Research and Knowledge24 ส.ค. 2569

ซื้อคอนโดครั้งแรกต้องรู้! เช็กความพร้อมรายได้ เงินดาวน์ ค่าใช้จ่ายจริง

SC
ซื้อคอนโดครั้งแรกต้องรู้! เช็กความพร้อมรายได้ เงินดาวน์ ค่าใช้จ่ายจริง

Key Takeaway

  • ซื้อคอนโดครั้งแรกควรเตรียมเงินก้อนสำหรับเงินจอง เงินทำสัญญา เงินดาวน์ ค่าใช้จ่ายวันโอน และงบย้ายเข้า โดยอาจวางกรอบสำรองประมาณร้อยละ 10 ถึง 20 ของราคาซื้อ ส่วนรายได้ควรสัมพันธ์กับค่างวดและภาระหนี้เดิม โดยยังเหลือเงินสำหรับค่าใช้จ่ายประจำและเงินสำรอง
  • การประเมินตัวเองก่อนซื้อคอนโดครั้งแรกแนะนำให้เริ่มจากตรวจความมั่นคงของรายได้ ภาระหนี้ เงินสำรอง และค่างวดที่รับได้โดยไม่กระทบการใช้ชีวิต พร้อมพิจารณาเป้าหมายการอยู่อาศัย ทำเลที่ใช้จริง และแผนในอีก 3 ถึง 5 ปี
  • โครงการพร้อมอยู่เหมาะกับแผนย้ายเข้าในระยะใกล้และต้องการเห็นห้องจริงก่อนตัดสินใจ ส่วน Presales เหมาะกับแผนที่ยังมีเวลาเตรียมเงินก้อนและเอกสารสินเชื่อ จึงควรเลือกจาก Timeline ชีวิตและความพร้อมทางการเงินเป็นหลัก

การซื้อคอนโดครั้งแรกมักมาพร้อมคำถามมากกว่าคำตอบ ตั้งแต่ต้องมีรายได้เท่าไร ควรเตรียมเงินดาวน์กี่บาท ธนาคารจะอนุมัติวงเงินหรือไม่ ไปจนถึงค่าใช้จ่ายวันโอนที่อาจไม่ได้อยู่ในงบตั้งแต่ต้น ยิ่งมีตัวเลือกทั้งโครงการพร้อมอยู่และ Presales การตัดสินใจครั้งสำคัญจึงไม่ควรเริ่มจากการเลือกห้องที่สวยที่สุดเพียงอย่างเดียว จุดเริ่มต้นที่เหมาะสมคือการประเมินชีวิตจริงก่อนดูโครงการ ทั้งรายได้ ภาระหนี้ เงินสำรอง รูปแบบการเดินทาง และแผนในอีกหลายปีข้างหน้า จากนั้นจึงค่อยเลือกทำเล รูปแบบห้อง และโครงการที่สอดคล้องกับงบประมา

บทความนี้รวบรวมเพื่อช่วยให้วางแผนได้อย่างรอบด้าน จึงได้รวบรวมข้อควรรู้และเช็กลิสต์สำคัญสำหรับการซื้อคอนโดครั้งแรก ตั้งแต่การประเมินความพร้อมทางการเงิน การเลือกทำเลและโครงการ ไปจนถึงค่าใช้จ่ายที่ควรเตรียมก่อนวันโอน เพื่อให้ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างมั่นใจ และนำไปสู่การตัดสินใจเลือกคอนโดที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในระยะยาว

เช็กความพร้อม ซื้อคอนโดครั้งแรกต้องเริ่มจากอะไร?

เช็กความพร้อม ซื้อคอนโดครั้งแรกต้องเริ่มจากอะไร?

มือใหม่ซื้อคอนโดครั้งแรก ควรเริ่มต้นด้วยการเช็ก 8 ข้อสำคัญ ดังนี้

  1. กำหนดเป้าหมายการซื้อคอนโด
    ระบุว่าซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง ลดเวลาเดินทาง สร้างพื้นที่ส่วนตัว หรือรองรับแผนในอนาคต
  2. ประเมินรายได้และภาระหนี้ต่อเดือน
    รวบรวมรายได้สุทธิ ค่างวดรถ ยอดชำระบัตรเครดิต และสินเชื่อที่ยังมีอยู่
  3. วางงบเงินก้อนก่อนซื้อ
    เตรียมเงินจอง เงินทำสัญญา เงินดาวน์ ค่าใช้จ่ายวันโอน และเงินสำรองหลังย้ายเข้า
  4. ประเมินค่างวดที่รับได้
    เลือกค่างวดที่ยังเหลือเงินสำหรับค่าใช้จ่ายประจำ เงินออม และเหตุการณ์ฉุกเฉิน
  5. เตรียมเอกสารสินเชื่อ
    จัดเตรียมเอกสารประจำตัว เอกสารรายได้ และ Statement ให้เป็นปัจจุบัน
  6. เลือกทำเลที่เหมาะกับการใช้ชีวิต
    ทดลองเดินทางจริงและประเมินเวลาแบบ Door to Door ทั้งวันทำงานและวันหยุด
  7. เลือกรูปแบบห้องและโครงการ
    พิจารณา Layout พื้นที่เก็บของ แสงธรรมชาติ ส่วนกลาง และสถานะโครงการ
  8. ตรวจสัญญา ตรวจห้อง และเตรียมวันโอน
    อ่านรายละเอียดค่าใช้จ่าย กำหนดส่งมอบ และเงื่อนไขสินเชื่อก่อนลงนามทุกครั้ง

ประเมินตัวเองก่อนซื้อคอนโดครั้งแรก

ซื้อเพื่ออยู่เองหรือวางแผนถือครองระยะยาว

จุดประสงค์ของการซื้อมีผลต่อทำเล ขนาดห้อง ระยะเวลาเดินทาง และงบประมาณโดยตรง การซื้อเพื่อใกล้สถานที่ทำงานอาจให้น้ำหนักกับรถไฟฟ้าและเวลาเดินทางมากกว่าพื้นที่ห้อง ส่วนการวางแผนถือครองระยะยาวควรพิจารณาความยืดหยุ่นของ Layout สิ่งอำนวยความสะดวก และการเปลี่ยนแปลงของชีวิตในอนาคต ประเด็นสำคัญที่ควรประเมินประกอบด้วย เช่น

  • ซื้อเพื่อใกล้สถานที่ทำงาน
  • ซื้อเพื่อสร้างพื้นที่ส่วนตัว
  • ซื้อเพื่อรองรับการทำงานที่บ้านหรือสมาชิกในอนาคต
  • วางแผนถือครองระยะกลางหรือระยะยาว
  • พิจารณาความคล่องตัวเมื่อต้องเปลี่ยนงานหรือเปลี่ยนเส้นทางเดินทาง

มูลค่าทรัพย์สินและรายได้จากการถือครองอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาด จึงไม่ควรวางแผนจากผลตอบแทนที่คาดการณ์เพียงด้านเดียว

ทดสอบความพร้อมด้วย 5 คำถาม

ให้คะแนนแต่ละข้อเพื่อใช้เป็นการประเมินตนเองเบื้องต้น โดยไม่มีคะแนนใดรับรองผลการอนุมัติสินเชื่อ

คำถาม

2 คะแนน

1 คะแนน

0 คะแนน

1. รายได้ของคุณมีความต่อเนื่องหรือไม่?

รายได้ประจำและค่อนข้างมั่นคง

รายได้มีขึ้นลงบ้าง แต่ยังจัดการได้

รายได้ไม่แน่นอนหรือเพิ่งเริ่มงาน

2. ปัจจุบันมีภาระผ่อนชำระอื่นมากน้อยแค่ไหน?

ไม่มีหรือมีภาระผ่อนน้อย

มีภาระผ่อนระดับปานกลาง

มีภาระผ่อนหลายรายการหรือค่อนข้างสูง

3. หลังจ่ายเงินจอง เงินดาวน์ และค่าใช้จ่ายวันโอนแล้ว ยังมีเงินสำรองหรือไม่?

มีเงินสำรองเพียงพอหลายเดือน

มีเงินสำรองบ้าง

เงินสำรองเหลือน้อยหรือแทบไม่มี

4. หากเริ่มผ่อนคอนโด ค่างวดใหม่จะกระทบการใช้ชีวิตมากแค่ไหน?

แทบไม่กระทบ ยังมีเงินออมและค่าใช้จ่ายเพียงพอ

ต้องปรับการใช้จ่ายบางส่วน

อาจกระทบค่าใช้จ่ายประจำหรือเงินออมอย่างชัดเจน

5. คุณมีแผนอยู่อาศัยหรือใช้ประโยชน์จากคอนโดในทำเลนี้นานแค่ไหน?

มากกว่า 5 ปี หรือมีเป้าหมายชัดเจน

ประมาณ 3–5 ปี

ยังไม่แน่ใจหรืออาจย้ายในระยะสั้น

รวมคะแนน

  • 8–10 คะแนน
    มีปัจจัยหลายด้านที่สะท้อนความพร้อม สามารถเริ่มศึกษาทำเล เปรียบเทียบโครงการ และสอบถามสินเชื่อจากหลายสถาบันการเงินได้
  • 5–7 คะแนน
    มีพื้นฐานที่ดีแต่ยังควรวางแผนบางส่วนเพิ่มเติม เช่น เพิ่มเงินสำรอง ลดภาระหนี้ หรือกำหนดงบประมาณให้ชัดเจน
  • 0–4 คะแนน
    ควรทบทวนแผนการเงินและเป้าหมายก่อนตัดสินใจ เมื่อรายได้ เงินสำรอง และภาระค่าใช้จ่ายมีความสมดุลมากขึ้น การซื้อคอนโดจะมีความยืดหยุ่นกว่าเดิม

ข้อควรรู้: คะแนนนี้เป็นเพียงแนวทางประเมินเบื้องต้น ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับหรือไม่ได้รับอนุมัติสินเชื่อ เนื่องจากผลอนุมัติขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของแต่ละสถาบันการเงินและข้อมูลของผู้ขอสินเชื่อ

รายได้เท่าไรถึงซื้อคอนโดได้

คำนวณกำลังผ่อนจากรายได้และภาระหนี้

วิธีซื้อคอนโดที่รอบคอบควรเริ่มจากรายได้สุทธิต่อเดือน ไม่ใช่รายได้ก่อนหักค่าใช้จ่าย จากนั้นหักภาระหนี้เดิมและกำหนดค่างวดเป้าหมายที่ยังเหลือพื้นที่สำหรับการใช้ชีวิตและเงินสำรอง

แหล่งข้อมูลจากธนาคารบางแห่งใช้ภาระหนี้ประมาณร้อยละ 30 ถึง 40 ของรายได้เป็นกรอบคำนวณเบื้องต้น อย่างไรก็ตามอัตราที่อนุมัติจริงขึ้นอยู่กับรายได้ ภาระหนี้ ประวัติการชำระเงิน และนโยบายของแต่ละธนาคาร ปัจจัยที่ควรนำมาคำนวณประกอบด้วย เช่น

  • รายได้สุทธิต่อเดือน
  • ค่างวดรถและสินเชื่อเดิม
  • ยอดชำระบัตรเครดิต
  • ระยะเวลากู้
  • อัตราดอกเบี้ย
  • อายุเมื่อสิ้นสุดสัญญา
  • รายได้ของผู้กู้ร่วม
  • ความต่อเนื่องของอาชีพและกระแสรายได้

มือใหม่ซื้อคอนโดเช็กอัตราดอกเบี้ยแต่ละธนาคารพร้อมค่างวดประมาณการ

สำหรับมือใหม่ซื้อคอนโดครั้งแรก การเลือกสินเชื่อที่ตอบโจทย์ทั้งดอกเบี้ยต่ำและวงเงินที่เพียงพอ ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญมากในการวางแผนทางการเงินระยะยาว อัปเดตอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อล่าสุดปี 2569 พร้อมคำนวณค่างวดผ่อนชำระเบื้องต้น (ตัวอย่างสำหรับคอนโดราคา 3 ล้านบาท กู้เต็มวงเงิน 100% ) เพื่อประเมินภาระผ่อนชำระได้ใกล้เคียงกับแผนการเงินจริงมากขึ้น

ธนาคาร

ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก*

MRR

วงเงินกู้สูงสุด

ระยะเวลากู้สูงสุด

ค่างวดต่อเดือน (คอนโด 3 ล้าน / กู้ 100%)**

ธนาคารออมสิน (GSB)

2.55%

6.045%

110%

40 ปี

~10,000 บาท (ผ่อน 40 ปี)

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

3.16%

6.145%

100%

40 ปี

~11,000 บาท (ผ่อน 40 ปี)

ธนาคารกรุงไทย (KTB)

2.80%

6.845%

100% - 110%

40 ปี

~10,400 บาท (ผ่อน 40 ปี)

ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP)

3.33%

7.400%

110%

40 ปี

~11,250 บาท (ผ่อน 40 ปี)

ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH Bank)

3.24%

8.580%

100%

40 ปี

~11,100 บาท (ผ่อน 40 ปี)

ธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb)

3.10%

7.105%

100%

35 ปี

~11,800 บาท (ผ่อน 35 ปี)

ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)

2.85%

6.575%

100%

30 ปี

~12,410 บาท (ผ่อน 30 ปี)

ธนาคารกสิกรไทย (KBANK)

2.99%

6.580%

100%

30 ปี

~12,640 บาท (ผ่อน 30 ปี)

ธนาคารกรุงเทพ (BBL)

3.17%

6.500%

100%

30 ปี

~12,940 บาท (ผ่อน 30 ปี)

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY)

3.56%

6.670%

100%

30 ปี

~13,580 บาท (ผ่อน 30 ปี)

ธนาคารยูโอบี (UOB)

3.85%

8.075%

100%

30 ปี

~14,060 บาท (ผ่อน 30 ปี)

หมายเหตุเพิ่มเติมสำหรับการประเมินข้อมูล

  • (*) เงื่อนไขประกัน MRTA: อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกตามข้อมูลข้างต้น อ้างอิงจากแพ็กเกจที่มีการสมัครประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ (MRTA) ตามเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด หากไม่สมัครอาจมีผลให้อัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้น
  • (**) การประเมินค่างวด: ตัวเลขค่างวดนี้เป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้น (คำนวณแบบลดต้นลดดอก) บนสมมติฐานที่ใช้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกคงที่ตลอดอายุสัญญาตามระยะเวลากู้สูงสุด ในความเป็นจริง ธนาคารมักจะคิดค่างวดเผื่อความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (MRR) ที่จะเกิดขึ้นในปีที่ 4 เป็นต้นไป ทำให้ค่างวดที่ถูกเรียกเก็บจริงอาจสูงกว่าตารางนี้เล็กน้อย

หมายเหตุ: ข้อมูลตรวจสอบ ณ วันที่ 13 สิงหาคม 2569 อัตราดอกเบี้ย MRR โปรโมชัน วงเงินกู้ และเงื่อนไขสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของแต่ละสถาบันการเงิน การกู้เต็มวงเงิน 100% ในตัวอย่างเป็นเพียงสมมติฐานสำหรับคำนวณ ไม่ได้หมายความว่าผู้กู้ทุกกรณีจะได้รับวงเงินเต็มราคาคอนโด การอนุมัติจริงขึ้นอยู่กับรายได้ ภาระหนี้ ราคาประเมิน LTV คุณสมบัติผู้กู้ และหลักเกณฑ์ของแต่ละธนาคาร โปรดตรวจสอบข้อมูลที่อัปเดตล่าสุดกับเจ้าหน้าที่ธนาคารอีกครั้งก่อนตัดสินใจยื่นกู้

ซื้อคอนโดครั้งแรกต้องมีเงินก้อนเท่าไร

เงินจอง เงินทำสัญญา และเงินดาวน์ต่างกันอย่างไร

ค่าใช้จ่ายแต่ละรายการเกิดขึ้นคนละช่วงเวลา จึงควรตรวจสอบตารางชำระเงินในเอกสารโครงการก่อนตัดสินใจ

  • เงินจอง
    ชำระเพื่อยืนยันสิทธิ์ในการเลือกห้องตามเงื่อนไขโครงการ
  • เงินทำสัญญา
    ชำระเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนจัดทำสัญญาจะซื้อจะขาย
  • เงินดาวน์
    ชำระก่อนวันโอนตามจำนวนงวดและกำหนดเวลาที่ระบุในสัญญา
  • ส่วนต่างจากวงเงินสินเชื่อ
    เกิดขึ้นเมื่อธนาคารอนุมัติวงเงินต่ำกว่าราคาที่ต้องชำระในวันโอน
  • เงินย้ายเข้า
    ครอบคลุมเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า งานตกแต่ง และค่าใช้จ่ายช่วงเริ่มต้น

จำนวนเงินจริงของเงินจอง เงินทำสัญญา และเงินดาวน์ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโครงการ จึงควรขอเอกสารสรุปค่าใช้จ่ายเป็นลายลักษณ์อักษร

เงินดาวน์ควรมีเท่าไร

สำหรับการวางแผนแบบรอบคอบ สามารถตั้งกรอบเงินก้อนประมาณร้อยละ 10 ถึง 20 ของราคาซื้อเป็นการเผื่อเงินสำรองสำหรับการวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ (Conservative Planning Buffer) กรอบนี้ไม่ใช่ข้อบังคับของธนาคารและไม่ควรนำเงินสำรองฉุกเฉินทั้งหมดมาใช้ เงินก้อนควรครอบคลุม

  • เงินดาวน์ตามสัญญา
  • ส่วนต่างจากราคาประเมินหรือวงเงินอนุมัติ
  • ค่าใช้จ่ายวันโอน
  • เงินสำรองหลังรับโอน
  • เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • ค่าใช้จ่ายสำหรับการย้ายเข้า

ตัวอย่าง คอนโดราคา 2.69 ล้านบาท หากตั้งกรอบร้อยละ 10 จะเท่ากับประมาณ 269,000 บาท หากตั้งกรอบร้อยละ 20 จะเท่ากับประมาณ 538,000 บาท ทั้งสองตัวเลขเป็นกรอบเตรียมสภาพคล่อง ไม่ใช่จำนวนเงินดาวน์ที่โครงการหรือธนาคารกำหนด

ค่าใช้จ่ายจริงในการซื้อคอนโดมีอะไรบ้าง

ค่าใช้จ่ายจริงในการซื้อคอนโดมีอะไรบ้าง

ค่าใช้จ่ายก่อนวันโอน

ค่าใช้จ่ายบางรายการทราบได้จากตารางชำระเงินของโครงการ ส่วนบางรายการต้องสอบถามธนาคารหรือผู้ให้บริการเพิ่มเติม รายการที่มักทราบล่วงหน้า เช่น เงินจอง เงินทำสัญญา เงินดาวน์ ค่าตรวจรับห้อง งบตกแต่งและย้ายเข้า ส่วนรายการที่ควรขอข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ค่าประเมินหลักประกัน ค่าเบี้ยประกันตามทางเลือก ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสินเชื่อ รวมทั้งเงื่อนไขคืนหรือริบเงินตามสัญญา

ค่าใช้จ่ายวันโอนคืออะไร

ค่าใช้จ่ายวันโอน คือเงินที่ต้องชำระในวันที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด ณ สำนักงานที่ดิน โดยไม่ได้มีเพียงราคาคอนโดส่วนที่เหลือ แต่ยังอาจรวมค่าธรรมเนียมการโอน ค่าจดทะเบียนจำนอง เงินกองทุนส่วนกลาง ค่าส่วนกลางล่วงหน้า เงินประกันมิเตอร์ และค่าใช้จ่ายอื่นตามเงื่อนไขในสัญญา

อัตรามาตรฐานของค่าจดทะเบียนโอนอยู่ที่ร้อยละ 2 ของราคาประเมินทุนทรัพย์ ส่วนค่าจดทะเบียนจำนองอยู่ที่ร้อยละ 1 ของวงเงินจำนอง

ประกาศกรมที่ดินเรื่องมาตรการค่าธรรมเนียมสำหรับที่อยู่อาศัย ซึ่งมาตรการปัจจุบันลดค่าธรรมเนียมทั้งสองรายการเหลือร้อยละ 0.01 สำหรับผู้ซื้อที่เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย โดยราคาซื้อขายและราคาประเมินต้องไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา วงเงินจำนองต้องไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา และการจำนองต้องเกิดพร้อมการซื้อขายที่ได้รับสิทธิ์ มาตรการมีผลถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570

รายการที่ควรเตรียมตรวจสอบก่อนวันโอนประกอบด้วย

  • ค่าธรรมเนียมการโอน
  • ค่าจดทะเบียนจำนอง
  • เงินกองทุนส่วนกลาง
  • ค่าส่วนกลางล่วงหน้า
  • เงินประกันมิเตอร์
  • รายการที่ผู้ซื้อและผู้ขายรับผิดชอบตามสัญญา
  • มาตรการภาครัฐที่มีผลในวันจดทะเบียนจริง

มาตรการรัฐอาจเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจสอบกับกรมที่ดิน โครงการ และธนาคารก่อนวันโอนทุกครั้ง

ค่าใช้จ่ายหลังย้ายเข้า

ค่างวดสินเชื่อไม่ใช่ค่าใช้จ่ายเพียงรายการเดียว การวางแผนรายเดือนควรรวมรายการต่อไปนี้

  • ค่างวดสินเชื่อ
  • ค่าส่วนกลาง
  • ค่าไฟฟ้าและน้ำประปา
  • ค่าอินเทอร์เน็ต
  • ค่าบำรุงรักษาภายในห้อง
  • ค่าเดินทางจากคอนโด
  • เงินสำรองสำหรับอุปกรณ์และงานซ่อม

การทดลองจัดงบเสมือนผ่อนจริงล่วงหน้า 3 ถึง 6 เดือนช่วยให้เห็นว่าค่างวดใหม่กระทบการใช้ชีวิตมากเพียงใด เงินที่ทดลองเก็บไว้ยังสามารถนำไปเพิ่มเงินก้อนก่อนซื้อได้อีกทางหนึ่ง

กู้ธนาคารซื้อคอนโดอย่างไรให้เตรียมตัวได้ครบ

LTV คืออะไร

LTV หรือ Loan to Value คือสัดส่วนวงเงินสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน ตัวอย่างเช่น หากหลักประกันมีมูลค่า 3 ล้านบาทและธนาคารอนุมัติวงเงิน 2.7 ล้านบาท LTV จะเท่ากับร้อยละ 90

เพดาน LTV ร้อยละ 100 ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับสินเชื่อเต็มวงเงินโดยอัตโนมัติ เนื่องจากธนาคารยังพิจารณารายได้ ภาระหนี้ ประวัติการชำระเงิน อายุผู้กู้ ราคาซื้อขาย และราคาประเมินหลักประกัน

ธนาคารแห่งประเทศไทยขยายมาตรการผ่อนคลาย LTV สำหรับกรณีตามเงื่อนไข โดยมีผลกับสัญญากู้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 มาตรการครอบคลุมหลักประกันต่ำกว่า 10 ล้านบาทตั้งแต่สัญญากู้หลังที่ 2 และหลักประกันตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไปตั้งแต่สัญญากู้หลังแรก ซึ่งตัวเลขที่ควรตรวจสอบพร้อมกันมีราคาซื้อขาย ราคาประเมินหลักประกัน วงเงินอนุมัติ ส่วนต่างที่ต้องเตรียม

เอกสารสำหรับพนักงานประจำ

รายการเอกสารซื้อคอนโดครั้งแรกเบื้องต้นสำหรับพนักงานประจำมักประกอบด้วย

  • เอกสารประจำตัว
  • หนังสือรับรองเงินเดือน
  • สลิปเงินเดือนย้อนหลัง
  • Statement ย้อนหลัง
  • หลักฐานรายได้อื่น
  • เอกสารการจองหรือสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด

ระยะเวลาย้อนหลังและรูปแบบเอกสารขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสถาบันการเงิน

เอกสารสำหรับเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่

ธนาคารมักให้ความสำคัญกับความสม่ำเสมอและความสามารถในการตรวจสอบที่มาของรายได้ เอกสารซื้อคอนโดครั้งแรกที่เจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่อาจต้องใช้ประกอบด้วย

  • Statement ส่วนตัวและธุรกิจ
  • หนังสือรับรองบริษัท
  • ทะเบียนพาณิชย์
  • เอกสารภาษี
  • หลักฐานสัญญาหรือรายได้ประจำ
  • งบการเงินตามที่ธนาคารร้องขอ

ควรแยกบัญชีส่วนตัวและบัญชีธุรกิจให้ชัดเจน พร้อมเก็บหลักฐานรายได้อย่างต่อเนื่อง การเตรียมเอกสารครบช่วยให้ขั้นตอนพิจารณาชัดเจนขึ้นแต่ไม่ใช่การรับรองผลอนุมัติ

ขั้นตอนยื่นสินเชื่อแบบเข้าใจง่าย

  1. ตรวจเครดิตและภาระหนี้
    ตรวจยอดหนี้คงเหลือและประวัติการชำระก่อนยื่นคำขอ
  2. เปรียบเทียบหลายธนาคาร
    พิจารณาดอกเบี้ยแต่ละช่วง ค่างวด ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขชำระก่อนกำหนด
  3. ยื่นเอกสาร
    ส่งเอกสารรายได้และเอกสารห้องชุดตามที่ธนาคารกำหนด
  4. ประเมินหลักประกัน
    ธนาคารจัดประเมินมูลค่าห้องชุดเพื่อใช้ประกอบการกำหนดวงเงิน
  5. รับผลอนุมัติ
    ตรวจวงเงิน ระยะเวลากู้ อัตราดอกเบี้ย และเงื่อนไขทั้งหมด
  6. อ่านสัญญาสินเชื่อ
    ตรวจค่างวด อัตราดอกเบี้ยหลังช่วงเริ่มต้น ประกัน และค่าธรรมเนียม
  7. นัดโอนและจดจำนอง
    เตรียมเงินส่วนต่างและค่าใช้จ่ายก่อนเดินทางไปสำนักงานที่ดิน

*Pre-Approval เป็นเพียงผลประเมินเบื้องต้น ไม่ใช่การรับรองผลอนุมัติขั้นสุดท้าย

วิธีเลือกทำเลสำหรับการซื้อคอนโดครั้งแรก

ทำเลที่ได้รับความนิยมอาจไม่ใช่ทำเลที่เหมาะกับทุกชีวิต วิธีเลือกทำเลสำหรับการซื้อคอนโดครั้งแรกควรเริ่มจากการลด Friction ในแต่ละวัน ทั้งเวลาเดินทาง จำนวนครั้งที่ต้องต่อรถ ค่าใช้จ่าย และความสะดวกในการกลับที่พักช่วงกลางคืน

ข้อมูลจาก REIC หรือ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่าในไตรมาส 1 ปี 2569 จำนวนหน่วยเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลลดลงร้อยละ 31.1 ขณะที่จำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.5 แต่ยอดโอนด้านมูลค่าลดลงร้อยละ 2.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่าตลาดยังอยู่ในช่วงที่ผู้ซื้อพิจารณาความพร้อมและความคุ้มค่าของแต่ละโครงการอย่างรอบคอบ การเลือกทำเลจากความต้องการใช้งานจริงจึงมีความสำคัญมากกว่าการตัดสินใจตามกระแสเพียงอย่างเดียว

ปัจจัยที่ควรประเมิน

คำถามก่อนตัดสินใจ

วิธีตรวจสอบจากสถานที่จริง

เส้นทางไปทำงาน

เดินทางกี่วันต่อสัปดาห์และต้องต่อรถกี่ครั้ง

ทดลองเดินทางในช่วงเวลาเร่งด่วน

การเชื่อมต่อรถไฟฟ้า

ระยะจากโครงการถึงสถานีใช้งานได้จริงหรือไม่

เดินจับเวลาจากโครงการถึงชานชาลา

ค่าเดินทาง

ค่าเดินทางต่อเดือนเหมาะกับงบประมาณหรือไม่

รวมค่ารถไฟฟ้า รถโดยสาร และค่าทางด่วน

ความสะดวกรอบโครงการ

มีร้านอาหาร โรงพยาบาล และบริการจำเป็นเพียงพอหรือไม่

สำรวจพื้นที่ทั้งวันทำงานและวันหยุด

ความปลอดภัย

เส้นทางกลับช่วงกลางคืนมีแสงสว่างและผู้คนหรือไม่

ทดลองสำรวจในช่วงเวลาที่กลับที่พักเป็นประจำ

แผนชีวิตในอนาคต

ทำเลยังตอบโจทย์เมื่อต้องเปลี่ยนงานหรือรูปแบบการใช้ชีวิตหรือไม่

ตรวจเส้นทางเชื่อมต่อย่านธุรกิจและถนนสายหลัก

ค่าใช้จ่ายแฝง

การอยู่ไกลทำให้มีค่าเดินทางหรือค่าอาหารเพิ่มขึ้นหรือไม่

เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายรวมต่อเดือนของแต่ละทำเล

ตัวอย่างการเลือกทำเลสำหรับการซื้อคอนโดครั้งแรกของผู้ที่ใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียวเป็นเส้นทางหลัก โค้บบ์ เกษตร-ศรีปทุม ด้วยทำเลติด BTS บางบัว 0 เมตร* ใกล้มหาวิทยาลัยศรีปทุมและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมห้องเพดานสูง 4.7 เมตรในบางรูปแบบ และพื้นที่ส่วนกลางที่รองรับการใช้ชีวิตได้อย่างครบถ้วน

จุดสำคัญไม่ใช่เพียงระยะจากสถานี แต่คือการประเมินว่าเส้นทางดังกล่าวช่วยลดเวลาเดินทางและสนับสนุนรูปแบบชีวิตได้จริงหรือไม่

มือใหม่ซื้อคอนโดควรเลือกห้องแบบไหนดี

จำนวนตารางเมตรบอกขนาดพื้นที่แต่ไม่ได้บอกคุณภาพการใช้งานทั้งหมด ห้องที่เหมาะควรพิจารณาจากกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละวัน

สิ่งที่ควรตรวจบน Floor Plan

  • ตำแหน่งพื้นที่นอน
  • พื้นที่ทำงาน
  • รูปแบบห้องครัว
  • พื้นที่เก็บของ
  • จุดวางเครื่องซักผ้า
  • ระยะเปิดประตูและตู้
  • ตำแหน่งเครื่องปรับอากาศ
  • แสงธรรมชาติ
  • ทิศทางความร้อน
  • ความเป็นส่วนตัวจากทางเดินส่วนกลาง

Studio หรือ 1 Bedroom

  • Studio
    เหมาะกับกิจวัตรที่กระชับและการใช้งานพื้นที่แบบต่อเนื่อง ควรตรวจเรื่องกลิ่นจากห้องครัว พื้นที่เก็บของ และความเป็นสัดส่วนเมื่อต้องทำงานที่บ้าน
  • 1 Bedroom
    แยกพื้นที่พักผ่อนออกจากพื้นที่รับแขกหรือทำงานได้ชัดเจนกว่า แต่อาจมีค่าเฟอร์นิเจอร์และงานตกแต่งเพิ่มตามจำนวนพื้นที่

สิ่งที่ควรดูนอกห้อง

แนวคิด Smart Living และ Community Design ไม่ได้จำกัดอยู่ที่เทคโนโลยีภายในห้อง แต่รวมถึงระบบที่ช่วยให้ชีวิตประจำวันคล่องตัวและปลอดภัย

  • ระบบรักษาความปลอดภัย
  • จุดรับส่งพัสดุ
  • โคเวิร์คกิ้งสเปซ
  • ฟิตเนส
  • พื้นที่สีเขียว
  • เวลาเปิดพื้นที่ส่วนกลาง
  • ระบบจองพื้นที่
  • การบริหารนิติบุคคล
  • กฎเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง
  • จำนวนลิฟต์และเส้นทางหนีไฟ

ควรเลือกจากพื้นที่ที่จะใช้งานจริง ไม่ใช่จำนวนสิ่งอำนวยความสะดวกเพียงอย่างเดียว

คอนโดพร้อมอยู่หรือ Presales แบบไหนเหมาะกับการซื้อคอนโดครั้งแรก

คอนโดพร้อมอยู่หรือ Presales แบบไหนเหมาะกับการซื้อคอนโดครั้งแรก

ทั้งสองรูปแบบมี Timeline และความต้องการด้านการเงินต่างกัน การเลือกที่เหมาะควรพิจารณาจากกำหนดย้ายเข้า เงินก้อน และความพร้อมของเอกสารสินเชื่อ

ประเด็น

โครงการพร้อมอยู่

โครงการ Presales

การเห็นสินค้าจริง

เห็นห้องและส่วนกลางจริงได้

พิจารณาจากห้องตัวอย่างและข้อมูลโครงการ

เวลาเข้าอยู่

วางแผนย้ายเข้าได้เร็วกว่า

มีเวลาเตรียมตัวก่อนโอน

การเตรียมเงิน

ต้องพร้อมรับค่าใช้จ่ายตามกำหนดโอน

กระจายการเตรียมเงินตามตารางสัญญา

สภาพแวดล้อม

สำรวจบรรยากาศจริงได้

ประเมินจากแผนพัฒนาและข้อมูลทำเล

ความเหมาะสม

เหมาะกับผู้ที่ต้องการย้ายเข้าในระยะใกล้

เหมาะกับผู้ที่มีเวลาเตรียมการเงิน

โดยสรุปแล้ว คอนโดพร้อมอยู่เหมาะสำหรับผู้ซื้อที่ต้องการเห็นบรรยากาศจริง ตรวจ Layout และสำรวจพื้นที่ส่วนกลางก่อนตัดสินใจ พร้อมกำหนดช่วงย้ายเข้าได้ชัดเจนกว่า ตัวอย่าง เช่น คอนโดพร้อมอยู่ โค้บบ์ รัชดา-พระราม 9 เหมาะสำหรับพนักงานบริษัทหรือเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตในย่าน NEW CBD ใกล้ MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ พร้อมโคเวิร์คกิ้งสเปซ ห้องประชุม ฟิตเนส สระว่ายน้ำ และพื้นที่สีเขียว

ส่วน โค้บบ์ เกษตร-ศรีปทุม เหมาะสำหรับวัยทำงานและผู้ที่ใช้ชีวิตตามแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว ด้วยทำเลติด BTS บางบัว 0 เมตร* ใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยศรีปทุม พร้อมโคเวิร์คกิ้งสเปซ ห้องประชุม ฟิตเนส สระว่ายน้ำ สวนส่วนกลาง และพื้นที่นั่งพักผ่อน รองรับทั้งการทำงาน การพักผ่อน และการใช้ชีวิตประจำวัน จึงเป็นอีกทำเลที่น่าสนใจสำหรับการเลือกเป็นคอนโดหลังแรก

การชมโครงการจริงช่วยให้ประเมินเวลาเดินจากห้องถึงทางออกอาคาร ความหนาแน่นของพื้นที่ส่วนกลาง และบรรยากาศโดยรอบในช่วงเวลาที่ใช้งานจริง

คอนโด Presale เหมาะกับแผนที่ยังมีเวลาเตรียมเงินก้อน จัดการภาระหนี้ และสร้างประวัติรายได้ให้ต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามความคืบหน้า กำหนดโอน และเงื่อนไขในสัญญาอย่างสม่ำเสมอ ตัวอย่าง เช่น โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นโครงการระหว่างพัฒนา ตั้งอยู่บนซอยลาดพร้าว 64 ใกล้ MRT โชคชัย 4 และ MRT สุทธิสาร โดยความคืบหน้าโครงการอยู่ที่ 28.75% ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569

ช่วงเวลาก่อนโอนสามารถใช้วางแผนเงินดาวน์ ลดภาระหนี้ เตรียม Statement และจัดสรรงบย้ายเข้า โดยควรตรวจข้อมูลล่าสุดกับโครงการก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

สรุป

การซื้อคอนโดครั้งแรกควรเริ่มจากการประเมินเป้าหมายชีวิตและความพร้อมทางการเงิน ทั้งรายได้สุทธิ ภาระหนี้ เงินสำรอง ค่างวดที่รับได้ และเงินก้อนสำหรับเงินดาวน์ ค่าใช้จ่ายวันโอน รวมถึงการย้ายเข้า จากนั้นจึงเลือกทำเลจากเส้นทางที่ใช้จริง พร้อมพิจารณา Layout และการใช้งานภายในห้องมากกว่าจำนวนตารางเมตรเพียงอย่างเดียว ส่วนการเลือกระหว่างคอนโดพร้อมอยู่และ Presales ควรอ้างอิงจากกำหนดย้ายเข้า ระยะเวลาเตรียมเงิน และความพร้อมด้านสินเชื่อ ก่อนตัดสินใจควรอ่านสัญญา ตรวจสอบค่าใช้จ่าย และเปรียบเทียบเงื่อนไขจากหลายธนาคาร เพื่อให้คอนโดหลังแรกตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยในปัจจุบันและแผนชีวิตในระยะยาว

เมื่อคอนโดหลังแรกไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัย แต่คือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ออกแบบได้ SC แบรนด์ที่ลูกค้ารัก และบอกต่อเป็นอันดับ 1 พร้อมให้บริการปรึกษาและช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับผู้ที่สนใจซื้อคอนโดหรือนัดชมโครงการกับ SC สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม นัดชมโครงการ โทร. 1749 หรือกรอกแบบฟอร์มเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ พร้อมเริ่มต้นการใช้ชีวิตในคอนโดหลังแรกที่ตอบโจทย์ทั้งวันนี้และอนาคต

แชร์คัดลอกลิงก์แล้ว