ก่อนการจะซื้อบ้านหรือคอนโดสักห้อง คุณคงคิดทบทวนถึงฟังก์ชัน ดีไซน์ หรือราคามากันพอสมควรแล้ว แต่นอกเหนือจากราคาบ้านแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ รายล้อมที่ต้องคำนึงและศึกษาหาข้อมูลอย่างรอบด้าน SC Asset จึงรวบรวมข้อควรรู้และการเตรียมตัวก่อนซื้อบ้านมาให้พิจารณา
1. ทำเล
ทำเลคือปัจจัยแรกที่คุณควรพิจารณาให้ดี เพราะนั่นจะหมายถึงวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ ซึ่งสำคัญมากที่ควรคำนึงถึงเป็นอย่างแรกในการเลือกซื้อบ้าน

-
การเลือกทำเลกับสถานที่การทำงาน
ต้องพิจารณาว่าคุณทำงานอยู่ที่ทำเลไหน แล้วยิ่งถ้าเป็นบริษัทที่มีเวลาเข้างาน-ออกงานเวลาเดียวกันกับคนส่วนใหญ่ จึงอาจจะต้องเผื่อเวลาในการเดินทางให้ดี จะใช้ขนส่งสาธารณะในการเดินทางก็ต้องเลือกดูว่าโลเคชั่นที่คุณสนใจมีสถานีรถไฟฟ้าหรือไม่ หรือถ้าจะขับรถไปทำงานต้องใช้เวลาบนท้องถนนนานแค่ไหนกว่าจะไปถึงที่ทำงานหรือกลับบ้าน
-
การศึกษาสภาพแวดล้อมและความปลอดภัย
เช็คสภาพแวดล้อมรอบโครงการที่สนใจ ว่าทำเลแถวนั้นเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยหรือมีโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ใกล้ๆ หรือไม่ นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นพื้นฐาน เช่น การเดินทางไปกลับของคนในครอบครัว ถนนมีแสงสว่างเพียงพอหรือไม่ มีจุดเปลี่ยวหรือเคยมีเหตุอาชญากรรมเกิดขึ้นหรือเปล่า
-
การเลือกทำเลกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
ก่อนจะเลือกบ้านหรือคอนโด เช็คให้มั่นใจว่าทำเลนั้นใกล้กับสถานที่สำคัญอย่างห้างสรรพสินค้า และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่มีใกล้ๆ ก็อุ่นใจไว้ก่อน นอกจากนี้ยังควรเลือกทำเหมาะกับไลฟ์สไตล์เราด้วย เช่น ถ้าเป็นคนชอบออกไปทานข้าวนอกบ้าน ก็ควรอยู่ใกล้กับห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต เป็นต้น
ตัดสินใจจากจุดประสงค์ของที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ว่าไว้สำหรับครอบครัวที่กำลังขยาย หรือต้องการ ที่อยู่ใจกลางเมืองเพื่อให้สอดคล้องกับสถานที่ทำงาน หรือตามไลฟ์สไตล์ ความคุ้นเคยหรือ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกหรือไม่ ซึ่งวิธีที่ใช้ในการสำรวจทำเลรอบโครงการเบื้องต้น อาจจะใช้ Google Street View เป็นเครื่องมือ หลังจากที่มั่นใจว่าจะเลือกโครงการไหนก็ให้ลองขับรถ ไปที่โครงการ หรือโดยสารจริงเพื่อสำรวจการเดินทางและระแวกบ้านว่าสะดวก ปลอดภัยและชุมชน โดยรอบเป็นอย่างไร
สำหรับใครที่อยากจะซื้อคอนโดเพื่อการลงทุนอาจจะต้องมองต่างมุมเพราะไม่ใช่ทุกทำเลจะเหมาะกับการซื้อมาและขายต่อ หรือปล่อยเช่า ดังนั้นให้สำรวจกลุ่มเป้าหมายว่าเป็นใคร นักศึกษา คนทำงาน ฯลฯ แล้วเลือกโครงการที่น่าจะตอบโจทย์และมีกลุ่มเป้าหมายมีความต้องการสูง
2. ฟังก์ชั่นของบ้าน
นอกจากทำเลแล้ว ฟังก์ชันของบ้านก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะต้องตอบโจทย์และตอบสนองกับความต้องการของเราด้วย โดยฟังก์ชันในที่นี้หมายถึงความครบสมบูรณ์ ทั้งในแง่ของการออกแบบการตกแต่ง และการจัดพื้นที่ส่วนต่างๆ ให้เหมาะกับชีวิต ไลฟ์สไตล์ของคุณและคนในครอบครัว

ซึ่ง SC Asset คำนึงเรื่องฟังก์ชั่นบ้านให้เหมาะกับผู้อยู่อาศัยอยู่เสมอ จึงออกมาเป็นบ้านซีรีย์ใหม่ล่าสุด ภายใต้แนวคิด One Size Doesn’t Fit All ที่ออกแบบมาเพื่อคนโสดโดยเฉพาะ เพราะมองเห็นทิศทางของครอบครัวที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน โดยแบ่งการออกแบบไว้เพื่อ 4 กลุ่มหลัก ได้แก่
- Double Income No Kid คู่แต่งงานที่ไม่มีลูก
- Single Income no Kid คือ คนโสดของแท้ที่อาจตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจโสด
- Single with Kid คือ กลุ่มพ่อ หรือกลุ่มแม่เลี้ยงเดี่ยว
- Cross Generation คือ ลุงป้า น้าอาอยู่กันสองคน โดยมีญาติ พี่น้อง หรือ หลานมาร่วมอยู่อาศัย
SC Asset เปิดตัวโครงการ ‘บ้านคนโสด’ ที่แรกที่ ‘โครงการ เวนิว พระราม 9’ ทำเลศักยภาพบนถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ราคาเริ่มที่ 7-15 ล้าน พร้อมฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ในทุกไลฟ์สไตล์ เช่น ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ที่ผสมผสานพื้นที่ Indoor และ Outdoor เพื่อให้ห้องพักผ่อนนี้มีพื้นที่มากขึ้น เพื่อต้อนรับเพื่อนๆ เข้ามาสังสรรค์ที่บ้าน, 2 Master Bedrooms, ลานซักล้างชั้น 2, โซนส่วนตัว , พื้นที่สีเขียวภายในบ้าน, ห้องนอนล่างที่มีช่องประตูสำหรับสัตว์เลี้ยง ฯลฯ จะเห็นว่าการเลือกบ้านจากฟังก์ชั่นที่ครบแบบนี้ช่วยทำให้คุณมองภาพการอยู่อาศัยจริงใน ‘บ้านที่คุณจะเลือก’ ได้ไม่ยาก

นอกจากนี้ในโครงการเดียวกันยังมีฟังก์ชั่นบ้านอีกแบบ นั่นก็คือ ‘บ้านเดียวกัน’ ด้วยแนวคิด คือ ที่ทำให้ทุกคนในบ้านมีพื้นที่ของตัวเอง ปรับเปลี่ยนได้ และสอดรับกับทุกเจนเนอเรชั่น บ้านหลังนี้มีพื้นที่ใช้สอยกว้างถึง 262 ตารางเมตร โดยมี 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ และ 2 ที่จอดรถ ออกแบบฟังก์ชั่นบ้านให้รองรับการใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านมากขึ้น และสมาชิกในบ้านสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้ เช่น บริเวณ Family Area ขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกับครัวเพื่อให้พื้นที่ส่วนนี้เป็น ‘พื้นที่ของคนในครอบครัว’ มีจุดเด่นตรงพื้นที่พิเศษ Creative Space ที่ปรับเปลี่ยนได้ตามใจคนในครอบครัว
3. เลือกประเภทบ้านหรือคอนโด
อีกหนึ่งการตัดสินใจที่ยากสำหรับคนจะซื้อบ้านหรือคอนโดคือ จะเลือกบ้านหรือคอนโดประเภท ไหนดี ข้อดีสำหรับบ้านเดี่ยว คือการมีพื้นที่กว้างและเป็นส่วนตัว สามารถขยับขยายต่อเติมเพิ่มได้ ส่วนทาวน์เฮ้าส์คือผังบ้านท่ีมีกำแพงติดกับเพื่อนบ้าน ไม่สามารถต่อเติมพื้นที่ได้มากนัก ส่วนจุดเด่นของคอนโดคือการเน้นที่ทำเลที่ตั้งสะดวก อยู่ใจกลางเมือง หรือไม่ไกลจากรถไฟฟ้า ทำให้เดินทางสะดวก การเลือกประเภทแบบใดให้ประเมินการความต้องการหลักของผู้ซื้อ
4. การเงิน
เริ่มจากสำรวจสภาพคล่องของการเงินของตัวเองให้ดี เพราะแม้จะสามารถกู้บ้านและได้วงเงินกู้ 100 % แต่ก็มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องเสียด้วย ไม่ว่าจะเป็นค่าจดจำนอง ค่าโอน ค่าส่วนกลาง ฯลฯ ดังนั้นจึงควรมีเงินก้อนหนึ่งเพื่อชำระค่าใช้จ่ายเหล่านี้ด้วย และอย่าลืมที่จะกันเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินต่างๆ ให้พร้อมกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน

ตรวจเช็คเครดิตบูโรให้ดีและปรับการเดินบัญชีของคุณให้คงเส้นคงวาเป็นเวลาประมาณ 6 เดือน น่าจะทำให้ธนาคารพิจารณาความสามารถในการกู้ได้ง่ายขึ้น โดยทำรายการเดินบัญชีให้สม่ำเสมอทั้งรายรับ เงินออม และเงินคงเหลือ ฯลฯ และถ้าใครมีบัตรเครดิตที่ใช้เพื่อผ่อนสินค้าต่างๆ ควรปรับแต่งรายการการจ่ายให้เป็นปกติ และควรจ่ายให้หมดก่อนเพื่อเครดิตที่ดีต่อการยื่นกู้บ้านและคอนโด
คำนวนการผ่อนและเงินก้อนที่ต้องมี
ส่วนมากวงเงินกู้สินเชื่อบ้านจะอยู่ที่ 80-100% ของราคาบ้าน แต่ก็ตามแต่ละเงื่อนไขของ แต่ละธนาคาร ซึ่งวิธีการเช็กความสามารถในการผ่อนของผู้กู้แบบพื้นฐาน คือ ยอดในการผ่อนบ้าน ไม่ควรมากกว่า 50% ของรายได้ต่อเดือนในกรณีที่มีแค่หนี้บ้านเพียงอย่างเดียว แต่ถ้ามีหนี้อื่นๆ ด้วย ยอดในการผ่อนบ้านต้องไม่เกิน 30% ของเงินเดือน ตามตัวอย่างในตารางดังต่อไปนี้
| เงินเดือน | ยอดผ่อนบ้านไม่เกิน 50% ของรายได้ | ยอดผ่อนบ้านไม่เกิน 30% ของรายได้ |
| 20,000 | 10,000 | 6,000 |
| 30,000 | 15,000 | 9,000 |
| 40,000 | 20,000 | 12,000 |
| 50,000 | 25,000 | 15,000 |
สำรวจสุขภาพทางการเงินของตัวเอง ถ้าหากมีรายการเดินบัญชีออมทรัพย์ที่ปกติดี มีเงินออมและมีเงินดาวน์บ้าน 5 - 20% ของราคาบ้านก็จะช่วยให้ดอกเบี้ยโดยรวมไม่สูงเกินไปนัก
นอกจากนี้ต้องเช็กเรื่องบัตรเครดิต รายการการผ่อนชำระอย่างรถยนต์ สมาร์ตโฟนต่างๆ ควรจะปิดบัญชีก่อนให้หมด ก่อนยื่นกู้บ้านหรือคอนโดกับธนาคาร
แต่สำหรับใครที่ยังเป็นกังวลเรื่องการเตรียมเอกสารหรือเตรียมพร้อมเรื่องการเงิน สามารถเข้ามาขอคำปรึกษากับพนักงานขาย
ของ SC Asset เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับคุณได้
ถ้าหากเตรียมตัวพิจารณาตามนี้เรียบร้อยแล้วก็เดินหน้าเลือกโครงการบ้านและคอนโดในฝันของคุณได้เลยแต่จะให้ดีต้องไปดูทำเลจริงสภาพแวดล้อมจริงของบ้านในอนาคตของคุณคลิ๊กเข้ามาดูทำเลแบบบ้านและฟังก์ชันบ้านสุดหลากหลายที่จะตอบโจทย์ชีวิตคุณได้แน่นอนที่ได้ที่ https://www.scasset.com/th/
5. สำรวจความต้องการของตัวเองและงบประมาณ

ในการเลือกซื้อบ้านคือ ต้องสำรวจความต้องการของตัวเองและงบประมาณที่สามารถซื้อได้ก่อน เพราะในปัจจุบันบ้านนั้นมีให้เลือกหลากหลายแบบ ทั้ง บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม หรือคอนโดมิเนียม ซึ่งแต่ละประเภทก็มีข้อแตกต่างกันอยู่หลายอย่าง ทั้งเรื่องราคา เนื้อที่ใช้สอย และรูปแบบของบ้าน
ดังนั้นจึงต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของการใช้งานและจำนวนของสมาชิกเป็นหลัก
เช่น หากเป็นครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกหลายเจเนเรชั่น บ้านเดี่ยว ที่มีพื้นที่ใช้สอยมากๆ ก็ถือว่าตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้มากกว่า ทาวน์โฮม ที่มีพื้นที่น้อยกว่ามาก แต่ถ้าหากต้องการใช้บ้านเพื่อเป็นสถานที่ทำงานด้วยแนะนำว่าให้เลือกเป็น โฮมออฟฟิศ ที่ใช้งานได้หลากหลายและส่วนใหญ่มักตั้งอยู่ในทำเลการค้า ซึ่งไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยแบบไหน สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคืองบประมาณที่ตั้งไว้
สำหรับคนที่มีงบมากก็ไม่มีปัญหาเท่าไหร่ อยากได้ บ้านหรู แค่ไหนก็สามารถเลือกซื้อได้ แต่สำหรับคนมีน้อยหรือต้องกู้เงินจากธนาคาร แนะนำว่าไม่ควรซื้อบ้านที่มีราคาสูงจนเกินกำลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพนักงานออฟฟิศที่เพิ่งเริ่มทำงานได้เพียง 2-3 ปี อาจเลือกเป็น คอนโด หรือบ้านขนาดเล็กที่มีราคาไม่สูงมากนักแทน ซึ่งจำนวนเงินค่าผ่อนชำระควรอยู่ในอัตรา 25% ของรายได้ แต่ไม่ควรเกิน 35% ต่อเดือน เพราะจะทำให้รับภาระมากเกินไปจนกลายเป็นปัญหาทางการเงินได้ในอนาคตได้
6. ความน่าเชื่อถือ

พิจารณาจากความน่าเชื่อถือของเจ้าของโครงการ เพราะโดยส่วนใหญ่มักตัดสินใจซื้อ บ้าน หรือ คอนโด ตั้งแต่ยังสร้างไม่เสร็จ ดังนั้นการเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ควรเลือกซื้อกับผู้ประกอบการที่มีน่าเชื่อถือ เพราะผู้ประกอบการที่มีอยู่มานาน มีผลงานมากมาย นอกจากจะมีความน่าไว้วางใจมากกว่าผู้ประกอบการรายใหม่หรือรายย่อยแล้ว ผู้ซื้อยังต้องมั่นใจได้ว่าโครงการบ้านที่เลือกซื้อมีความมั่นคง เสร็จตรงตามเวลา และแบบบ้านเป็นไปตามมาตรฐานที่เลือกไว้แต่แรกด้วย
7. สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ

โดยส่วนมากโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมักจะมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่าง ทั้งสวนสาธารณะ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ หรือแม้แต่ห้องสมุด ถ้าหากอยากได้ความสะดวกสบายเวลาใช้งานก็ควรเลือกตำแหน่งบ้านที่อยู่ใกล้กับบริเวณพื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้าน หรือ คอนโด แต่จะมีข้อเสียตรงที่เป็นบริเวณดังกล่าวจะค่อนข้างมีความพลุกพล่าน เสียงดัง และขาดความเป็นส่วนตัวได้
8. พิจารณาจากความปลอดภัย

แน่นอนว่าสิ่งที่โครงการบ้านหรือคอนโดมิเนียมสมควรต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับลูกบ้านก็คือ ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อตรวจเช็คการเข้าออกจากคนภายนอกได้ตลอดเวลา รวมทั้งเป็นที่พึ่งสำคัญเมื่อมีเหตุด่วนเหตุร้ายด้วย ซึ่งหากเป็นคอนโดมิเนียมก็ควรมีระบบคีย์การ์ดเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น
สำหรับใครที่มีเงินเก็บสักก้อนและถึงเวลาที่อยากจะซื้อบ้านเดี่ยวสักหลังหรือคอนโดสักห้องเป็นของตัวเองแล้วนั้น ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณาเพื่อเตรียมความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินเก็บ เครดิตการเงิน รวมถึงหาข้อมูลของโครงการบ้านและคอนโดให้ดี เพราะซื้อบ้านทั้งทีก็ควรพิจารณา ให้รอบด้านไว้ก่อน วันนี้ SC Asset รวบรวมเช็กลิสต์ข้อควรทำก่อนจะตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโด ของคุณ

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับเคล็ดลับดี ๆ ในการเลือกซื้อ บ้าน ที่นำมาฝาก เชื่อว่าหากคนที่กำลังคิดจะซื้อบ้านในฝันของตัวเองสักหลัง ให้นำเคล็ดลับทั้ง 8 ข้อนี้ไปประกอบพิจารณาก่อนตัดสินใจ รับรองว่านอกจากจะได้บ้านสวยถูกใจแล้ว ยังเป็นบ้านที่คุ้มค่าสมราคาที่จ่ายไป อยู่แล้วสบายใจไปอีกนานแน่นอน
