Highlights
- ขายฝาก คือ การที่ผู้ขาย ขายทรัพย์สินให้กับผู้ซื้อ โดยผู้ขายยังคงมีสิทธิ์ในการไถ่ถอนทรัพย์สินนั้นกลับคืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา
- ค่าธรรมเนียม ขายฝาก ประกอบไปด้วย 2 ส่วนที่ต้องชำระ ได้แก่ ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนขายฝากที่กรมที่ดิน และค่านายหน้า
- ไถ่ถอนขายฝาก เสียค่าธรรมเนียมแปลงละ 50 บาท ค่าอากรแสตมป์ 0.5%
- โดยปกติ ผู้ขายฝากเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียม แต่สามารถตกลงกันได้ในสัญญา
- กรณีต่อสัญญาขายฝาก ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดินแปลงละ 50 บาท
ค่าธรรมเนียมขายฝาก ที่ต้องชำระมีอะไรบ้าง ฉบับปี 2568
สำหรับผู้ที่ต้องการขายฝากที่ดิน คำถามที่หลายคนสงสัยคงหนีไม่พ้น ขายฝากต้องเสียค่าอะไรบ้าง? โดยปกติแล้วการขายฝากที่ดิน ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 2 ส่วน ได้แก่ ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนขายฝากที่กรมที่ดิน และค่านายหน้า
ค่าธรรมเนียม การจดทะเบียนขายฝากที่กรมที่ดิน ประกอบไปด้วย
- ค่าคำขอ : แปลงละ 5 บาท เป็นค่าธรรมเนียมในการยื่นคำขอจดทะเบียนขายฝาก
- ค่าพยาน : 20 บาท เป็นค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้กับพยานในการทำสัญญา
- ค่าธรรมเนียมการโอน : คิดเป็น 2% ของราคาประเมินที่ดินหรือราคาขายฝาก ขึ้นอยู่กับว่าราคาใดสูงกว่า
- ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ : คิดเป็น 3.3% ของราคาประเมินที่ดินหรือราคาขายฝาก โดยจะเสียในกรณีที่ถือครองที่ดินน้อยกว่า 5 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านน้อยกว่า 1 ปี (บุคคลธรรมดาได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีขายฝากที่ดิน แบบธุรกิจเฉพาะ)
- ค่าอากรแสตมป์ : คิดเป็น 0.5% ของราคาประเมินที่ดินหรือราคาขายฝาก ขึ้นอยู่กับว่าราคาใดสูงกว่า หากมีการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว จะได้รับการยกเว้นค่าอากรแสตมป์
- ค่าธรรมเนียมจดจำนอง : คิดเป็น 1% ของจำนวนเงินกู้หรือวงเงินจำนอง
- ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย : คำนวณตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร ขึ้นอยู่กับจำนวนปีที่ถือครองทรัพย์สินและอัตราภาษีที่กำหนด
นอกจากค่าธรรมเนียมข้างต้นแล้วในกรณีที่จ้างนายหน้า จะต้องจ่ายค่านายหน้า เมื่อนายหน้าสามารถหาผู้รับซื้อฝากได้สำเร็จ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งค่าธรรมเนียม ขายฝาก ที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคาประเมินหรือราคาขายฝากของทรัพย์สิน โดยปกติแล้วจะคิด 5% ของยอดการขายฝาก วิธีคำนวณค่าธรรมเนียมขายฝาก ในส่วนที่ต้องให้นายหน้า เช่น ขายฝากที่ดิน 5 ล้านบาท เสียค่านายหน้า 250,000 บาท
การขายฝากคืออะไร
การขายฝาก คือการที่ผู้ขาย ขายทรัพย์สินให้กับผู้ซื้อ โดยผู้ขายยังคงมีสิทธิ์ในการไถ่ถอนทรัพย์สินนั้นกลับคืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา หากผู้ขายสามารถไถ่ถอนทรัพย์สินภายในระยะเวลาที่กำหนด ทรัพย์สินนั้นจะกลับคืนเป็นของผู้ขาย แต่หากไม่สามารถไถ่ถอนภายในเวลาที่กำหนด ทรัพย์สินนั้นจะกลายเป็นของผู้ซื้ออย่างถาวร ปกติแล้วการขายฝากมักใช้ในกรณีที่ผู้ขายต้องการเงินสดอย่างเร่งด่วน โดยที่ยังต้องการเก็บสิทธิ์ในการได้ทรัพย์สินนั้นคืน หากสามารถหาเงินมาไถ่ถอนได้ตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา
ขายฝากกับจํานอง ต่างกันอย่างไร?
หลายคนมักจะสับสนระหว่างการขายฝากกับการจำนอง เนื่องจากทั้งสองอย่างเป็นการนำทรัพย์สินมาเป็นหลักประกันในการกู้ยืมเงิน แต่มีความแตกต่างกัน โดยการขายฝาก กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะโอนไปยังผู้รับซื้อฝากทันที แต่ผู้ขายฝากมีสิทธิ์ที่จะไถ่ถอนทรัพย์สินคืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ในขณะที่การจำนอง กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินยังคงอยู่กับผู้จำนอง แต่จะถูกจำกัดสิทธิ์ในการโอนหรือจำนองทรัพย์สินนั้น
ขั้นตอนการขายฝาก มีอะไรบ้าง?
การขายฝาก เป็นวิธีการหนึ่งที่ใช้ในการเปลี่ยนทรัพย์สินเป็นเงินสดอย่างรวดเร็ว โดยยังคงสิทธิ์ในการไถ่ถอนทรัพย์สินกลับคืนในอนาคต สำหรับผู้ที่สนใจทำสัญญาขายฝาก ควรทราบถึงค่าธรรมเนียม ขายฝาก และขั้นตอนต่าง ๆ ในการดำเนินการ ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ : ได้แก่ ปรึกษาทนายความ เพื่อให้คำปรึกษาทางกฎหมายเกี่ยวกับสัญญาและเงื่อนไขต่าง ๆ ปรึกษานายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เพื่อช่วยประเมินราคาทรัพย์สินและหาผู้รับซื้อฝาก และปรึกษาสถาบันการเงินเพื่อขอสินเชื่อหรือปรึกษาเกี่ยวกับเงื่อนไขการชำระหนี้
- ประเมินราคาทรัพย์สิน : ผู้เชี่ยวชาญจะทำการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อกำหนดวงเงินกู้ที่ได้รับ
- เตรียมเอกสาร : เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น โฉนดที่ดิน บัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน
- ทำสัญญาขายฝาก : ทำสัญญาขายฝากระหว่างผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝาก โดยระบุรายละเอียด เช่น ราคาทรัพย์สิน ระยะเวลาในการไถ่ถอน และอัตราดอกเบี้ย
- จดทะเบียนสัญญา : นำสัญญาไปจดทะเบียนที่กรมที่ดิน เพื่อให้สัญญามีผลทางกฎหมาย
- รับเงิน : ผู้ขายฝากจะได้รับเงินกู้ตามจำนวนที่ตกลงกันไว้
- ชำระหนี้ : ผู้ขายฝากต้องชำระหนี้ตามกำหนดเวลาที่ระบุในสัญญา พร้อมทั้งดอกเบี้ย
- ไถ่ถอนทรัพย์สิน : เมื่อชำระหนี้ครบถ้วน ผู้ขายฝากสามารถไถ่ทรัพย์สินคืนได้
เอกสารที่ใช้ในการขายฝาก มีอะไรบ้าง?
นอกจากค่าธรรมเนียม ขายฝาก อีกสิ่งที่ผู้ขายทุกคนจะต้องรู้ คือเอกสารที่ต้องใช้ในการขายฝาก ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินการขายฝาก เพื่อให้การทำธุรกรรมเป็นไปอย่างราบรื่น และมีความถูกต้องตามกฎหมาย การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนจะช่วยให้กระบวนการขายฝากเสร็จสิ้นได้อย่างรวดเร็วและไม่มีปัญหา โดยควรเตรียมเอกสาร ดังนี้
- เอกสารแสดงความเป็นเจ้าของทรัพย์สิน : เช่น โฉนดที่ดิน หรือเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ
- บัตรประชาชนของผู้ขายและผู้ซื้อ : ใช้เพื่อยืนยันตัวตนของทั้งสองฝ่าย
- ทะเบียนบ้านของผู้ขายและผู้ซื้อ : ใช้ตรวจสอบที่อยู่และข้อมูลส่วนตัวของทั้งสองฝ่าย
- เอกสารการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน : รายงานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อใช้ในการกำหนดราคาขายฝาก
- สัญญาขายฝาก : เอกสารที่ร่างขึ้นโดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สิน, ราคาขายฝาก, ระยะเวลาไถ่ถอน และเงื่อนไขการไถ่ถอน
- ใบเสร็จรับเงิน : เอกสารที่แสดงการรับเงินจากการขายฝาก (ถ้ามี)
- เอกสารการจดทะเบียนขายฝาก : เช่น แบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนขายฝาก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าธรรมเนียม ขายฝาก
1. หากไถ่ถอนขายฝาก จะต้องเสียค่าธรรมเนียมไหม?
การไถ่ถอนขายฝาก จะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน ค่าธรรมเนียม ขายฝากนี้จะคิดจากมูลค่าของทรัพย์สินที่ไถ่ถอน โดยอัตราค่าธรรมเนียมจะแตกต่างกันไปตามประเภทของทรัพย์สินและมูลค่าทรัพย์สิน นอกจากนี้ อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น
- ค่าคำขอ : แปลงละ 5 บาท
- ค่าอากรแสตมป์ : 0.5% ของราคาประเมินหรือราคาที่ไถ่ถอน
- ค่าพยาน : 20 บาท
- ค่าธรรมเนียมการทำนิติกรรม : 2% ของราคาประเมินจากสำนักงานที่ดิน หรือราคาขายฝาก
- ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ :
- บุคคลธรรมดา : ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ
- นิติบุคคล : ต้องเสียค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ
- ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย : คิดจากราคาประเมินที่ดิน และระยะเวลาการไถ่ถอนนับจากวันที่จดทะเบียนขายฝากจนถึงวันไถ่ถอน
2. ใครเป็นคนชำระค่าธรรมเนียมขายฝาก?
อีกคำถามที่หลายคนสงสัย คือค่าธรรมเนียมขายฝาก ใครจ่าย? โดยปกติแล้ว ผู้ขายฝากจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการขายฝาก อย่างไรก็ตาม สามารถตกลงกันได้ระหว่างผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝากว่าใครจะเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่ายส่วนใดบ้าง โดยอาจระบุไว้ในสัญญาขายฝาก
3. กรณีต่อสัญญาขายฝาก ต้องเสียค่าธรรมเนียมเท่าไร และทำอย่างไรบ้าง?
ค่าธรรมเนียมต่อสัญญาขายฝาก จะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงสัญญาที่สำนักงานที่ดิน สำหรับใครที่ต้องการทราบว่าค่าธรรมเนียม ในการต่อสัญญาขายฝากที่ดินเท่าไหร่ โดยปกติ ค่าธรรมเนียมการต่อสัญญาขายฝาก มักจะคิดแปลงละ 50 บาท อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมนี้จะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสัญญาเดิม และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสัญญาใหม่
ขั้นตอนการต่อสัญญาขายฝากโดยทั่วไป
- ตกลงกัน : ทั้งผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝากต้องตกลงร่วมกันว่าจะขยายระยะเวลาการไถ่ถอน โดยทำเป็นหนังสือข้อตกลงอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
- เตรียมเอกสาร :
- หนังสือแสดงสิทธิ์ในที่ดิน (โฉนด)
- สัญญาขายฝากฉบับเดิม
- หนังสือข้อตกลงขยายสัญญาขายฝาก (ลงนามโดยทั้งสองฝ่าย)
- ทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของทั้งสองฝ่าย
- ยื่นคำขอ : นำเอกสารทั้งหมดไปยื่นต่อเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานที่ดิน
- ชำระค่าธรรมเนียม : ชำระค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงสัญญา
- รับหนังสือรับรองการจดทะเบียน : เมื่อการจดทะเบียนเสร็จสิ้น จะได้รับหนังสือรับรองการจดทะเบียนฉบับใหม่
ค่าธรรมเนียม ขายฝาก อัปเดตฉบับปี 2568 เรื่องที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ
การทำธุรกรรมขายฝาก นอกจากตัวสัญญาแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะแตกต่างกันไปตามแต่ละกรณี โดยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ประเภทของทรัพย์สิน มูลค่าทรัพย์สิน และระยะเวลาที่ถือครองทรัพย์สิน
ค่าธรรมเนียมขายฝากที่ดิน 2568 ประกอบด้วยค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน, ค่าอากรแสตมป์, ภาษีธุรกิจเฉพาะ, ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ค่าประเมินราคาทรัพย์สิน ค่าทนายความ และค่านายหน้า
สำหรับใครที่ยังสงสัยว่าค่าธรรมเนียมขายฝาก คิดยังไง จริง ๆ แล้วค่าธรรมเนียม ขายฝากมีการเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจสอบข้อมูลที่เป็นปัจจุบันจากสำนักงานที่ดินในพื้นที่ที่คุณจะดำเนินการ และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี หรือสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานสรรพากรและสำนักงานที่ดิน เพื่อให้ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องและเหมาะสมกับกรณีของคุณ
