Key Takeaway
- ซื้อคอนโดครั้งแรกควรเตรียมเงินก้อนสำหรับเงินจอง เงินทำสัญญา เงินดาวน์ ค่าใช้จ่ายวันโอน และงบย้ายเข้า โดยอาจวางกรอบสำรองประมาณร้อยละ 10 ถึง 20 ของราคาซื้อ ส่วนรายได้ควรสัมพันธ์กับค่างวดและภาระหนี้เดิม โดยยังเหลือเงินสำหรับค่าใช้จ่ายประจำและเงินสำรอง
- การประเมินตัวเองก่อนซื้อคอนโดครั้งแรกแนะนำให้เริ่มจากตรวจความมั่นคงของรายได้ ภาระหนี้ เงินสำรอง และค่างวดที่รับได้โดยไม่กระทบการใช้ชีวิต พร้อมพิจารณาเป้าหมายการอยู่อาศัย ทำเลที่ใช้จริง และแผนในอีก 3 ถึง 5 ปี
- โครงการพร้อมอยู่เหมาะกับแผนย้ายเข้าในระยะใกล้และต้องการเห็นห้องจริงก่อนตัดสินใจ ส่วน Presales เหมาะกับแผนที่ยังมีเวลาเตรียมเงินก้อนและเอกสารสินเชื่อ จึงควรเลือกจาก Timeline ชีวิตและความพร้อมทางการเงินเป็นหลัก
การซื้อคอนโดครั้งแรกมักมาพร้อมคำถามมากกว่าคำตอบ ตั้งแต่ต้องมีรายได้เท่าไร ควรเตรียมเงินดาวน์กี่บาท ธนาคารจะอนุมัติวงเงินหรือไม่ ไปจนถึงค่าใช้จ่ายวันโอนที่อาจไม่ได้อยู่ในงบตั้งแต่ต้น ยิ่งมีตัวเลือกทั้งโครงการพร้อมอยู่และ Presales การตัดสินใจครั้งสำคัญจึงไม่ควรเริ่มจากการเลือกห้องที่สวยที่สุดเพียงอย่างเดียว จุดเริ่มต้นที่เหมาะสมคือการประเมินชีวิตจริงก่อนดูโครงการ ทั้งรายได้ ภาระหนี้ เงินสำรอง รูปแบบการเดินทาง และแผนในอีกหลายปีข้างหน้า จากนั้นจึงค่อยเลือกทำเล รูปแบบห้อง และโครงการที่สอดคล้องกับงบประมา
บทความนี้รวบรวมเพื่อช่วยให้วางแผนได้อย่างรอบด้าน จึงได้รวบรวมข้อควรรู้และเช็กลิสต์สำคัญสำหรับการซื้อคอนโดครั้งแรก ตั้งแต่การประเมินความพร้อมทางการเงิน การเลือกทำเลและโครงการ ไปจนถึงค่าใช้จ่ายที่ควรเตรียมก่อนวันโอน เพื่อให้ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างมั่นใจ และนำไปสู่การตัดสินใจเลือกคอนโดที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในระยะยาว
เช็กความพร้อม ซื้อคอนโดครั้งแรกต้องเริ่มจากอะไร?
มือใหม่ซื้อคอนโดครั้งแรก ควรเริ่มต้นด้วยการเช็ก 8 ข้อสำคัญ ดังนี้
- กำหนดเป้าหมายการซื้อคอนโด
ระบุว่าซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง ลดเวลาเดินทาง สร้างพื้นที่ส่วนตัว หรือรองรับแผนในอนาคต - ประเมินรายได้และภาระหนี้ต่อเดือน
รวบรวมรายได้สุทธิ ค่างวดรถ ยอดชำระบัตรเครดิต และสินเชื่อที่ยังมีอยู่ - วางงบเงินก้อนก่อนซื้อ
เตรียมเงินจอง เงินทำสัญญา เงินดาวน์ ค่าใช้จ่ายวันโอน และเงินสำรองหลังย้ายเข้า - ประเมินค่างวดที่รับได้
เลือกค่างวดที่ยังเหลือเงินสำหรับค่าใช้จ่ายประจำ เงินออม และเหตุการณ์ฉุกเฉิน - เตรียมเอกสารสินเชื่อ
จัดเตรียมเอกสารประจำตัว เอกสารรายได้ และ Statement ให้เป็นปัจจุบัน - เลือกทำเลที่เหมาะกับการใช้ชีวิต
ทดลองเดินทางจริงและประเมินเวลาแบบ Door to Door ทั้งวันทำงานและวันหยุด - เลือกรูปแบบห้องและโครงการ
พิจารณา Layout พื้นที่เก็บของ แสงธรรมชาติ ส่วนกลาง และสถานะโครงการ - ตรวจสัญญา ตรวจห้อง และเตรียมวันโอน
อ่านรายละเอียดค่าใช้จ่าย กำหนดส่งมอบ และเงื่อนไขสินเชื่อก่อนลงนามทุกครั้ง
ประเมินตัวเองก่อนซื้อคอนโดครั้งแรก
ซื้อเพื่ออยู่เองหรือวางแผนถือครองระยะยาว
จุดประสงค์ของการซื้อมีผลต่อทำเล ขนาดห้อง ระยะเวลาเดินทาง และงบประมาณโดยตรง การซื้อเพื่อใกล้สถานที่ทำงานอาจให้น้ำหนักกับรถไฟฟ้าและเวลาเดินทางมากกว่าพื้นที่ห้อง ส่วนการวางแผนถือครองระยะยาวควรพิจารณาความยืดหยุ่นของ Layout สิ่งอำนวยความสะดวก และการเปลี่ยนแปลงของชีวิตในอนาคต ประเด็นสำคัญที่ควรประเมินประกอบด้วย เช่น
- ซื้อเพื่อใกล้สถานที่ทำงาน
- ซื้อเพื่อสร้างพื้นที่ส่วนตัว
- ซื้อเพื่อรองรับการทำงานที่บ้านหรือสมาชิกในอนาคต
- วางแผนถือครองระยะกลางหรือระยะยาว
- พิจารณาความคล่องตัวเมื่อต้องเปลี่ยนงานหรือเปลี่ยนเส้นทางเดินทาง
มูลค่าทรัพย์สินและรายได้จากการถือครองอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาด จึงไม่ควรวางแผนจากผลตอบแทนที่คาดการณ์เพียงด้านเดียว
ทดสอบความพร้อมด้วย 5 คำถาม
ให้คะแนนแต่ละข้อเพื่อใช้เป็นการประเมินตนเองเบื้องต้น โดยไม่มีคะแนนใดรับรองผลการอนุมัติสินเชื่อ
|
คำถาม |
2 คะแนน |
1 คะแนน |
0 คะแนน |
|
1. รายได้ของคุณมีความต่อเนื่องหรือไม่? |
รายได้ประจำและค่อนข้างมั่นคง |
รายได้มีขึ้นลงบ้าง แต่ยังจัดการได้ |
รายได้ไม่แน่นอนหรือเพิ่งเริ่มงาน |
|
2. ปัจจุบันมีภาระผ่อนชำระอื่นมากน้อยแค่ไหน? |
ไม่มีหรือมีภาระผ่อนน้อย |
มีภาระผ่อนระดับปานกลาง |
มีภาระผ่อนหลายรายการหรือค่อนข้างสูง |
|
3. หลังจ่ายเงินจอง เงินดาวน์ และค่าใช้จ่ายวันโอนแล้ว ยังมีเงินสำรองหรือไม่? |
มีเงินสำรองเพียงพอหลายเดือน |
มีเงินสำรองบ้าง |
เงินสำรองเหลือน้อยหรือแทบไม่มี |
|
4. หากเริ่มผ่อนคอนโด ค่างวดใหม่จะกระทบการใช้ชีวิตมากแค่ไหน? |
แทบไม่กระทบ ยังมีเงินออมและค่าใช้จ่ายเพียงพอ |
ต้องปรับการใช้จ่ายบางส่วน |
อาจกระทบค่าใช้จ่ายประจำหรือเงินออมอย่างชัดเจน |
|
5. คุณมีแผนอยู่อาศัยหรือใช้ประโยชน์จากคอนโดในทำเลนี้นานแค่ไหน? |
มากกว่า 5 ปี หรือมีเป้าหมายชัดเจน |
ประมาณ 3–5 ปี |
ยังไม่แน่ใจหรืออาจย้ายในระยะสั้น |
รวมคะแนน
- 8–10 คะแนน
มีปัจจัยหลายด้านที่สะท้อนความพร้อม สามารถเริ่มศึกษาทำเล เปรียบเทียบโครงการ และสอบถามสินเชื่อจากหลายสถาบันการเงินได้ - 5–7 คะแนน
มีพื้นฐานที่ดีแต่ยังควรวางแผนบางส่วนเพิ่มเติม เช่น เพิ่มเงินสำรอง ลดภาระหนี้ หรือกำหนดงบประมาณให้ชัดเจน - 0–4 คะแนน
ควรทบทวนแผนการเงินและเป้าหมายก่อนตัดสินใจ เมื่อรายได้ เงินสำรอง และภาระค่าใช้จ่ายมีความสมดุลมากขึ้น การซื้อคอนโดจะมีความยืดหยุ่นกว่าเดิม
ข้อควรรู้: คะแนนนี้เป็นเพียงแนวทางประเมินเบื้องต้น ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับหรือไม่ได้รับอนุมัติสินเชื่อ เนื่องจากผลอนุมัติขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของแต่ละสถาบันการเงินและข้อมูลของผู้ขอสินเชื่อ
รายได้เท่าไรถึงซื้อคอนโดได้
คำนวณกำลังผ่อนจากรายได้และภาระหนี้
วิธีซื้อคอนโดที่รอบคอบควรเริ่มจากรายได้สุทธิต่อเดือน ไม่ใช่รายได้ก่อนหักค่าใช้จ่าย จากนั้นหักภาระหนี้เดิมและกำหนดค่างวดเป้าหมายที่ยังเหลือพื้นที่สำหรับการใช้ชีวิตและเงินสำรอง
แหล่งข้อมูลจากธนาคารบางแห่งใช้ภาระหนี้ประมาณร้อยละ 30 ถึง 40 ของรายได้เป็นกรอบคำนวณเบื้องต้น อย่างไรก็ตามอัตราที่อนุมัติจริงขึ้นอยู่กับรายได้ ภาระหนี้ ประวัติการชำระเงิน และนโยบายของแต่ละธนาคาร ปัจจัยที่ควรนำมาคำนวณประกอบด้วย เช่น
- รายได้สุทธิต่อเดือน
- ค่างวดรถและสินเชื่อเดิม
- ยอดชำระบัตรเครดิต
- ระยะเวลากู้
- อัตราดอกเบี้ย
- อายุเมื่อสิ้นสุดสัญญา
- รายได้ของผู้กู้ร่วม
- ความต่อเนื่องของอาชีพและกระแสรายได้
มือใหม่ซื้อคอนโดเช็กอัตราดอกเบี้ยแต่ละธนาคารพร้อมค่างวดประมาณการ
สำหรับมือใหม่ซื้อคอนโดครั้งแรก การเลือกสินเชื่อที่ตอบโจทย์ทั้งดอกเบี้ยต่ำและวงเงินที่เพียงพอ ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญมากในการวางแผนทางการเงินระยะยาว อัปเดตอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อล่าสุดปี 2569 พร้อมคำนวณค่างวดผ่อนชำระเบื้องต้น (ตัวอย่างสำหรับคอนโดราคา 3 ล้านบาท กู้เต็มวงเงิน 100% ) เพื่อประเมินภาระผ่อนชำระได้ใกล้เคียงกับแผนการเงินจริงมากขึ้น
|
ธนาคาร |
ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก* |
MRR |
วงเงินกู้สูงสุด |
ระยะเวลากู้สูงสุด |
ค่างวดต่อเดือน (คอนโด 3 ล้าน / กู้ 100%)** |
|
2.55% |
6.045% |
110% |
40 ปี |
~10,000 บาท (ผ่อน 40 ปี) |
|
|
3.16% |
6.145% |
100% |
40 ปี |
~11,000 บาท (ผ่อน 40 ปี) |
|
|
2.80% |
6.845% |
100% - 110% |
40 ปี |
~10,400 บาท (ผ่อน 40 ปี) |
|
|
3.33% |
7.400% |
110% |
40 ปี |
~11,250 บาท (ผ่อน 40 ปี) |
|
|
3.24% |
8.580% |
100% |
40 ปี |
~11,100 บาท (ผ่อน 40 ปี) |
|
|
3.10% |
7.105% |
100% |
35 ปี |
~11,800 บาท (ผ่อน 35 ปี) |
|
|
2.85% |
6.575% |
100% |
30 ปี |
~12,410 บาท (ผ่อน 30 ปี) |
|
|
2.99% |
6.580% |
100% |
30 ปี |
~12,640 บาท (ผ่อน 30 ปี) |
|
|
3.17% |
6.500% |
100% |
30 ปี |
~12,940 บาท (ผ่อน 30 ปี) |
|
|
3.56% |
6.670% |
100% |
30 ปี |
~13,580 บาท (ผ่อน 30 ปี) |
|
|
3.85% |
8.075% |
100% |
30 ปี |
~14,060 บาท (ผ่อน 30 ปี) |
หมายเหตุเพิ่มเติมสำหรับการประเมินข้อมูล
- (*) เงื่อนไขประกัน MRTA: อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกตามข้อมูลข้างต้น อ้างอิงจากแพ็กเกจที่มีการสมัครประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ (MRTA) ตามเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด หากไม่สมัครอาจมีผลให้อัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้น
- (**) การประเมินค่างวด: ตัวเลขค่างวดนี้เป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้น (คำนวณแบบลดต้นลดดอก) บนสมมติฐานที่ใช้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกคงที่ตลอดอายุสัญญาตามระยะเวลากู้สูงสุด ในความเป็นจริง ธนาคารมักจะคิดค่างวดเผื่อความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (MRR) ที่จะเกิดขึ้นในปีที่ 4 เป็นต้นไป ทำให้ค่างวดที่ถูกเรียกเก็บจริงอาจสูงกว่าตารางนี้เล็กน้อย
หมายเหตุ: ข้อมูลตรวจสอบ ณ วันที่ 13 สิงหาคม 2569 อัตราดอกเบี้ย MRR โปรโมชัน วงเงินกู้ และเงื่อนไขสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของแต่ละสถาบันการเงิน การกู้เต็มวงเงิน 100% ในตัวอย่างเป็นเพียงสมมติฐานสำหรับคำนวณ ไม่ได้หมายความว่าผู้กู้ทุกกรณีจะได้รับวงเงินเต็มราคาคอนโด การอนุมัติจริงขึ้นอยู่กับรายได้ ภาระหนี้ ราคาประเมิน LTV คุณสมบัติผู้กู้ และหลักเกณฑ์ของแต่ละธนาคาร โปรดตรวจสอบข้อมูลที่อัปเดตล่าสุดกับเจ้าหน้าที่ธนาคารอีกครั้งก่อนตัดสินใจยื่นกู้
ซื้อคอนโดครั้งแรกต้องมีเงินก้อนเท่าไร
เงินจอง เงินทำสัญญา และเงินดาวน์ต่างกันอย่างไร
ค่าใช้จ่ายแต่ละรายการเกิดขึ้นคนละช่วงเวลา จึงควรตรวจสอบตารางชำระเงินในเอกสารโครงการก่อนตัดสินใจ
- เงินจอง
ชำระเพื่อยืนยันสิทธิ์ในการเลือกห้องตามเงื่อนไขโครงการ - เงินทำสัญญา
ชำระเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนจัดทำสัญญาจะซื้อจะขาย - เงินดาวน์
ชำระก่อนวันโอนตามจำนวนงวดและกำหนดเวลาที่ระบุในสัญญา - ส่วนต่างจากวงเงินสินเชื่อ
เกิดขึ้นเมื่อธนาคารอนุมัติวงเงินต่ำกว่าราคาที่ต้องชำระในวันโอน - เงินย้ายเข้า
ครอบคลุมเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า งานตกแต่ง และค่าใช้จ่ายช่วงเริ่มต้น
จำนวนเงินจริงของเงินจอง เงินทำสัญญา และเงินดาวน์ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโครงการ จึงควรขอเอกสารสรุปค่าใช้จ่ายเป็นลายลักษณ์อักษร
เงินดาวน์ควรมีเท่าไร
สำหรับการวางแผนแบบรอบคอบ สามารถตั้งกรอบเงินก้อนประมาณร้อยละ 10 ถึง 20 ของราคาซื้อเป็นการเผื่อเงินสำรองสำหรับการวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ (Conservative Planning Buffer) กรอบนี้ไม่ใช่ข้อบังคับของธนาคารและไม่ควรนำเงินสำรองฉุกเฉินทั้งหมดมาใช้ เงินก้อนควรครอบคลุม
- เงินดาวน์ตามสัญญา
- ส่วนต่างจากราคาประเมินหรือวงเงินอนุมัติ
- ค่าใช้จ่ายวันโอน
- เงินสำรองหลังรับโอน
- เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
- ค่าใช้จ่ายสำหรับการย้ายเข้า
ตัวอย่าง คอนโดราคา 2.69 ล้านบาท หากตั้งกรอบร้อยละ 10 จะเท่ากับประมาณ 269,000 บาท หากตั้งกรอบร้อยละ 20 จะเท่ากับประมาณ 538,000 บาท ทั้งสองตัวเลขเป็นกรอบเตรียมสภาพคล่อง ไม่ใช่จำนวนเงินดาวน์ที่โครงการหรือธนาคารกำหนด
ค่าใช้จ่ายจริงในการซื้อคอนโดมีอะไรบ้าง
ค่าใช้จ่ายก่อนวันโอน
ค่าใช้จ่ายบางรายการทราบได้จากตารางชำระเงินของโครงการ ส่วนบางรายการต้องสอบถามธนาคารหรือผู้ให้บริการเพิ่มเติม รายการที่มักทราบล่วงหน้า เช่น เงินจอง เงินทำสัญญา เงินดาวน์ ค่าตรวจรับห้อง งบตกแต่งและย้ายเข้า ส่วนรายการที่ควรขอข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ค่าประเมินหลักประกัน ค่าเบี้ยประกันตามทางเลือก ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสินเชื่อ รวมทั้งเงื่อนไขคืนหรือริบเงินตามสัญญา
ค่าใช้จ่ายวันโอนคืออะไร
ค่าใช้จ่ายวันโอน คือเงินที่ต้องชำระในวันที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด ณ สำนักงานที่ดิน โดยไม่ได้มีเพียงราคาคอนโดส่วนที่เหลือ แต่ยังอาจรวมค่าธรรมเนียมการโอน ค่าจดทะเบียนจำนอง เงินกองทุนส่วนกลาง ค่าส่วนกลางล่วงหน้า เงินประกันมิเตอร์ และค่าใช้จ่ายอื่นตามเงื่อนไขในสัญญา
อัตรามาตรฐานของค่าจดทะเบียนโอนอยู่ที่ร้อยละ 2 ของราคาประเมินทุนทรัพย์ ส่วนค่าจดทะเบียนจำนองอยู่ที่ร้อยละ 1 ของวงเงินจำนอง
ประกาศกรมที่ดินเรื่องมาตรการค่าธรรมเนียมสำหรับที่อยู่อาศัย ซึ่งมาตรการปัจจุบันลดค่าธรรมเนียมทั้งสองรายการเหลือร้อยละ 0.01 สำหรับผู้ซื้อที่เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย โดยราคาซื้อขายและราคาประเมินต้องไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา วงเงินจำนองต้องไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา และการจำนองต้องเกิดพร้อมการซื้อขายที่ได้รับสิทธิ์ มาตรการมีผลถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570
รายการที่ควรเตรียมตรวจสอบก่อนวันโอนประกอบด้วย
- ค่าธรรมเนียมการโอน
- ค่าจดทะเบียนจำนอง
- เงินกองทุนส่วนกลาง
- ค่าส่วนกลางล่วงหน้า
- เงินประกันมิเตอร์
- รายการที่ผู้ซื้อและผู้ขายรับผิดชอบตามสัญญา
- มาตรการภาครัฐที่มีผลในวันจดทะเบียนจริง
มาตรการรัฐอาจเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจสอบกับกรมที่ดิน โครงการ และธนาคารก่อนวันโอนทุกครั้ง
ค่าใช้จ่ายหลังย้ายเข้า
ค่างวดสินเชื่อไม่ใช่ค่าใช้จ่ายเพียงรายการเดียว การวางแผนรายเดือนควรรวมรายการต่อไปนี้
- ค่างวดสินเชื่อ
- ค่าส่วนกลาง
- ค่าไฟฟ้าและน้ำประปา
- ค่าอินเทอร์เน็ต
- ค่าบำรุงรักษาภายในห้อง
- ค่าเดินทางจากคอนโด
- เงินสำรองสำหรับอุปกรณ์และงานซ่อม
การทดลองจัดงบเสมือนผ่อนจริงล่วงหน้า 3 ถึง 6 เดือนช่วยให้เห็นว่าค่างวดใหม่กระทบการใช้ชีวิตมากเพียงใด เงินที่ทดลองเก็บไว้ยังสามารถนำไปเพิ่มเงินก้อนก่อนซื้อได้อีกทางหนึ่ง
กู้ธนาคารซื้อคอนโดอย่างไรให้เตรียมตัวได้ครบ
LTV คืออะไร
LTV หรือ Loan to Value คือสัดส่วนวงเงินสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน ตัวอย่างเช่น หากหลักประกันมีมูลค่า 3 ล้านบาทและธนาคารอนุมัติวงเงิน 2.7 ล้านบาท LTV จะเท่ากับร้อยละ 90
เพดาน LTV ร้อยละ 100 ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับสินเชื่อเต็มวงเงินโดยอัตโนมัติ เนื่องจากธนาคารยังพิจารณารายได้ ภาระหนี้ ประวัติการชำระเงิน อายุผู้กู้ ราคาซื้อขาย และราคาประเมินหลักประกัน
ธนาคารแห่งประเทศไทยขยายมาตรการผ่อนคลาย LTV สำหรับกรณีตามเงื่อนไข โดยมีผลกับสัญญากู้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 มาตรการครอบคลุมหลักประกันต่ำกว่า 10 ล้านบาทตั้งแต่สัญญากู้หลังที่ 2 และหลักประกันตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไปตั้งแต่สัญญากู้หลังแรก ซึ่งตัวเลขที่ควรตรวจสอบพร้อมกันมีราคาซื้อขาย ราคาประเมินหลักประกัน วงเงินอนุมัติ ส่วนต่างที่ต้องเตรียม
เอกสารสำหรับพนักงานประจำ
รายการเอกสารซื้อคอนโดครั้งแรกเบื้องต้นสำหรับพนักงานประจำมักประกอบด้วย
- เอกสารประจำตัว
- หนังสือรับรองเงินเดือน
- สลิปเงินเดือนย้อนหลัง
- Statement ย้อนหลัง
- หลักฐานรายได้อื่น
- เอกสารการจองหรือสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด
ระยะเวลาย้อนหลังและรูปแบบเอกสารขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสถาบันการเงิน
เอกสารสำหรับเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่
ธนาคารมักให้ความสำคัญกับความสม่ำเสมอและความสามารถในการตรวจสอบที่มาของรายได้ เอกสารซื้อคอนโดครั้งแรกที่เจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่อาจต้องใช้ประกอบด้วย
- Statement ส่วนตัวและธุรกิจ
- หนังสือรับรองบริษัท
- ทะเบียนพาณิชย์
- เอกสารภาษี
- หลักฐานสัญญาหรือรายได้ประจำ
- งบการเงินตามที่ธนาคารร้องขอ
ควรแยกบัญชีส่วนตัวและบัญชีธุรกิจให้ชัดเจน พร้อมเก็บหลักฐานรายได้อย่างต่อเนื่อง การเตรียมเอกสารครบช่วยให้ขั้นตอนพิจารณาชัดเจนขึ้นแต่ไม่ใช่การรับรองผลอนุมัติ
ขั้นตอนยื่นสินเชื่อแบบเข้าใจง่าย
- ตรวจเครดิตและภาระหนี้
ตรวจยอดหนี้คงเหลือและประวัติการชำระก่อนยื่นคำขอ - เปรียบเทียบหลายธนาคาร
พิจารณาดอกเบี้ยแต่ละช่วง ค่างวด ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขชำระก่อนกำหนด - ยื่นเอกสาร
ส่งเอกสารรายได้และเอกสารห้องชุดตามที่ธนาคารกำหนด - ประเมินหลักประกัน
ธนาคารจัดประเมินมูลค่าห้องชุดเพื่อใช้ประกอบการกำหนดวงเงิน - รับผลอนุมัติ
ตรวจวงเงิน ระยะเวลากู้ อัตราดอกเบี้ย และเงื่อนไขทั้งหมด - อ่านสัญญาสินเชื่อ
ตรวจค่างวด อัตราดอกเบี้ยหลังช่วงเริ่มต้น ประกัน และค่าธรรมเนียม - นัดโอนและจดจำนอง
เตรียมเงินส่วนต่างและค่าใช้จ่ายก่อนเดินทางไปสำนักงานที่ดิน
*Pre-Approval เป็นเพียงผลประเมินเบื้องต้น ไม่ใช่การรับรองผลอนุมัติขั้นสุดท้าย
วิธีเลือกทำเลสำหรับการซื้อคอนโดครั้งแรก
ทำเลที่ได้รับความนิยมอาจไม่ใช่ทำเลที่เหมาะกับทุกชีวิต วิธีเลือกทำเลสำหรับการซื้อคอนโดครั้งแรกควรเริ่มจากการลด Friction ในแต่ละวัน ทั้งเวลาเดินทาง จำนวนครั้งที่ต้องต่อรถ ค่าใช้จ่าย และความสะดวกในการกลับที่พักช่วงกลางคืน
ข้อมูลจาก REIC หรือ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่าในไตรมาส 1 ปี 2569 จำนวนหน่วยเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลลดลงร้อยละ 31.1 ขณะที่จำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.5 แต่ยอดโอนด้านมูลค่าลดลงร้อยละ 2.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่าตลาดยังอยู่ในช่วงที่ผู้ซื้อพิจารณาความพร้อมและความคุ้มค่าของแต่ละโครงการอย่างรอบคอบ การเลือกทำเลจากความต้องการใช้งานจริงจึงมีความสำคัญมากกว่าการตัดสินใจตามกระแสเพียงอย่างเดียว
|
ปัจจัยที่ควรประเมิน |
คำถามก่อนตัดสินใจ |
วิธีตรวจสอบจากสถานที่จริง |
|
เส้นทางไปทำงาน |
เดินทางกี่วันต่อสัปดาห์และต้องต่อรถกี่ครั้ง |
ทดลองเดินทางในช่วงเวลาเร่งด่วน |
|
การเชื่อมต่อรถไฟฟ้า |
ระยะจากโครงการถึงสถานีใช้งานได้จริงหรือไม่ |
เดินจับเวลาจากโครงการถึงชานชาลา |
|
ค่าเดินทาง |
ค่าเดินทางต่อเดือนเหมาะกับงบประมาณหรือไม่ |
รวมค่ารถไฟฟ้า รถโดยสาร และค่าทางด่วน |
|
ความสะดวกรอบโครงการ |
มีร้านอาหาร โรงพยาบาล และบริการจำเป็นเพียงพอหรือไม่ |
สำรวจพื้นที่ทั้งวันทำงานและวันหยุด |
|
ความปลอดภัย |
เส้นทางกลับช่วงกลางคืนมีแสงสว่างและผู้คนหรือไม่ |
ทดลองสำรวจในช่วงเวลาที่กลับที่พักเป็นประจำ |
|
แผนชีวิตในอนาคต |
ทำเลยังตอบโจทย์เมื่อต้องเปลี่ยนงานหรือรูปแบบการใช้ชีวิตหรือไม่ |
ตรวจเส้นทางเชื่อมต่อย่านธุรกิจและถนนสายหลัก |
|
ค่าใช้จ่ายแฝง |
การอยู่ไกลทำให้มีค่าเดินทางหรือค่าอาหารเพิ่มขึ้นหรือไม่ |
เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายรวมต่อเดือนของแต่ละทำเล |
ตัวอย่างการเลือกทำเลสำหรับการซื้อคอนโดครั้งแรกของผู้ที่ใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียวเป็นเส้นทางหลัก โค้บบ์ เกษตร-ศรีปทุม ด้วยทำเลติด BTS บางบัว 0 เมตร* ใกล้มหาวิทยาลัยศรีปทุมและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมห้องเพดานสูง 4.7 เมตรในบางรูปแบบ และพื้นที่ส่วนกลางที่รองรับการใช้ชีวิตได้อย่างครบถ้วน
จุดสำคัญไม่ใช่เพียงระยะจากสถานี แต่คือการประเมินว่าเส้นทางดังกล่าวช่วยลดเวลาเดินทางและสนับสนุนรูปแบบชีวิตได้จริงหรือไม่
มือใหม่ซื้อคอนโดควรเลือกห้องแบบไหนดี
จำนวนตารางเมตรบอกขนาดพื้นที่แต่ไม่ได้บอกคุณภาพการใช้งานทั้งหมด ห้องที่เหมาะควรพิจารณาจากกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละวัน
สิ่งที่ควรตรวจบน Floor Plan
- ตำแหน่งพื้นที่นอน
- พื้นที่ทำงาน
- รูปแบบห้องครัว
- พื้นที่เก็บของ
- จุดวางเครื่องซักผ้า
- ระยะเปิดประตูและตู้
- ตำแหน่งเครื่องปรับอากาศ
- แสงธรรมชาติ
- ทิศทางความร้อน
- ความเป็นส่วนตัวจากทางเดินส่วนกลาง
Studio หรือ 1 Bedroom
- Studio
เหมาะกับกิจวัตรที่กระชับและการใช้งานพื้นที่แบบต่อเนื่อง ควรตรวจเรื่องกลิ่นจากห้องครัว พื้นที่เก็บของ และความเป็นสัดส่วนเมื่อต้องทำงานที่บ้าน - 1 Bedroom
แยกพื้นที่พักผ่อนออกจากพื้นที่รับแขกหรือทำงานได้ชัดเจนกว่า แต่อาจมีค่าเฟอร์นิเจอร์และงานตกแต่งเพิ่มตามจำนวนพื้นที่
สิ่งที่ควรดูนอกห้อง
แนวคิด Smart Living และ Community Design ไม่ได้จำกัดอยู่ที่เทคโนโลยีภายในห้อง แต่รวมถึงระบบที่ช่วยให้ชีวิตประจำวันคล่องตัวและปลอดภัย
- ระบบรักษาความปลอดภัย
- จุดรับส่งพัสดุ
- โคเวิร์คกิ้งสเปซ
- ฟิตเนส
- พื้นที่สีเขียว
- เวลาเปิดพื้นที่ส่วนกลาง
- ระบบจองพื้นที่
- การบริหารนิติบุคคล
- กฎเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง
- จำนวนลิฟต์และเส้นทางหนีไฟ
ควรเลือกจากพื้นที่ที่จะใช้งานจริง ไม่ใช่จำนวนสิ่งอำนวยความสะดวกเพียงอย่างเดียว
คอนโดพร้อมอยู่หรือ Presales แบบไหนเหมาะกับการซื้อคอนโดครั้งแรก
ทั้งสองรูปแบบมี Timeline และความต้องการด้านการเงินต่างกัน การเลือกที่เหมาะควรพิจารณาจากกำหนดย้ายเข้า เงินก้อน และความพร้อมของเอกสารสินเชื่อ
|
ประเด็น |
โครงการพร้อมอยู่ |
โครงการ Presales |
|
การเห็นสินค้าจริง |
เห็นห้องและส่วนกลางจริงได้ |
พิจารณาจากห้องตัวอย่างและข้อมูลโครงการ |
|
เวลาเข้าอยู่ |
วางแผนย้ายเข้าได้เร็วกว่า |
มีเวลาเตรียมตัวก่อนโอน |
|
การเตรียมเงิน |
ต้องพร้อมรับค่าใช้จ่ายตามกำหนดโอน |
กระจายการเตรียมเงินตามตารางสัญญา |
|
สภาพแวดล้อม |
สำรวจบรรยากาศจริงได้ |
ประเมินจากแผนพัฒนาและข้อมูลทำเล |
|
ความเหมาะสม |
เหมาะกับผู้ที่ต้องการย้ายเข้าในระยะใกล้ |
เหมาะกับผู้ที่มีเวลาเตรียมการเงิน |
โดยสรุปแล้ว คอนโดพร้อมอยู่เหมาะสำหรับผู้ซื้อที่ต้องการเห็นบรรยากาศจริง ตรวจ Layout และสำรวจพื้นที่ส่วนกลางก่อนตัดสินใจ พร้อมกำหนดช่วงย้ายเข้าได้ชัดเจนกว่า ตัวอย่าง เช่น คอนโดพร้อมอยู่ โค้บบ์ รัชดา-พระราม 9 เหมาะสำหรับพนักงานบริษัทหรือเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตในย่าน NEW CBD ใกล้ MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ พร้อมโคเวิร์คกิ้งสเปซ ห้องประชุม ฟิตเนส สระว่ายน้ำ และพื้นที่สีเขียว
ส่วน โค้บบ์ เกษตร-ศรีปทุม เหมาะสำหรับวัยทำงานและผู้ที่ใช้ชีวิตตามแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว ด้วยทำเลติด BTS บางบัว 0 เมตร* ใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยศรีปทุม พร้อมโคเวิร์คกิ้งสเปซ ห้องประชุม ฟิตเนส สระว่ายน้ำ สวนส่วนกลาง และพื้นที่นั่งพักผ่อน รองรับทั้งการทำงาน การพักผ่อน และการใช้ชีวิตประจำวัน จึงเป็นอีกทำเลที่น่าสนใจสำหรับการเลือกเป็นคอนโดหลังแรก
การชมโครงการจริงช่วยให้ประเมินเวลาเดินจากห้องถึงทางออกอาคาร ความหนาแน่นของพื้นที่ส่วนกลาง และบรรยากาศโดยรอบในช่วงเวลาที่ใช้งานจริง
คอนโด Presale เหมาะกับแผนที่ยังมีเวลาเตรียมเงินก้อน จัดการภาระหนี้ และสร้างประวัติรายได้ให้ต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามความคืบหน้า กำหนดโอน และเงื่อนไขในสัญญาอย่างสม่ำเสมอ ตัวอย่าง เช่น โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นโครงการระหว่างพัฒนา ตั้งอยู่บนซอยลาดพร้าว 64 ใกล้ MRT โชคชัย 4 และ MRT สุทธิสาร โดยความคืบหน้าโครงการอยู่ที่ 28.75% ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569
ช่วงเวลาก่อนโอนสามารถใช้วางแผนเงินดาวน์ ลดภาระหนี้ เตรียม Statement และจัดสรรงบย้ายเข้า โดยควรตรวจข้อมูลล่าสุดกับโครงการก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
สรุป
การซื้อคอนโดครั้งแรกควรเริ่มจากการประเมินเป้าหมายชีวิตและความพร้อมทางการเงิน ทั้งรายได้สุทธิ ภาระหนี้ เงินสำรอง ค่างวดที่รับได้ และเงินก้อนสำหรับเงินดาวน์ ค่าใช้จ่ายวันโอน รวมถึงการย้ายเข้า จากนั้นจึงเลือกทำเลจากเส้นทางที่ใช้จริง พร้อมพิจารณา Layout และการใช้งานภายในห้องมากกว่าจำนวนตารางเมตรเพียงอย่างเดียว ส่วนการเลือกระหว่างคอนโดพร้อมอยู่และ Presales ควรอ้างอิงจากกำหนดย้ายเข้า ระยะเวลาเตรียมเงิน และความพร้อมด้านสินเชื่อ ก่อนตัดสินใจควรอ่านสัญญา ตรวจสอบค่าใช้จ่าย และเปรียบเทียบเงื่อนไขจากหลายธนาคาร เพื่อให้คอนโดหลังแรกตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยในปัจจุบันและแผนชีวิตในระยะยาว



