Research and Knowledge11 ส.ค. 2568

ค่า Ft คืออะไร ? วิธีคิดค่าไฟและเทคนิคประหยัดพลังงาน

ค่า Ft คือ ค่าผันแปรเชื้อเพลิงที่เป็นส่วนเสริมในโครงสร้างค่าไฟฟ้า

ค่าไฟฟ้าเป็นค่าใช้จ่ายประจำบ้านที่หลายคนมักสงสัยว่าทำไมแต่ละเดือนถึงไม่เท่ากัน ทั้งที่ใช้ไฟไม่ต่างไปจากเดิม ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่าไฟผันผวนก็คือ “ค่า Ft” หรือค่าไฟฟ้าผันแปร การเข้าใจโครงสร้างค่าไฟฟ้า หน่วยวัด และวิธีประหยัดไฟจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัยทุกคน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการการใช้ไฟฟ้าให้คุ้มค่าที่สุด 

 

ค่า Ft คืออะไร ทำไมต้องมี อะไรส่งผลต่อค่า Ft บ้าง

 

1. ค่า Ft คืออะไร ?

ค่า Ft หรือ Fuel Adjustment Charge คือ ค่าผันแปรเชื้อเพลิงที่เป็นส่วนเสริมในโครงสร้างค่าไฟฟ้า ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงไปตามต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่ไม่สามารถคาดการณ์หรือควบคุมได้ล่วงหน้า

การปรับค่า Ft จะทำทุก 4 เดือนเพื่อสะท้อนต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงค่า Ft ได้แก่ ความผันผวนของราคาพลังงานโลก อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท และนโยบายพลังงานของประเทศ

ทำไมต้องมีค่า Ft ?

เนื่องจากการไฟฟ้าฯ ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ทั้งหมดด้วยตนเอง จึงต้องซื้อเชื้อเพลิง (น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน) เพื่อเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และซื้อไฟฟ้าสำเร็จรูปจากโรงไฟฟ้าเอกชน ราคาเชื้อเพลิงและไฟฟ้าเหล่านี้ขึ้นลงตามตลาดโลกและสถานการณ์เศรษฐกิจ ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าไม่คงที่



2. หน่วยค่าไฟฟ้าคืออะไร ?

kWh หรือ กิโลวัตต์-ชั่วโมง คือ หน่วยวัดพลังงานไฟฟ้าที่ใช้จริง โดยหนึ่งยูนิตเท่ากับการใช้ไฟฟ้า 1,000 วัตต์เป็นเวลา 1 ชั่วโมง

การคำนวณหน่วยไฟฟ้า

การคำนวณหน่วยไฟฟ้า เริ่มจากการคำนวณพลังงานที่ใช้ในหนึ่งวัน แล้วคูณด้วยจำนวนวันในเดือน

สูตรพื้นฐาน

  1. คำนวณกำลังไฟรวม = กำลังไฟ (วัตต์) × จำนวนเครื่อง
  2. คำนวณพลังงานต่อวัน = (กำลังไฟรวม × ชั่วโมงใช้งาน) ÷ 1,000
  3. คำนวณพลังงานต่อเดือน = พลังงานต่อวัน × 30 วัน

ตัวอย่างคำนวณการใช้ไฟฟ้าของหลอดไฟ

หลอดไฟ 50W จำนวน 10 ดวง เปิด 6 ชั่วโมง/วัน

  • กำลังไฟรวม: 50 × 10 = 500 วัตต์
  • พลังงานต่อวัน: (500 × 6) ÷ 1,000 = 3 หน่วย/วัน
  • พลังงานต่อเดือน: 3 × 30 = 90 หน่วย/เดือน

 

3. โครงสร้างค่าไฟฟ้า

ค่าไฟฟ้าที่เราจ่ายประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ดังนี้ 

  • ค่าไฟฟ้าฐาน: ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าพื้นฐาน เช่น ค่าโรงไฟฟ้า สายส่ง
  • ค่า Ft: ค่าผันแปร ซึ่งขึ้นอยู่กับต้นทุนด้านเชื้อเพลิง การซื้อไฟฟ้า และต้นทุนคาดการณ์
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม: VAT 7% ของยอดรวมค่าไฟหลังรวมค่า Ft

 

4. วิธีการคิดค่าไฟฟ้าแบบง่าย ๆ

ขั้นตอนการคำนวณค่าไฟฟ้าแบบละเอียด

 

ขั้นตอนที่ 1: อ่านมิเตอร์ไฟฟ้า

ดูหน่วยไฟที่ใช้จริงจากมิเตอร์ โดยเอาเลขใหม่ลบเลขเก่า เช่น มิเตอร์เดือนนี้ 15,450 หน่วย เดือนที่แล้ว 15,250 หน่วย ใช้ไฟไป 200 หน่วย

ขั้นตอนที่ 2: คำนวณค่าไฟฟ้าฐาน

ใช้อัตราค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันได สำหรับบ้านอยู่อาศัย

  • หน่วยที่ 0-15: 2.3488 บาท/หน่วย
  • หน่วยที่ 16-25: 2.9882 บาท/หน่วย
  • หน่วยที่ 26-35: 3.2405 บาท/หน่วย
  • หน่วยที่ 36-100: 3.6237 บาท/หน่วย
  • หน่วยที่ 101-150: 3.7171 บาท/หน่วย
  • หน่วยที่ 151-400: 4.2218 บาท/หน่วย

ขั้นตอนที่ 3: เพิ่มค่า Ft

นำจำนวนหน่วยทั้งหมดคูณกับค่า Ft ปัจจุบัน (0.3972 บาท/หน่วย)

ขั้นตอนที่ 4: คำนวณภาษี VAT

นำยอดรวมคูณ 1.07 (7% VAT)

 

ตัวอย่างการคำนวณ 200 หน่วย

 

  • ค่าไฟฟ้าฐาน: 

 

    • หน่วยที่ 0-15       : 2.3488 บาท/หน่วย  = (15 หน่วย × 2.3488 บาท)
    • หน่วยที่ 16-25     : 2.9882 บาท/หน่วย  = (10 หน่วย × 2.9882 บาท)
    • หน่วยที่ 26-35     : 3.2405 บาท/หน่วย  = (10 หน่วย × 3.2405 บาท)
    • หน่วยที่ 36-100   : 3.6237 บาท/หน่วย  = (65 หน่วย × 3.6237 บาท)
    • หน่วยที่ 101-150 : 3.7171 บาท/หน่วย  = (50 หน่วย × 3.7171 บาท)
    • หน่วยที่ 151-400 : 4.2218 บาท/หน่วย  = (50 หน่วย × 4.2218 บาท)

ค่าไฟฟ้าฐานเมื่อคำนวณตามอัตราขั้นบันได 

= (15×2.3488) + (10×2.9882) + (10×3.2405) + (65×3.6237) + (50×3.7171) + (50×4.2218) 

= 745.69 บาท

  • ค่า Ft: 200 หน่วย × 0.3972 = 79.44 บาท
  • รวมค่าไฟฟ้าก่อน VAT: 745.69 + 79.44 = 825.13 บาท
  • รวม VAT: 825.13 × 1.07 = 882.89 บาท

การรู้วิธีการคิดค่าไฟฟ้าช่วยให้หาแนวทางประหยัดค่าไฟฟ้าในบ้านได้

 

5. แนวทางประหยัดค่าไฟฟ้าในบ้าน

 

  • จัดการเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าและถอดปลั๊กทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน เพราะหลายเครื่องยังใช้ไฟแม้อยู่ในโหมด Standby เช่น ทีวี เครื่องเสียง เครื่องชาร์จโทรศัพท์ ซึ่งอาจเสียไฟถึง 5-10% ของการใช้ไฟทั้งหมด

 

  • การเลือกใช้หลอดไฟอย่างชาญฉลาด เปลี่ยนจากหลอดไส้เป็นหลอดไฟ LED ที่ประหยัดไฟกว่า 80% และอายุการใช้งานนานกว่า 25 เท่า หลอด LED 9W ให้แสงเท่ากับหลอดไส้ 60W แต่ใช้ไฟน้อยกว่ามาก
  • ใช้เครื่องปรับอากาศอย่างประหยัด ตั้งอุณหภูมิแอร์ที่ 25-26°C และใช้พัดลมเพดานร่วมด้วย จะทำให้รู้สึกเย็นเหมือนตั้งแอร์ที่ 22-23°C แต่ประหยัดไฟได้ถึง 20-30% ล้างแผ่นกรองแอร์เป็นประจำทุกเดือน เพราะแผ่นกรองสกปรกทำให้เครื่องทำงานหนักขึ้น
  • การจัดการเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ ควรซักผ้าและรีดผ้าทีละมาก ๆ เพื่อลดจำนวนครั้งที่ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ รวมถึงเลือกใช้เครื่องไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 เพราะสามารถช่วยประหยัดค่าไฟได้ถึง 20-50% เมื่อเทียบกับเครื่องรุ่นเก่า
  • การใช้พลังงานธรรมชาติ เปิดหน้าต่างรับลมธรรมชาติในช่วงเช้าและเย็น ใช้แสงธรรมชาติในตอนกลางวันแทนการเปิดไฟ และใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วง off-peak (22.00-09.00 น.) หากมีระบบ TOU (Time of Use) ทั้งยังควรตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

การเข้าใจโครงสร้างค่าไฟฟ้าและแนวทางประหยัดไฟ ไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่าย แต่ยังสร้างวินัยการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน หากคุณกำลังมองหาบ้านหรือคอนโดสร้างใหม่ที่ออกแบบระบบไฟฟ้าและพื้นที่อยู่อาศัยให้ประหยัดพลังงาน พร้อมฟังก์ชันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ SC Asset มีโครงการคุณภาพทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมทีมงานที่คอยให้คำแนะนำเรื่องบ้านที่เหมาะกับคุณและครอบครัว 

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดชมโครงการ โทร. 1749 หรือกรอกแบบฟอร์มเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ