หลังจากผ่านกรรมวิธีมากมายกว่าจะกู้บ้านในฝันให้ผ่านได้ ก็มาสู่ขั้นตอนของ การตรวจบ้าน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรปล่อยปละละเลยเด็ดขาด เพราะสภาพบ้านวันนี้ จะอยู่กับคุณไปอีกหลายสิบปี บางคนก็ส่งต่อไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ดังนั้น ‘การตรวจรับบ้าน’ ควรจริงจังและรอบคอบ แม้จะสามารถจ้างคนตรวจรับบ้านได้ แต่ถ้าคุณรู้เทคนิคและ เช็คลิสต์การตรวจรับบ้านเบื้องต้น ก็น่าจะเป็นข้อมูลที่ช่วยเหลือคุณในวันตรวจบ้านได้
SC Asset หยิบเทคนิคในการตรวจรับบ้านไม่ให้พลาดมาแชร์ให้ฟัง
เตรียมตัวก่อนไปรับบ้าน
นัดตรวจรับบ้านแต่เช้า เพื่อจะได้มีเวลาเช็กบ้านยาวๆ ใช้ประโยชน์จากแสงอาทิตย์ให้เต็มที่ สิ่งแรกที่ต้องเตรียมตัวและศึกษารายละเอียดให้พร้อม คือ การตรวจสอบสัญญาจะซื้อจะขาย และเงื่อนไขต่างๆ ที่ทางโครงการกำหนด หากมีข้อสงสัยติดใจตรงจุดไหนให้รีบสอบถามกับทางโครงการให้เรียบร้อย หลังจากนั้นจึงนัดหมายเวลากับทางโครงการเพื่อเข้าตรวจสอบความเรียบร้อยของบ้าน เตรียมรายละเอียดต่างๆ ของโครงการ รวมถึงเอกสารหรือใบโฆษณาต่างๆ เพื่อใช้เปรียบเทียบกับตัวบ้านจริง

เตรียมอุปกรณ์ไปให้พร้อม

- กระดาษจดข้อมูล สามารถขอรายละเอียดของบ้านจากเซลล์ได้ เผื่อไว้เป็น ข้อมูลตรวจเช็กว่ามีโปรโมชั่นอะไร ให้เครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรบ้างจะได้เช็ก ว่าติดตั้งตรงตามที่เจรจาไว้หรือไม่
- ดินสอ ยางลบและปากกา เอาไว้จดรายการตามเช็กลิสต์
- ผังแบบแปลนบ้าน เพื่อวัดขนาดบ้านตอนตกลงซื้อ และตรวจสอบ ให้ครบทุกห้อง ทุกพื้นที่ในบ้าน
- ตลับเมตรหรือสายวัด
- อุปกรณ์ทำเครื่องหมาย เช่น เทปกาว เทปพันสายไฟ ชอล์ก
- ไฟฉาย ใช้ส่องบริเวณที่มืด
- ไม้ตรงยาว เพื่อตรวจสอบระนาบต่างๆ ว่าเรียบหรือไม่
- ลูกแก้วหรือลูกเหล็ก ใช้ทดสอบความลาดเอียงของพื้น
- กล้องถ่ายรูป ใช้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานประกอบการแจ้งซ่อม
- ปลั๊กไฟ - อุปกรณ์ไฟฟ้า ใช้ตรวจสอบปลั๊กไฟฟ้าว่าสามารถใช้งานได้
เตรียมเช็คลิสต์ตรวจรับบ้านไว้ให้พร้อม
ลิสต์ไปให้พร้อมก่อนไปตรวจรับบ้าน เดินตั้งแต่หน้าบ้านไล่เข้าไปทีละห้อง ที่ละมุม จดรายละเอียดที่ เจอในแต่ละห้องให้ดี ทำเครื่องหมายบนพื้นที่หากพบอะไรผิดพลาด หลังจากนั้น ให้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน โดยเริ่มต้นอาจจะตรวจในบ้านก่อนแล้วไล่ออกมาที่ นอกบ้าน ระบบส่วนใหญ่ที่ตรวจสอบกัน มักจะมี 5-6 รายการ ดังนี้

พื้น
ตรวจพื้นทั้งเรื่องความเรียบร้อย ความลาดเอียง ความสมบูรณ์ของพื้นห้องทุกห้อง สำหรับพื้นกระเบื้อง ตรวจสอบความเต็มของปูนใต้กระเบื้องทุกแผ่น ด้วยการใช้ ลูกเหล็กเล็กๆ โยนกระทบแผ่นกระเบื้อง ถ้าแผ่นไหนมีเสียงกลวงๆอาจจะเกิดโอกาส ทำให้กระเบื้องแตกง่ายในอนาคต
ส่วน พื้นลามิเนต ให้ตรวจสอบความแน่นของการปูพื้นแต่ละแผนโดยอาจจะเหยียบไปเรื่อยๆ หรือถ้าเจอร่องการปูพื้นที่ไม่สนิทกัน ก็อาจจะทำให้น้ำซึมลงไป ทำให้แผ่นพื้นบวมได้ด้วย
ผนังกำแพง
ตรวจสอบรอยบนผนัง เช่น อาจจะมีรอยร้าว รอยแตก รอยต่อของผนัง การเก็บงานสีและ วอลเปเปอร์ว่าเสมอกันหรือไม่ มีสีหยดหรือทาเกินขอบผนังหรือไม่ การตรวจสอบผนังให้ เช็กทั้งในบ้านและนอกบ้าน ลามไปถึงบนเพดานด้วย
นอกจากนี้ต้องตรวจเช็กประตู หน้าต่างทุกบานว่าสามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์หรือไม่ เช็กวัสดุของประตูหน้าต่าง การล็อก กุญแจไขใช้งานได้หรือไม่

ระบบไฟฟ้า
-ลองเปิด-ไฟทุกดวงในบ้านว่าใช่ได้หรือไม่ เตรียมไขควงวัดไฟเพื่อจิ้มที่น็อตของปลั๊กไฟ ว่ามีจุดที่ไฟรั่วหรือไม่เตรียมสายชาร์ตมือไว้ลองเสียบปลั๊กทุกจุดในบ้าน ว่าไฟเข้าเรียบร้อยดี โดยก่อยตรวจเช็คจุดที่มีไฟรั่วควรทราบวิธีเช็คไฟรั่วในบ้านอย่างถูกวิธีก่อนเสมอ
-เช็กอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งบ้าน เช่น เครื่องทำน้ำร้อนในห้องน้ำ หรือเครื่องปรับ อากาศทุกตัวว่าใช้งานได้จริง
-ปิดไฟทุกดวง เพื่อเช็กว่ามิตเตอร์ไฟวิ่งหรือไม่ เพราะถ้ายังวิ่ง หมายถึงไฟรั่ว ควรรีบแก้ไข
- ไฟนอกบ้านมีที่ป้องกันสวิตช์จากน้ำฝนหรือไม่

ระบบน้ำ
เช็กก๊อกน้ำทุกจุดในบ้านว่าไหลเป็นปกติหรือไม่ รวมถึงฝักบัว อ่างล้างจานและชักโครก ด้วย นอกจากนี้ยังต้องมองหาจุดรั่วซึมตามท่อต่างๆ ในห้องน้ำ ในครัว รอบบ้าน
ในส่วนของระบบท่อน้ำทิ้ง ลองเปิดน้ำให้ไหลไปเรื่อยๆ ว่าสามารถใช้งานได้ปกติ มีอุดตัน และระบบการระบายน้ำเช่นกัน สำรวจพื้นห้องน้ำวาดลาดเอียงเหมาะสมหรือไม่
โครงสร้างของหลังคา
การรั่วซึม ฉนวนกันความร้อน สายไฟใต้หลังคา เหล่านี้คือเช็กลิสต์การตรวจหลังคา ที่ครบถ้วน ในส่วนนี้สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแต่ต้องปีนป่ายไปที่หลังคาอาจจะ เกิดอันตราย แนะนำให้ช่างมาช่วยตรวจสอบแทน หรือบอกเช็กลิสต์ไปกับตัวแทน ของโครงการ ให้เขาตรวจเช็กให้และถ่ายรูปมาประกอบน่าจะเป็นการปลอดภัยที่สุด
ภายนอกบ้าน
- ประตูรั้วควรเลื่อนเปิด- ปิดได้คล่อง ลงกลอน ล็อกได้ แน่นหนาแข็งแรง ความสูงถูกต้อง ได้แนวตรง
- บ้านเลขที่และตู้จดหมายควรมีการิดตั้งครบ ถูกต้อง
- ไฟรั้ว เสา และกริ่นควรถูกติดตั้งอย่างเรียบร้อย ใช้งานได้ตามปกติ
โครงสร้างบ้าน
งานพื้นภายนอกภายใน
- พื้นโรงรถ ควรมีผิวเรียบ ไม่หลุดแตกร้าว น้ำไม่ขัง
- พื้นกระเบื้อง บัวเชิงผนัง สีไม่เพี้ยน ไม่มีรอยขีดข่วน ไม่บิ่น ไม่แตกร้าว
- ราวบันได ควรได้แนวฉาก ไม่คดเลื้อย ไม่บิ่น และแข็งแรง
งานผนังภายนอกภายใน
- ผนังฉาบเรียบ ผิวผนังควรเรียบ ไม่มีรอย ไม่แตกร้าว ไม่เอง ได้ดิ่งฉาก
งานฝ้าภายนอกภายใน
- ฝ้าไม่แตกร้าว ระดับความสูงถูกต้อง สีและพื้นผิวเรียบสม่ำเสมอ ไม่ต่าง
- ฝ้าชายคาได้ระดับ แนวขอบฝ้าได้ตรงดิ่งเสมอ
งานหลังคา และระเบียงกันสาด
- วัสดุมุงหลังคา ไม่บิ่น ร้าว แตก ไม่รั่วซึม ติดตั้งอย่างแน่นหนา
งานประตู หน้าต่าง
- ประตูและหน้าต่าง เป็นส่วนที่ต้องใช้งานเปิดปิดอยู่เรื่อย ๆ จึงควรตรวจสอบการใช้งานว่าสามารถเปิดปิดได้สะดวก แข็งแรง ขอบเรียบสม่ำเสมอ
งานสุขภัณฑ์
- ส่วนที่ต้องสัมผัสกับความเปียกชื้น จึงต้องดูอุปกรณ์การใช้งานต่าง ๆ ให้ติดตั้งแข็งแรง ฉาบเรียบร้อยไม่มีน้ำรั่ว
- ชักโครก สายชำระ ทดสอบโดยการใช้เศษขนมปังงไปในชักโครก และทดสอบการใช้งาน โดยสามารถไปตรวจสอบเศษขนมปังที่ถังบำบัดภายนอกตัวบ้านเพื่อดูประสิทธิภาพของชักโครกที่ทดสอบไปก่อนหน้า
งานไฟฟ้าและอุปกรณ์
- สวิตช์ไฟ และเต้ารับไฟฟ้า ต้องติดตั้งอย่างเรียบร้อย ใช้งานเปิดปิดได้ถูกต้อง
- หลอดไฟ โคมไฟต้องติดตั้งครบถ้วน หลอดไม่ขาด ไม่เลอะสี
- เต้ารับโทรศัพท์ สาย LAN โดยสามารถนำอุปกรณ์จริงมาตรวจสอบได้เลย

ส่งเอกสาร ก่อนเซ็นรับบ้าน
เมื่อตรวจบ้านแล้ว บันทึก และถ่ายรูปตามจุดต่างๆ ที่ต้องการแก้ไขซ่อมแซมก่อนเซ็นรับโอน ระหว่างและหลังการตรวจรับบ้าน ก็คือ ควรจดบันทึกจุดตำหนิให้ครบถ้วน ทั้งการมาร์กจุดที่ตัวบ้าน และข้อมูลหรือรูปถ่ายที่เก็บไว้กับตัว เนื่องจากจะต้องใช้เปรียบเทียบอีกครั้ง หลังจากที่โครงการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว
ตรวจเช็กอีกครั้ง หลังการซ่อมแซมของโครงการ
เมื่อช่างประจำโครงการแก้ไขซ่อมแซมตามลิสต์ต่างๆ ที่เราแจ้งไปแล้วกลับมาตรวจเช็ก อีกครั้งตามจุดแก้ไขแต่ละจุด ตรวจสอบเช็กความเรียบร้อย ก่อนเซ็นรับมอบต่อไป
ขั้นตอนการตรวจรับบ้านเป็นขั้นตอนที่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง สำหรับใครที่ไม่ได้มี ความรู้เรื่องงานช่างหรือเรื่องวัสดุของบ้าน การจ้างมืออาชีพให้เข้ามาช่วยตรวจบ้านน่าจะ เป็นทางเลือกที่คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม เพราะถ้าเจอปัญหาและต้องซ่อมเองทีหลังก็อาจจะเจ็บปวดกับ ราคาและเวลาที่ต้องเสียไป ด้วยความห่วงใยจาก SC Asset
