การนิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์ ถวายภัตตาหารและสังฆทาน ถือเป็นการนำพุทธานุภาพ ธรรมมานุภาพ และสังฆานุภาพ เข้ามาสู่ตัวบ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล ขับไล่สิ่งอัปมงคล และสร้าง “ขวัญ” ให้แก่บ้านและผู้อยู่
  3. การเฉลิมฉลอง (พิธีทางสังคม) : คือการประกาศให้ญาติมิตร เพื่อนฝูง และเพื่อนบ้านได้รับรู้ เป็นการ “เปิดบ้าน” ต้อนรับ การเลี้ยงฉลองจึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างปฏิสัมพันธ์อันดี และแบ่งปันความสุขในวาระสำคัญ

 

บทสวดหลักที่ใช้ในพิธีขึ้นบ้านใหม่

 สำหรับพิธีสงฆ์ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความเป็นสิริมงคล โดยจะมีลำดับบทสวดขึ้นบ้านใหม่ที่ใช้กันทั่วไป (ซึ่งมักจะนำโดยพระสงฆ์) ดังนี้ 

 

1. คำนมัสการพระรัตนตรัย 

    • เจ้าบ้านจุดธูปเทียนบูชาพระ จากนั้นเริ่มสวด
  • อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ) สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ) สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สังฆัง นะมามิ (กราบ) 
  • ก่อนจะจบด้วย บท นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต… 3 จบ

2. ไตรสรณคมน์ (ขอถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง)

    • หลังจากที่เจ้าบ้านกล่าวคำนมัสการพระรัตนตรัยเรียบร้อยแล้ว  บทสวดขึ้นบ้านใหม่ของฝ่ายพระสงฆ์ก็จะเริ่มด้วยบทไตรสรณคมน์ 
  • พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

 

3. อาราธนาศีล/สมาทานศีล 5

    • เมื่อจบบทไตรสรณคมน์ ให้เจ้าบ้านกล่าวคำ “อาราธนาศีล” เพื่อขอศีล 5 จากพระสงฆ์ ดังนี้
  • มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ ทุติยัมปิ มะยังภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ ตะติยัมปิ มะยังภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ
    • จากนั้นพระจะให้ศีลทีละข้อ 
  • ปาณาติปาตาเวรมณี สิกขาปะทังสะมาทิยามิ อทินนาทานาเวรมณี สิกขาปะทังสะมาทิยามิ กาเมสุมิสฉาจาราเวรมณี สิกขาปะทังสะมาทิยามิ มุสาวาทาเวรมณี สิกขาปะทังสะมาทิยามิ สุราเมรยมัฌชปะมาทัตถานาเวรมณี สิกขาปะทังสะมาทิยามิ 
  • โดยฝ่ายเจ้าบ้านต้องกล่าวตามด้วยเพื่อ “สมาทาน” หรือรับศีลนั้นมาปฏิบัติ เป็นการชำระกาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์ก่อนเริ่มพิธี

4. ชุมนุมเทวดา / อาราธนาพระปริตร

  • เจ้าบ้านกล่าวคำอาราธนาพระปริตรเพื่อขอให้พระสงฆ์เริ่มสวดเจริญพระพุทธมนต์  
  • วิปัตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติสิทธิยา สัพพะทุกขะวินาสายะ ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง วิปัตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติสิทธิยา สัพพะภะยะวินาสายะ ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง วิปัตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติสิทธิยา สัพพะโรคะวินาสายะ ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง
  • จากนั้น  พระสงฆ์จะสวดบท “ชุมนุมเทวดา” 
  • ผะริตวานะ เมตตัง สะเมตตา ภะทันตา, อะวิกขิตตะจิตตา ปะริตตัง ภะณันตุ, สัคเค กาเม จะ รูเป คิริสิขะระตะเฏ, จันตะลิกเข วิมาเน, ทีเป รัฏเฐ จะ คาเม ตะรุวะนะคะหะเน, เคหะวัตถุมหิ เขตเต, ภุมมา จายันตุ เทวา ชะละถะละวิสะเม, ยักขะคันธัพพะนาคา, ติฏฐันตา สันติเก ยัง มุนิวะระวะจะนัง, สาธะโว เม สุณันตุ ฯ ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา, ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา, ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา 
  • เพื่อเชิญเหล่าเทวดาในบริเวณนั้นมาร่วมอนุโมทนาและรับฟังพระธรรม

5. คำถวายภัตตาหาร

    • เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ (สวดพระปริตร) จบแล้ว ก็ถึงเวลาถวายอาหาร โดยหากเป็นเวลาเช้าหรือเพล ให้ฝ่ายเจ้าบ้านกล่าวคำถวายข้าวพระพุทธ
  • ตั้งนะโม 3 จบ พร้อมกัน อิมัง สูปะพฺยัญชะนะสัมปันนัง สาลีนัง โภชะนัง อุทะกัง วะรัง พุทธัสสะ ปูเชมิข้าพเจ้าขอบูชาด้วยโภชนะข้าวสาลี พร้อมด้วยแกงกับและน้ำอันประเสริฐนี้แด่พระพุทธเจ้า
    • ต่อด้วยคำถวายภัตตาหาร/สังฆทาน
  • อิมานิ มะยัง ภันเต ภัตตานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ

 

6. กรวดน้ำ – รับพร

    • หลังจากพระสงฆ์ฉันภัตตาหารเสร็จและรับถวายเครื่องไทยธรรมแล้ว ท่านจะกล่าวบทอนุโมทนา
  • ยถา วาริวะหา ปูรา ปะริปูเรนติ สาคะรัง   เอวะเมวะ อิโต ทินนัง เปตานัง อุปะกัปปะติ    อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหัง ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ สัพเพ ปูเรนติ สังกัปปา   จันโท ปัณณะระโส ยถา มะณิ โชติระโส ยถา
  • เจ้าบ้านจะเริ่มกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล และเมื่อพระสงฆ์กล่าวบท 
  • สัพพีติโย วิวัชชันตุ  สัพพะโรโค วินัสสะตุ  มาเต ภะวัตวันตะราโย  สุขี ทีฆายุโก ภะวะ อะภิวาทะนะ สีลสสะ นิจจัง วุฑาฒาปะจายิโน จัตตาโร ธัมมา วัฑฒันติ อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง
  • ให้เจ้าบ้านประนมมือรับพรเป็นอันเสร็จพิธี

 

ลำดับพิธีโดยย่อ (กรณีนิมนต์พระ)

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลำดับพิธีที่นิยมปฏิบัติกัน มีดังนี้

 

ช่วงพิธีสงฆ์ (เช้าหรือเพล)

  • เจ้าบ้านจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย
  • พิธีกร (หรือเจ้าบ้าน) เริ่มบทกล่าวขึ้นบ้านใหม่ด้วยอาราธนาศีล
  • พระสงฆ์ให้ศีล 5 (เจ้าบ้านและแขกรับศีล)
  • เจ้าบ้านอาราธนาพระปริตร
  • พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ (ขณะสวดถึงบท อเสวนา... เจ้าบ้านจุดเทียนน้ำมนต์ และเมื่อพระสงฆ์โยงสายสิญจน์รอบบ้านแล้ว เจ้าบ้านรับสายสิญจน์มาประคองไว้)

ช่วงถวายและอนุโมทนา

  • ประเคนภัตตาหารเช้า/เพล (ตามเวลาที่นิมนต์)
  • ถวายเครื่องไทยธรรม/สังฆทาน
  • พระสงฆ์อนุโมทนา (เจ้าบ้านกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล)
  • รับพรจากพระสงฆ์

ช่วงประพรมน้ำมนต์และเจิม

  • พระสงฆ์ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้แก่เจ้าบ้าน แขกเหรื่อ และทั่วบริเวณบ้าน
  • พระสงฆ์ (โดยเฉพาะประธานสงฆ์) ทำการ “เจิม” ที่ประตูหลักของบ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล
  • เจ้าบ้านกราบลาพระสงฆ์ ส่งพระกลับวัด

ทําบุญขึ้นบ้านใหม่ต้องเตรียมอะไรบ้าง

การเตรียมงานเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้พิธีราบรื่น โดยของหลัก ๆ มีของที่ต้องจัดเตรียม ได้แก่ 

  • ชุดบูชาพระรัตนตรัย : โต๊ะหมู่บูชา พระพุทธรูป แจกันดอกไม้ กระถางธูป เชิงเทียน
  • สำหรับพระสงฆ์ 
    • จำนวนพระที่นิมนต์ : นิยมเลขคี่ เช่น 5, 7 หรือ 9 รูป (เลข 9 ถือเป็นมงคล หมายถึงความก้าวหน้า)
    • อาสนะ (ที่นั่งพระ)
    • ภัตตาหาร (คาว-หวาน) และน้ำดื่ม สำหรับถวายพระ (ตามจำนวนพระ)
    • เครื่องไทยธรรม หรือ สังฆทาน (ตามจำนวนพระ)
  • ของมงคลและอาหาร 
    • ของคาว-หวาน และผลไม้มงคล (เช่น ทองหยิบ, ทองหยอด, ฝอยทอง, เม็ดขนุน / กล้วย, ส้ม, ทับทิม, สาลี่) เพื่อใช้ในพิธี (ไหว้พระ ไหว้เจ้าที่) และเพื่อเลี้ยงแขกที่มาร่วมงาน
  • อุปกรณ์พิธี 
    • สายสิญจน์ 1 ม้วน
    • ขันสำหรับทำน้ำมนต์ และที่พรมน้ำมนต์
    • แผ่นทองคำเปลว และ ดินสอพอง/แป้งเจิม (สำหรับให้พระเจิม)

 

นอกจากบทสวดขึ้นบ้านใหม่แล้วโต๊ะหมู่บูชาก็มีความสำคัญในพิธี

 

“ท่องเอง–ทำพิธีเอง” โดยไม่นิมนต์พระ ได้ไหม?

สำหรับใครที่ต้องการเริ่มต้นชีวิตในบ้านใหม่ได้อย่างราบรื่นและเป็นสิริมงคล แต่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ เวลา หรือต้องการความเรียบง่าย ทำให้ไม่สะดวกที่จะนิมนต์พระสงฆ์มาที่บ้าน นำมาสู่คำถามสำคัญว่า “สามารถท่องบทสวดขึ้นบ้านใหม่รวมถึงทำพิธีด้วยตัวเองได้ไหม ?”

 

คำตอบคือ “ทำได้” แต่ต้องเข้าใจว่าเรากำลังทำส่วนใดของพิธี โดยหากเรามุ่งเน้นที่ “แก่นแท้ทางพุทธศาสนา” คือการสร้างกุศล การระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย และการชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ ครอบครัวสามารถจัด “ทำบุญขึ้นบ้านใหม่แบบเรียบง่าย” ด้วยตนเองได้ ดังนี้ 

  1. เตรียมสถานที่ : ทำความสะอาดบ้าน จัดโต๊ะหมู่บูชาให้สะอาดตา นำพระพุทธรูปมาประดิษฐาน
  2. ปฏิบัติบูชา : สมาชิกในครอบครัวรวมตัวกันหน้าหิ้งพระ จุดธูปเทียนบูชา
  3. สวดมนต์ด้วยตนเอง :
    • กล่าวบทสวดขึ้นบ้านใหม่บทบูชาพระรัตนตรัย (อะระหัง สัมมา...)
    • บท นะโม ตัสสะ... (3 จบ)
    • บทไตรสรณคมน์ (พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ...)
    • ตั้งใจกล่าวคำสมาทานศีลด้วยตนเอง (ปาณาติปาตา เวระมะณี...
  4. เจริญสมาธิภาวนา : สวดบทสวดขึ้นบ้านใหม่จบแล้ว นั่งสมาธิร่วมกันสักครู่ (5-10 นาที) เพื่อทำจิตใจให้สงบ
  5. แผ่เมตตาและกรวดน้ำ (อุทิศส่วนกุศล) : แผ่เมตตาให้ตนเอง สรรพสัตว์ และอุทิศส่วนกุศลให้เจ้าที่เจ้าทาง เทวดาอารักษ์ และบรรพบุรุษ
  6. ทำทาน : แม้ไม่นิมนต์พระมาที่บ้าน แต่เราสามารถตักบาตรในตอนเช้า หรือนำสังฆทานและภัตตาหารไปถวายพระที่วัดใกล้บ้านในวันนั้นแทนได้

ข้อควรทราบ พิธีใดที่ไม่ควรทำเอง ?

แม้เราจะทำบุญรวมถึงท่องบทสวดขึ้นบ้านใหม่ด้วยตัวเองด้ แต่พิธีกรรมบางอย่างตามจารีตประเพณีไทยนั้น ผูกพันอยู่กับ “สมมติสงฆ์” (พระสงฆ์ผู้เป็นตัวแทน) หากไม่มีพระสงฆ์ ก็ไม่ควรเลียนแบบพิธีเหล่านั้น ได้แก่ 

  • การอาราธนาพระปริตร : การ “อาราธนา” คือการ ร้องขอ ให้พระสงฆ์สวด แต่ถ้าเราสวดเอง เราเรียกว่า “เจริญพระพุทธมนต์”
  • การเจิมประตู : การเจิมโดยพระสงฆ์ถือเป็นการอัญเชิญพุทธคุณมาสถิตและเป็นการ “ให้พร” จากเนื้อนาบุญ การทำเองจึงไม่ตรงตามความหมายดั้งเดิม
  • การพรมน้ำพระพุทธมนต์ : น้ำมนต์ที่เกิดจากการเจริญพระพุทธมนต์ของหมู่สงฆ์ ถือเป็นมงคล หากต้องการพรมน้ำมนต์ในบ้าน แนะนำให้ไปขอน้ำมนต์จากวัดที่เคารพศรัทธามาพรมเองได้

วัน–ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ เลือกอย่างไรให้เหมาะ ?

เรื่องฤกษ์ยามเป็นเรื่องของความศรัทธาและวัฒนธรรม โดยปกติคนไทยนิยมดูฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ตาม “ปฏิทินจันทรคติ” และ “ฤกษ์มงคล” ตามตำราโหราศาสตร์ เช่น 

  • มหัทธโนฤกษ์ : ฤกษ์เศรษฐี เหมาะแก่การขึ้นบ้านใหม่ การค้า
  • ราชาฤกษ์ : ฤกษ์แห่งผู้นำ เหมาะกับงานมงคลที่ต้องการความสำเร็จ
  • ภูมิปาโลฤกษ์ : ฤกษ์แห่งความมั่นคง เหมาะกับสิ่งที่ต้องการความยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม ฤกษ์ที่ดีที่สุดที่หลายคนยึดถือในปัจจุบันคือ “ฤกษ์สะดวก” คือวันที่เจ้าบ้านและสมาชิกในครอบครัวพร้อมเพรียงกัน มีจิตใจผ่องใส ไม่ต้องเร่งรีบ การเริ่มต้นด้วยความสุขและความพร้อมเพรียง ถือเป็นมงคลสูงสุดแล้ว

 

บทสวดขึ้นบ้านใหม่และลำดับพิธีฉบับย่อ

 

การเริ่มต้นชีวิตในบ้านหลังใหม่ไม่ใช่แค่พิธีมงคล หากแต่คือ “การเริ่มต้นบทใหม่ของความสุข” ที่จะอยู่กับเราทุกวัน ลำดับพิธีรวมถึงบทสวดขึ้นบ้านใหม่จึงไม่เพียงเป็นการอัญเชิญสิริมงคลเข้าสู่บ้าน แต่ยังเป็นช่วงเวลาแห่งการสร้างพลังใจให้กับทุกคนในครอบครัว เพื่อเริ่มต้นชีวิตในพื้นที่ที่อบอวลด้วยความรัก ความสงบ และความตั้งใจดี เพราะ “บ้าน” คือพื้นที่สำคัญที่สุดของชีวิต SC Asset จึงออกแบบบ้านเดี่ยวทุกโครงการด้วยแนวคิด “บ้านที่อยู่อย่างมีคุณภาพ และใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า” ทั้งด้านดีไซน์ ฟังก์ชัน และบรรยากาศของชุมชน เพื่อให้ทุกครอบครัวได้เริ่มต้นช่วงเวลาแห่งความสุขอย่างแท้จริง ตั้งแต่วันขึ้นบ้านใหม่ ไปจนถึงทุกวันของการใช้ชีวิต หากคุณกำลังมองหาบ้านเดี่ยวที่พร้อมให้คุณเริ่มต้นพิธีมงคลแรกในชีวิตอย่างภาคภูมิใจ พร้อมมาตรฐานการก่อสร้างระดับพรีเมียม บนทำเลศักยภาพที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุน ค้นพบโครงการบ้านเดี่ยวจาก  SC Asset ได้แล้ววันนี้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน โทร. 1749

 

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพิธีขึ้นบ้านใหม่ (FAQs)

 

Q: สวดมนต์ไม่คล่อง หรือจำบทสวดไม่ได้ ใช้เปิดเทป/CD/Youtube บทสวดมนต์แทนได้ไหม? 

สามารถเปิดเสียงบทสวดขึ้นบ้านใหม่เพื่อสร้างบรรยากาศมงคลและน้อมจิตตามได้ แต่การท่องบทสวดขึ้นบ้านใหม่ด้วยตัวเอง (แม้จะตะกุกตะกัก) หรือการตั้งใจ "สมาทานศีล" ด้วยตนเอง ย่อมเกิดอานิสงส์จากความตั้งใจของเราโดยตรงมากกว่า

 

Q: พรมน้ำมนต์–เจิมประตู ทำเองได้หรือไม่ ? 

ไม่แนะนำให้ “เจิม” เอง เพราะเป็นสัญลักษณ์ของการให้พรจากพระสงฆ์ หากต้องการความเป็นสิริมงคล แนะนำให้ไปขอน้ำพระพุทธมนต์จากวัดมาประพรม หรือใช้แผ่นทองคำเปลวบริสุทธิ์ติดที่ประตูโดยไม่ต้องวาดอักขระก็ได้

 

Q: ของคาว–หวาน–ผลไม้มงคล ต้องครบตำราไหม ?

ไม่จำเป็นต้องครบถ้วนตามตำราเสมอไป เพราะหัวใจสำคัญคือ “เจตนา” ที่บริสุทธิ์ และการเตรียมของด้วยความประณีต สะอาด ตามกำลังทรัพย์ที่เราไม่เดือดร้อน

 

Q: นิมนต์พระกี่รูปจึงเหมาะ ? 

นิยมเป็นเลขคี่ (เพราะเชื่อว่าเป็นเลขมงคล) ที่พบบ่อยคือ 5, 7 หรือ 9 รูป โดยเลข 9 เป็นที่นิยมสูงสุด เพราะพ้องเสียงกับคำว่า “ก้าวหน้า” หากนิมนต์ 9 รูป มักต้องเตรียมอาสนะและวงฉันเป็น 2 วง

 

Q: สายสิญจน์ที่พระท่านโยงไว้รอบบ้าน เมื่อเสร็จพิธีแล้วต้องทำอย่างไร ? 

สายสิญจน์ที่ผ่านการเจริญพระพุทธมนต์แล้วถือเป็นของมงคล เมื่อเสร็จพิธีแล้ว เจ้าของบ้านส่วนใหญ่จะยังไม่เก็บสายสิญจน์ออกทันที นิยมคงไว้ที่ตัวบ้าน (เช่น วงรอบเพดาน หรือแนวรั้ว) สัก 3 วัน, 7 วัน, หรือ 9 วัน เพื่อให้พุทธคุณยังคงอยู่คุ้มครองบ้าน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมในการเก็บ ก็ไม่ควรทิ้งในที่ต่ำหรือถังขยะ ให้รวบรวมสายสิญจน์แล้วนำไปเก็บไว้ที่หิ้งพระ หรือสถานที่อันสมควร