Research and Knowledge11 มิ.ย. 2567

รวมเคล็ดลับควรรู้ กู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย

กู้ซื้อบ้าน

หนึ่งในสิ่งที่หลายคนกังวลก่อนจะทำการซื้อบ้านคงหนีไม่พ้น ผลอนุมัติการยื่นกู้ซื้อบ้านกับธนาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบรรดามนุษย์เงินเดือนมือใหม่ผู้กำลังฝันอยากมีบ้านเป็นของตนเอง แต่ไม่เข้าใจว่าการกู้ซื้อบ้านมีกี่ขั้นตอน และแต่ละขั้นตอนต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง รวมถึงกำลังสงสัยอยู่ว่าเงินเดือนของตนเองจะสามารถยื่นกู้บ้านผ่านหรือไม่

 

จะดีกว่าไหมถ้าคุณได้ทำความเข้าใจก่อนเริ่มดำเนินการขอสินเชื่อ เพื่อให้เห็นภาพว่า การกู้บ้านประกอบไปด้วยขั้นตอนอะไรบ้าง แล้วมีแนวทางในการเตรียมตัวอย่างไรเพื่อทำให้การกู้เงินซื้อบ้านเป็นเรื่องง่าย ผ่านฉลุยตั้งแต่ครั้งแรกที่ยื่น

 

ในบทความนี้ SC Asset ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการขออนุมัติสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมาไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นวิธีการในการขอสินเชื่อ หรือเคล็ดลับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการกู้ เพื่อให้กระบวนการขออนุมัติสินเชื่อซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมเป็นไปอย่างราบรื่น หากคุณกำลังวางแผนจะกู้เงินเพื่อซื้อบ้านหลังแรกในอนาคตอันใกล้ มาเช็กวิธีเตรียมตัวก่อนยื่นกู้กันได้เลย

 

เยี่ยมชมโครงการ บ้านเดี่ยว ของเรา

 

การกู้ซื้อบ้านคืออะไร ทำไมเราต้องรู้จัก ?

 

การกู้ซื้อบ้าน คือ การที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อและอนุมัติให้บุคคลทำการกู้เงินเพื่อนำไปซื้อบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ ทั้งทาวน์โฮม บ้านเดี่ยว บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ และคอนโดมิเนียม แล้วจึงผ่อนชำระกับธนาคารด้วยอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญา

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะกู้เงินซื้อบ้าน สิ่งที่คุณควรคำนึงถึงเป็นอันดับแรกก็คือ “อัตราดอกเบี้ย” ของธนาคารหรือสถาบันการเงินแต่ละแห่ง เพื่อที่คุณจะได้สามารถประเมิน พิจารณา และวางแผนถึงค่าใช้จ่ายที่จะต้องจ่ายในอนาคตได้อย่างถูกต้อง ช่วยลดภาระทางการเงินในระยะยาว นอกจากนี้ ควรสอบถามเงื่อนไขหรือข้อกำหนดต่าง ๆ ของธนาคารอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจยื่นกู้ เพื่อตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วนและถูกต้องมากที่สุด

 

แม้ว่าการขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านจะมีขั้นตอนและรายละเอียดค่อนข้างเยอะ แต่หากคุณเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่เนิ่น ๆ พร้อมกับเลือกใช้บริการจากธนาคารที่ไว้ใจได้ ก็สามารถมั่นใจได้ว่าการซื้อบ้านหลังใหม่จะดำเนินไปอย่างราบรื่นและผ่านไปได้ด้วยดีแน่นอน

 

มือใหม่ต้องอ่าน ข้อควรรู้ก่อนกู้เงินซื้อคอนโดและบ้านหลังแรก

 

เจ้าหน้าที่ธนาคารและลูกค้าจับมือกันหลังคำขอกู้ซื้อบ้านได้รับการอนุมัติ

 

สำหรับข้อมูลที่ผู้ที่กำลังวางแผนซื้อบ้านหลังแรกควรทำความเข้าใจ รวมไปถึงเรียนรู้ก่อนดำเนินการขอสินเชื่อ มีรายละเอียดดังนี้

 

พิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของตนเอง

คุณควรประเมิน วางแผน เตรียมความพร้อมทางการเงิน และพิจารณาความสามารถในชำระหนี้ของตนเองอย่างละเอียด เพื่อที่จะสามารถเลือกประเภทของสินเชื่อให้เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระ ไม่ต้องจ่ายค่างวดในจำนวนมากเกินไปจนส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินในชีวิตประจำวัน

 

มีแหล่งรายได้ที่มั่นคง เก็บออมเงินเพื่อดาวน์บ้าน

อีกหนึ่งสิ่งที่คุณควรคำนึงถึง หากคุณกำลังสนใจกู้ซื้อบ้าน คือ การมีเงินเก็บอย่างน้อย 10% ของราคาบ้านที่สนใจ เนื่องจากธนาคารและสถาบันการเงินส่วนใหญ่จะปล่อยสินเชื่อกู้ซื้อบ้านเพียง 90% ของราคาบ้านเท่านั้น อีกทั้งการมีเงินออมเอาไว้ ยังจะช่วยให้คุณมีเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่มาพร้อมกับการซื้อบ้านได้ด้วย เช่น ค่าตกแต่งภายใน ค่าต่อเติม ค่าเฟอร์นิเจอร์

 

เคลียร์ประวัติการชำระหนี้ให้ดี

ก่อนที่ธนาคารจะปล่อยกู้ เจ้าหน้าที่ต้องพิจารณาประวัติการชำระหนี้ เครดิตบูโร และรายการเดินบัญชีย้อนหลังร่วมด้วย เรียกได้ว่าต้องตรวจสอบข้อมูลการทำธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดของคุณอย่างครบถ้วน เพื่อประเมินว่าคุณมีความสามารถในการชำระหนี้หรือไม่ โดยจะติดตามประวัติชำระหนี้ย้อนหลังเป็นเวลา 3 ปี ทั้งนี้ หากมีประวัติการชำระหนี้ไม่ตรงเวลาอยู่บ่อยครั้ง คุณอาจถูกพิจารณาว่าเป็นบุคคลที่ไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ รวมทั้งการมีหนี้เสียหรือ NPL (Non-performing Loan) กับธนาคารและสถาบันทางการเงินทุกแห่ง ก็อาจส่งผลให้การกู้ซื้อบ้านถูกปฏิเสธได้ด้วยเช่นกัน

 

ด้วยเหตุผลนี้ คุณจึงควรผ่อนชำระหนี้ให้ตรงเวลาตามข้อตกลงของทางธนาคารอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งมีวินัยทางการเงินที่ดี ไม่ก่อหนี้เสีย เพื่อให้การกู้ซื้อบ้านเป็นไปได้อย่างราบรื่นนั่นเอง

 

ก่อนกู้ซื้อบ้านควรเคลียร์หนี้อย่างอื่น

การเคลียร์หนี้อื่น ๆ ที่ค้างเอาไว้ก่อนกู้ธนาคารซื้อบ้านเป็นอีกข้อที่ควรปฏิบัติตาม เนื่องจากการมีหนี้อย่างอื่นคงค้างเอาไว้จะส่งผลให้คุณมีวงเงินในการขอสินเชื่อซื้อบ้านที่ต่ำลง

 

นอกจากนี้ หากยังเคลียร์หนี้ไม่หมดในระยะเวลา 3-6 เดือนก่อนยื่นกู้ ก็มีโอกาสที่ธนาคารและสถาบันทางการเงินต่าง ๆ จะส่งรายงานให้ทางเครดิตบูโร และส่งผลให้ถูกพิจารณาว่าคุณยังมีภาระหนี้คงค้างอยู่ จึงมีความเสี่ยงที่คำขอกู้บ้านจะไม่ได้รับการอนุมัติได้

 

เตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะทราบดีอยู่แล้วว่าการขอสินเชื่อซื้อบ้านจะต้องเตรียมเอกสารให้พร้อม แต่บางครั้ง ก็เผลอประมาทหรือเลินเล่อจนทำให้พลาดโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อ รวมถึงเสียเวลาดำเนินการเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากเอกสารไม่ครบ ดังนั้น การเตรียมเอกสารให้พร้อมตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ จะช่วยลดปัญหาข้อนี้ได้ โดยเอกสารเบื้องต้นที่ต้องใช้ในการขอสินเชื่อ ได้แก่

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • เอกสารแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3-6 เดือน สำเนาทะเบียนการค้า สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท
  • สำเนารายการเดินบัญชีย้อนหลัง 3-6 เดือน
  • สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล (ถ้ามี)

 

เพิ่มโอกาสในการซื้อบ้านด้วยการกู้ร่วมซื้อบ้าน

ในกรณีที่คุณมีรายได้ไม่เพียงพอ อีกหนึ่งวิธีซึ่งถือเป็นข้อควรรู้ในการเพิ่มโอกาสกู้ซื้อบ้านได้สำเร็จ คือ การกู้ร่วม โดยวิธีการกู้ร่วมซื้อบ้านกำหนดให้สามารถทำได้เฉพาะกับสมาชิกในครอบครัวที่นามสกุลเดียวกันเท่านั้น เช่น บิดา มารดา พี่น้อง หรือคู่สมรสที่จดทะเบียนและยังไม่จดทะเบียน (ทั้งเพศเดียวกันและต่างเพศ) อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขและรายละเอียดต่าง ๆ ของการกู้ร่วมจะแตกต่างกันไปตามข้อกำหนดของธนาคารแต่ละแห่ง จึงควรศึกษารายละเอียดและปรึกษาเจ้าหน้าที่ของธนาคารอีกครั้ง

 

9 ขั้นตอนการกู้ซื้อบ้านที่เราต้องทราบ

 

คู่สามีภรรยาปรึกษาเจ้าหน้าที่ธนาคารเรื่องการกู้ซื้อบ้าน

 

เมื่อคุณเตรียมตัวพร้อมแล้ว ข้อมูลต่อไปที่ควรศึกษาคือขั้นตอนในการกู้ซื้อบ้าน ซึ่งในวันนี้ SC Asset ได้รวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว ถ้าพร้อมแล้วสามารถเช็กไปพร้อมกันได้เลยว่าคุณเข้าใจ 9 ขั้นตอนเหล่านี้อย่างถ่องแท้หรือยัง

  1. เลือกทำเลและประเภทของบ้านที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของคุณ
  2. ประเมินงบประมาณ และเลือกบ้านที่มีราคาสอดคล้องกับงบประมาณและความสามารถในการผ่อนชำระ
  3. ประเมินประเภทสินเชื่อให้เหมาะสมกับความต้องการ สภาพคล่องทางการเงิน และความสามารถในการชำระหนี้ของตัวเอง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาหนี้สินสะสม รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกินตัวจนเกินไป
  4. ทำความเข้าใจเรื่องการจ่ายอัตราดอกเบี้ยบ้าน เพื่อประเมินค่าใช้จ่ายที่ต้องจัดการในอนาคต
  5. ทำการตรวจสอบคุณสมบัติของตนเองว่าตรงกับเงื่อนไขในการกู้ซื้อบ้านหรือไม่ โดยคุณสมบัติเบื้องต้นที่ธนาคารจะพิจารณา ได้แก่
    a. มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และไม่เกิน 65 ปี
    b. เป็นบุคคลธรรมดา และถือสัญชาติไทย
    c. ไม่มีประวัติค้างชำระหนี้หรือมีหนี้เสียกับของธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ
  6. รวบรวมและตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง จากนั้นนำเอกสารส่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อของธนาคารหรือสถาบันการเงินเพื่อให้ได้รับการอนุมัติ โดยประกอบไปด้วย
    a. บัญชีเงินฝากธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน
    b. เอกสารแสดงรายได้ หรือเอกสารการเงินที่เกี่ยวข้อง เช่น หนังสือรับรองเงินเดือน สลิปเงินเดือน หรือหลักฐานแสดงรายได้พิเศษ
    c. เอกสารส่วนตัวของผู้ประสงค์จะยื่นกู้เงิน เช่น ทะเบียนบ้าน, ทะเบียนสมรส, สำเนาบัตรประชาชน และใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)
    d. เอกสารหลักประกัน ได้แก่ เอกสารรับรองการทำงาน
  7. รรอการประเมินจากธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ยื่นกู้ โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1-3 สัปดาห์ในการพิจารณาและแจ้งผลการอนุมัติ ทั้งนี้ ระยะเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับกระบวนการทำงานของธนาคารแต่ละแห่ง
  8. เมื่อได้รับอนุมัติสินเชื่อจากทางธนาคารแล้ว ขั้นต่อตอนไปที่ต้องทำก็คือ การทำสัญญากู้สินเชื่อบ้าน โดยจะมีระยะเวลากำหนดให้ทำสัญญาภายใน 45 วันเท่านั้น หากพ้นระยะเวลาดังกล่าว อาจจะต้องยื่นพิจารณาสินเชื่อใหม่ ซึ่งอาจจะทำให้เสียเวลา รวมถึงเสียโอกาสอีกด้วย
  9. ทำสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขาย และธนาคาร ซึ่งจะทำการนัดหมายพร้อมกัน ณ สำนักงานที่ดิน และทำสัญญาของธนาคารที่ขอกู้ โดยเจ้าหน้าที่ของธนาคารจะแจ้งให้ทราบทุกครั้งในกรณีที่มีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการกู้ซื้อบ้าน

 

Q: การกู้ซื้อบ้านต้องเสียค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มเติมหรือไม่ ?

โดยส่วนใหญ่แล้วการกู้สินเชื่อซื้อบ้านจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่น ๆ แฝงมาด้วย โดยรายละเอียดของค่าใช้จ่ายในการยื่นกู้ซื้อบ้านที่ควรทราบดังนี้

  1. เงินดาวน์ : โดยส่วนใหญ่แล้ว มักวางเงินดาวน์ประมาณ 10-20% ของราคาบ้าน
  2. ค่ามัดจำในการทำสัญญาและจอง : เป็นการวางเงินมัดจำเพื่อทำการจองบ้านและเตรียมทำสัญญาซื้อขาย ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่แล้วจะเริ่มต้นที่ 5,000 บาทขึ้นไป แต่ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ โดยขึ้นอยู่กับโปรโมชันต่าง ๆ ของทางโครงการที่เกี่ยวข้อง
  3. ค่าจดจำนอง : สำหรับผู้ที่กู้สินเชื่อซื้อบ้านผ่านทางธนาคารหรือสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง จะต้องเสียค่าจดจำนองในอัตรา 1% ของจำนวนเงินกู้ซื้อบ้าน อย่างไรก็ตามหากซื้อด้วยเงินสด จะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในส่วนนี้
  4. ค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิทธิ์ : เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระให้แก่กรมที่ดิน โดยอัตราค่าธรรมเนียมการโอนจะอยู่ที่ 2% ของราคาประเมินจากกรมที่ดิน
  5. ค่าประเมินราคาจากการขอสินเชื่อ : เป็นค่าใช้จ่ายจากการคำนวณมูลค่าของบ้านจากผู้เชี่ยวชาญ โดยมีจุดประสงค์คือ สรุปราคาที่เป็นกลางแก่ทั้งผู้ซื้อและธนาคาร เพื่อพิจารณามูลค่าของการทำวงเงินสินเชื่อกู้ซื้อบ้าน โดยมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 1,000-3,000 บาท
  6. ค่าเบี้ยประกันภัยบ้าน : การทำประกันภัยบ้าน คือ การทำประกันที่ให้ความคุ้มครองบ้านหรือที่อยู่อาศัยในกรณีเกิดเหตุร้ายแรงต่าง ๆ ขึ้น เพื่อประเมินและจ่ายชดเชยค่าเสียหายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ยกตัวอย่างเช่น อัคคีภัย, แผ่นดินไหว, อุทกภัย หรือพายุเข้า ทั้งนี้ เบี้ยประกันภัยบ้านของแต่ละบริษัทประกันนั้นจะมีค่าใช้จ่ายไม่เท่ากัน โดยทั่วไปแล้ว เบี้ยประกันจะคิดเป็น 0.1% จากทุนประกันต่อปี
  7. ค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่น ๆ : เช่น ค่าตกแต่งบ้าน ค่าเฟอร์นิเจอร์ เป็นค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล จึงอาจมีช่วงราคาที่แตกต่างกันไป ควรประเมินราคาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับบริษัทรับตกแต่งภายในเกี่ยวกับรูปแบบการตกแต่งที่คุณชอบ เพื่อที่จะได้วางแผนค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้ง่ายขึ้น

Q: ธนาคารมีวิธีคำนวณวงเงินอนุมัติอย่างไร ?

วงเงินอนุมัติในการกู้ซื้อบ้านสามารถคำนวณเบื้องต้นได้โดยใช้สูตร (60 เท่าของรายได้) * (รายรับต่อเดือน) = (ราคาที่กู้ซื้อบ้านได้)อย่างไรก็ตาม ธนาคารและสถาบันการเงินอาจจะพิจารณาขยับจำนวนเท่าของรายได้ในขั้นตอนกู้ซื้อบ้าน จึงทำให้จำนวนเท่ามีการเปลี่ยนแปลงได้ แนะนำว่าให้สอบถามกับธนาคารอีกครั้ง

 

สำหรับผู้ที่มีภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR หรือ Debt Service Ratio) ซึ่งหมายถึงภาระหนี้ทุกอย่างที่มี อาทิ ค่าผ่อนรถ ค่าเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือค่าโทรศัพท์มือถือ ก็จะมีสูตรการคำนวณที่แตกต่างไป ได้แก่ (30% หรือ 40%) * (รายรับต่อเดือน) = (ราคาผ่อนบ้าน)

ทั้งนี้การพิจารณาความสามารถในการผ่อนชำระถือเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะทำให้เราสามารถประเมินค่าใช้จ่ายของตนเองที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ เพื่อให้ได้บ้านหรือคอนโดที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยโดยไม่ต้องแบกภาระทางการเงินที่หนักเกินไป

 

Q: กู้ซื้อบ้านต้องมีเงินเดือนเท่าไร ?

ในการกู้เงินซื้อคอนโดและบ้าน เราควรประเมินก่อนว่า ทางธนาคารและสถาบันการเงินอนุมัติวงเงินกู้สูงสุดจากฐานเงินเดือนของเราเป็นจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว จะประเมินจำนวนเงินผ่อนชำระหนี้สูงสุดที่ผู้กู้จะสามารถแบกรับได้ไม่เกิน 40% ของรายได้ โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากรายละเอียดด้านล่าง ดังนี้

 

- กรณีที่ผ่อนบ้านเพียงอย่างเดียว : กรณีที่ผ่อนบ้านเพียงอย่างเดียว ค่าผ่อนเงินกู้ซื้อบ้านไม่ควรเกิน 50% ของเงินเดือนของเรา เช่น หากเงินเดือนของเราคือ 15,000 บาท ยอดเงินผ่อนต่อเดือน (50%) คือ 7,500 บาท วงเงินกู้สูงสุดจากทางธนาคารคือ 1,200,000 บาท จึงทำให้ราคาบ้านที่ควรพิจารณาคือ 1,200,000–1,500,000 บาท

 

- กรณีที่มีภาระหนี้สินอื่น ๆ ด้วย : กรณีที่ภาระหนี้สินอื่น ๆ ด้วย ค่าผ่อนเงินกู้ซื้อบ้านไม่ควรเกิน 30% ของเงินเดือนของเรา เช่น หากเงินเดือนของเราคือ 15,000 บาท ยอดเงินผ่อนต่อเดือน (30%) คือ 4,500 บาท วงเงินกู้สูงสุดจากทางธนาคารจะเป็น 700,000 บาท จึงทำให้ราคาบ้านที่ควรพิจารณาคือ 700,000– 875,000 บาท เป็นต้น 

การซื้อบ้านถือเป็นภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว ดังนั้น ผู้กู้ควรวางแผนและคิดคำนวณเงินเดือนให้ละเอียดรอบคอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกินกำลังของตนเองในอนาคตนั่นเอง

 

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนกู้บ้าน มีโอกาสได้รับการอนุมัติง่ายกว่า

 

รู้และเข้าใจแล้วว่าการกู้เงินซื้อบ้านมีขั้นตอนและรายละเอียดอย่างไรบ้าง และพอจะเห็นภาพกันแล้วว่าไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพียงแต่ต้องอาศัยการเตรียมตัวให้พร้อม สร้างวินัยทางการเงิน วางแผนการเงินอย่างรอบคอบ และศึกษาเงื่อนไขของธนาคารแต่ละแห่งให้ละเอียดก่อนทำการตัดสินใจยื่นสินเชื่อกู้ซื้อบ้านเท่านั้น

 

รู้และเข้าใจแล้วว่าการกู้เงินซื้อบ้านมีขั้นตอนและรายละเอียดอย่างไรบ้าง และพอจะเห็นภาพกันแล้วว่าไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพียงแต่ต้องอาศัยการเตรียมตัวให้พร้อม สร้างวินัยทางการเงิน วางแผนการเงินอย่างรอบคอบ และศึกษาเงื่อนไขของธนาคารแต่ละแห่งให้ละเอียดก่อนทำการตัดสินใจยื่นสินเชื่อกู้ซื้อบ้านเท่านั้น


สำหรับใครที่วางแผนกู้ซื้อบ้านเรียบร้อยแล้ว และกำลังมองหาโครงการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของตนเองอยู่ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรับคำปรึกษาเรื่องการซื้อบ้านได้กับทาง SC Asset โครงการบ้านเดี่ยวบนหลากหลายทำเลศักยภาพ พร้อมดีลพิเศษมากมายสำหรับคุณโดยเฉพาะ