Research and Knowledge15 ก.ย. 2568

อัปเดตราคาที่ดินกรุงเทพฯ ทำเลดี ปี 2569 พร้อมโอกาสการลงทุน

ราคาที่ดินในกรุงเทพฯ สูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามดีมานด์ของนักลงทุน

แม้ภาวะเศรษฐกิจจะมีความผันผวน แต่ทำเลศักยภาพสูงกลับมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นทุกปี ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใจกลางเมืองอย่างย่านธุรกิจสำคัญ หรือโซนที่กำลังขยายตัวด้วยโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางรถไฟฟ้าใหม่ การติดตามข้อมูลราคาที่ดินประเมินจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทั้งนักลงทุนและผู้ที่กำลังมองหาบ้าน เพราะนอกจากจะช่วยให้วางแผนการเงินได้แม่นยำแล้ว ยังช่วยให้สามารถตัดสินใจได้อย่างคุ้มค่าในทำเลทองอีกด้วย

 

Highlight

  • การประเมินราคาที่ดินสำคัญต่อการซื้อ-ขาย การกู้ยืม และการวางแผนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
  • ปัจจัยที่มีส่วนทำให้ราคาที่ดินสูงขึ้น มาจากโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ทำเลที่ตั้ง การมาถึงของโครงการขนาดใหญ่ และข้อจำกัดของพื้นที่นั้น ๆ
  • 10 ทำเลทองในกรุงเทพฯ เช่น สยาม-ชิดลม-เพลินจิต สีลม สาทร อโศก เอกมัย พญาไท ฯลฯ มีราคาที่ดินสูงและดีมานด์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
  • ทำเลศักยภาพรอบนอกอย่างบ้านโซนบางนา กำลังมาแรงด้วยการเดินทางสะดวกและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
  • การเลือกบ้านหรูในทำเลคุณภาพคือการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่า ทั้งเพื่อการอยู่อาศัยและมูลค่าเพิ่มในอนาคต

 

10 ทำเลทองที่ขึ้นชื่อว่าราคาที่ดินสูงที่สุดในกรุงเทพฯ

 

ทำไมการประเมินราคาที่ดินจึงสำคัญ ?

 

ช่วยให้ผู้ซื้อและนักลงทุนรู้มูลค่าที่แท้จริงของที่ดิน

การประเมินราคาที่ดินช่วยให้ทั้งผู้ซื้อและนักลงทุนเห็นภาพชัดเจน ว่าที่ดินแปลงนั้นเหมาะสำหรับการซื้อเก็บไว้เก็งกำไรในอนาคต ซื้อเพื่อนำมาพัฒนาโครงการ หรือใช้เป็นที่อยู่อาศัย

 

 ใช้ประกอบการคำนวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ราคาที่ดินประเมินมีผลโดยตรงต่อการคำนวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำปี หากเข้าใจราคาประเมินก็จะช่วยให้สามารถวางแผนการเงินล่วงหน้าได้อย่างเป็นระบบ

 

เป็นเกณฑ์กำหนดราคาซื้อ-ขายและการกู้ยืมสินเชื่อ

ธนาคารจำเป็นต้องใช้ข้อมูลราคาประเมินที่ดินเพื่อประกอบการปล่อยสินเชื่อ ดังนั้น การมีที่ดินที่อยู่ในทำเลทองย่อมช่วยเพิ่มโอกาสในการกู้ยืมสินเชื่อได้ง่ายขึ้น เพราะธนาคารมั่นใจว่าที่ดินดังกล่าวมีมูลค่ารองรับและเป็นหลักประกันที่เพียงพอ

 

ปัจจัยเพิ่มราคาที่ดินมีอะไรบ้าง ?

ราคาที่ดินในกรุงเทพฯ ไม่ได้เพิ่มขึ้นโดยบังเอิญ แต่มีหลายปัจจัยที่ส่งผลโดยตรง เช่น

 

 โครงสร้างพื้นฐาน

ทั้งการขยายเส้นทางรถไฟฟ้า สนามบินใหม่ และทางด่วน ช่วยผลักดันราคาที่ดินในหลายทำเลให้สูงขึ้น รวมถึงโซนรอบนอกที่เชื่อมต่อเมืองได้สะดวก เช่น บ้านโซนบางนา ที่กำลังได้รับความนิยมจากผู้ซื้อบ้านรุ่นใหม่และนักลงทุน

 

ทำเลที่ตั้ง

พื้นที่ใกล้แหล่งงาน ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน หรือโรงพยาบาล มักมีดีมานด์ (Demand) สูง เพราะรองรับทั้งในแง่ของการอยู่อาศัยและการลงทุน

 

การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่

ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้า คอมมิวนิตีมอลล์ โครงการ Mixed-use หรือแม้แต่โครงการเมกะโปรเจกต์ของภาครัฐ ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มเติมให้กับทำเลโดยรอบ

 

ข้อจำกัดด้านที่ดิน

ยิ่งที่ดินเหลือน้อยในบางทำเล ความต้องการยิ่งสูง ส่งผลให้ราคาที่ดินขึ้นตามกลไกตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

 

ถนนเพลินจิต หนึ่งในทำเลที่มีราคาที่ดินสูงที่สุดในกรุงเทพฯ

 

10 ทำเลทอง ที่ขึ้นชื่อว่าราคาที่ดินสูงที่สุดในกรุงเทพ

การซื้อคอนโดมิเนียมไม่ใช่แค่การมองหาที่พักอาศัย แต่เป็นการลงทุนที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทำเลศักยภาพที่ราคามีแต่จะพุ่งสูงขึ้นอย่าง 10 ทำเลศักยภาพของกรุงเทพฯ เหล่านี้

 

1. สยาม-ชิดลม-เพลินจิต

ทำเลแห่งนี้คือศูนย์กลางของทุกความสะดวกสบายในกรุงเทพฯ เป็นศูนย์รวมของสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น

  • แหล่งช็อปปิงระดับโลก เช่น สยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์, เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลชิดลม
  • สถานศึกษาชั้นนำ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน, โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย
  • อาคารสำนักงาน เช่น เกษรอมรินทร์, สยามสเคป, เพลินจิตทาวเวอร์
  • สถานีรถไฟฟ้า สถานีเพลินจิต, สถานีชิดลม และสถานีสยาม (สถานีเชื่อมต่อไปยังสายสีลม)  

ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพียบพร้อมในทุกด้าน ส่งผลให้ทำเลนี้มีดีมานด์สูงจากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการอยู่อาศัยใจกลางเมือง การลงทุนในคอนโดมิเนียมย่านนี้จึงมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว

 

2. ถนนวิทยุ 

ถนนวิทยุคือทำเลที่สะท้อนถึงความหรูหราและสงบ ท่ามกลางบรรยากาศใจกลางเมืองที่วุ่นวาย รายล้อมด้วยสถานทูตหลายประเทศ เช่น สถานทูตสหรัฐอเมริกา สถานทูตญี่ปุ่น และยังเป็นที่ตั้งของโครงการ Mixed Use สุดยิ่งใหญ่ที่ประกอบไปด้วยศูนย์การค้า อาคารสำนักงานเกรด A โรงแรม และคอนโดมิเนียมระดับ Super Luxury อย่าง One Bangkok ด้วย 

นอกจากนี้ ถนนวิทยุยังมีสวนลุมพินี ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ เดินทางได้สะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานีเพลินจิต ทำให้ทำเลนี้มีศักยภาพในการอยู่อาศัยและการลงทุนสูงมาก

 

3. สุขุมวิท-ไทม์สแควร์ 

ถนนสุขุมวิท ถนนสายสำคัญของกรุงเทพมหานคร แบ่งแยกย่อยเป็นหลายโซน สำหรับทำเลแห่งนี้ครอบคลุมตั้งแต่บริเวณรถไฟฟ้า BTS นานา ไปจนถึงอโศก ซึ่งเป็นย่านธุรกิจสำคัญที่เชื่อมต่อกับย่านที่พักอาศัยระดับไฮเอนด์ ทั้งยังเป็นศูนย์รวมของไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ทั้งโรงแรมหรู ร้านอาหารนานาชาติ อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า และแหล่งบันเทิงยามค่ำคืน เช่น โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท, Korean Town, อาคาร Time Square และโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 

การอยู่อาศัยในย่านนี้ มอบความสะดวกสบายสูงสุดสำหรับการใช้ชีวิตใจกลางเมือง ทั้งการเดินทางและการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทำให้เป็นทำเลที่คุ้มค่าทั้งสำหรับการอยู่อาศัยและปล่อยเช่า เป็นหนึ่งในตัวเลือกแรก ๆ ของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวเกาหลีใต้ ชาวญี่ปุ่น และชาวยุโรป 

 

4. สุขุมวิท-อโศก

อโศกเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร เพราะเป็น Interchange Station ของรถไฟฟ้า BTS สถานีอโศก และรถไฟฟ้า MRT สถานีสุขุมวิท ทำให้การเดินทางครอบคลุมทุกเส้นทางในกรุงเทพฯ ส่งผลให้ราคาที่ดินพุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งย่านนี้ยังเป็นแหล่งรวมของอาคารสำนักงาน บริษัทชั้นนำ และสิ่งอำนวยความสะดวกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมแกรนด์เซ็นเตอร์พอยท์ เทอมินอล 21, ศูนย์การค้า Terminal 21, Interchange Tower, Exchange Tower และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จึงเป็นทั้งศูนย์กลางธุรกิจและแหล่งพักอาศัยที่ตอบโจทย์คนทำงาน นักเรียน นักศึกษา และนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการทำเลที่เดินทางง่าย

 

 5. สุขุมวิท-เอกมัย

เอกมัยเป็นย่านที่ผสมผสานระหว่างความหรูหราและความชิคได้อย่างลงตัว เป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งรวมร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์สุดอินเทรนด์ ทำให้เป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่และชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นและเกาหลีที่มาทำงานในกรุงเทพฯ การเดินทางสะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานีเอกมัย และเป็น Hub การคมนาคม ที่เข้า-ออกได้หลายทาง เชื่อมต่อกับสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) และสุขุมวิท 71 (ปรีดี พนมยงค์) ได้สะดวก ท้ายซอยทะลุไปถนนเพชรบุรี และขึ้นทางด่วนฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) ได้ นอกจากนี้ ปากซอยเอกมัยยังมีสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (เอกมัย) ที่เป็นจุดรวมรถโดยสารไปยังภาคตะวันออก ทำให้เป็นทำเลที่เชื่อมทุกการเดินทางได้อย่างครบวงจร

ไม่เพียงเท่านั้น เอกมัยยังมีอาคารสำนักงานและสิ่งอำนวยความสะดวกอีกหลายแห่ง เช่น T-One Building, APAC Tower, Park Lane เอกมัย, Donki เอกมัย, โรงเรียนนานาชาติเอกมัย การลงทุนในคอนโดมิเนียมย่านนี้จึงมีโอกาสในการปล่อยเช่าสูง และมีแนวโน้มที่ราคาที่ดินจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

6. สีลม

สีลมคือศูนย์กลางของธุรกิจการเงินที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ เป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ ธนาคาร สถานศึกษา และศูนย์การค้ามากมาย เช่น ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่, สีลมคอมเพล็กซ์, สีลมเอดจ์, Park Silom, โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน, โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ ทำให้เป็นทำเลที่มีความต้องการสูงจากทั้งคนทำงาน นักลงทุน และผู้ที่มองหาคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง

ที่ดินในย่านสีลมมีอยู่อย่างจำกัด ส่งผลให้ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณที่อยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า BTS สถานีศาลาแดงและรถไฟฟ้า MRT สถานีสีลม กล่าวได้ว่าเป็นทำเลที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนทุกช่วงวัยได้อย่างครบครัน

 

 7. สาทร

พูดถึงสีลมแล้ว ก็ต้องกล่าวถึงย่านใกล้เคียงอย่างสาทรเช่นกัน เพราะเป็นหนึ่งในย่านที่ราคาที่ดินสูงสุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ รายล้อมด้วยอาคารสำนักงานเกรด A เช่น อาคาร Empire Tower, อาคาร Sathorn Square, อาคารสาธรธานี และอาคาร Sathorn City รวมถึงคอนโดมิเนียมหรูวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านการเดินทางก็สะดวกสบายด้วยจุดขึ้น-ลงทางด่วนศรีรัช รถไฟฟ้า BTS สถานีช่องนนทรีและสถานีสุรศักดิ์มนตรี ทั้งยังมี BRT ทำให้เชื่อมต่อกับพื้นที่อื่นได้ง่าย

สาทรเป็นแหล่งรวมของสถานศึกษาและโรงพยาบาลชั้นนำหลายแห่ง เช่น โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์, โรงเรียนเซนต์หลุยส์ศึกษา, โรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา และโรงเรียนอัสสัมชัญ ทำให้เป็นทำเลที่เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัยที่ครบครันทั้งด้านธุรกิจและการใช้ชีวิตก็ว่าได้

 

8. เยาวราช

แม้จะเป็นย่านเก่าแก่ แต่เยาวราชได้พลิกโฉมเป็นทำเลทองของการอยู่อาศัยแห่งใหม่หลังรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายสถานีวัดมังกรและสถานีสามยอดสร้างเสร็จ ทำให้เข้าถึงง่ายขึ้นและกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ทำเลนี้ยังคงมีเอกลักษณ์ด้านการค้าและอาหารอร่อย ซึ่งดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวและนักลงทุนที่มองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจและที่พักอาศัย ส่งเสริมให้มูลค่าของที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ในย่านนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณใกล้เคียงกับสถานี MRT ทำให้การเดินทางในย่านนี้ไม่ต้องฝ่ารถติดเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

 

 9. พหลโยธิน (ช่วงต้น)

พหลโยธินตอนต้นหรือช่วงอารีย์-จตุจักร คือทำเลที่เปรียบเสมือนประตูสู่กรุงเทพฯ ตอนเหนือ มีสถานีรถไฟฟ้า BTS หลายจุด ได้แก่ สถานีอารีย์ สถานีสะพานควาย และสถานีหมอชิต ซึ่งจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้า MRT สถานีสวนจตุจักร ทำให้การเดินทางเข้าออกเมืองสะดวกสบาย รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญสำหรับคนเมือง ไม่ว่าจะเป็นอาคาร Ari Hills, ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่, กรมประชาสัมพันธ์,  อาคาร Paholyothin Place, อาคาร Pearl Bangkok, La Villa Ari สวนจตุจักร และตลาดนัดจตุจักร ทำให้ทำเลนี้เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยและการลงทุนในกลุ่มคนทำงานมากเป็นพิเศษ

 

10. พญาไท

ปิดท้ายด้วยพญาไท ทำเลที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดและกลายเป็นหนึ่งในทำเลที่มีความต้องการสูงสุดในกรุงเทพฯ ด้วยความได้เปรียบในการเป็นศูนย์กลางระบบคมนาคมที่ครบวงจร เชื่อมต่อทั้งรถไฟฟ้า BTS สถานีพญาไท และ Airport Rail Link ซึ่งช่วยให้การเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิสะดวก รวดเร็ว และง่ายดาย นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งรถไฟราง รถประจำทาง และถนนสายหลักหลายเส้น เช่น ถนนศรีอยุธยา ถนนเพชรบุรี ถนนพระราม 1

ด้านแหล่งงานและสิ่งอำนวยความสะดวกของทำเลพญาไทก็ไม่น้อยหน้าทำเลอื่น ๆ เพราะรายล้อมด้วยสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น อาคาร CP Tower 3, โครงการ The Unicorn, อาคารพญาไทพลาซ่า, โรงพยาบาลพญาไท 1, โรงเรียนศรีอยุธยา, สถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ และสำนักงานเขตราชเทวี ด้วยศักยภาพที่ครบครัน ทำให้พญาไทกลายเป็นทำเลทองที่ได้รับความนิยมสูงจากทั้งนักลงทุนและผู้อยู่อาศัยที่ต้องการความสะดวกสบายในการเดินทางและคุณภาพชีวิตที่ดี ราคาที่ดินจึงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

          

แม้ว่า 10 ทำเลทองใจกลางกรุงเทพฯ จะมีราคาที่ดินสูงที่สุด แต่ปัจจุบันยังมีทำเลรอบนอกที่กำลังมาแรงและน่าจับตามองไม่แพ้กัน โดยเฉพาะบ้านโซนบางนา ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความสะดวกสบาย ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และโครงข่ายทางด่วนที่เชื่อมต่อเมืองได้รวดเร็ว ทำให้บางนาเป็นหนึ่งในทำเลที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้ชีวิตและการลงทุนในอนาคต

หากกำลังมองหาบ้านหรูที่ผสานความลงตัวระหว่างทำเลคุณภาพและดีไซน์เหนือระดับ ลองดูโครงการจาก SC Asset ที่พร้อมเติมเต็มทุกความต้องการของการอยู่อาศัย สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดชมโครงการ โทร. 1749 หรือกรอกแบบฟอร์มด้านล่างเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

 

Q: ราคาที่ดินประเมินต่างจากราคาตลาดอย่างไร ?

A: ราคาที่ดินประเมิน คือ มูลค่าที่ภาครัฐกำหนดเป็นเกณฑ์มาตรฐาน ใช้สำหรับการจัดเก็บภาษีและอ้างอิงสินเชื่อ ส่วนราคาตลาดเกิดจากดีมานด์และซัปพลายในพื้นที่จริง ซึ่งมักจะสูงกว่าราคาประเมิน

 

Q:  ราคาที่ดินในกรุงเทพฯ ปรับขึ้นถี่แค่ไหน ?

A: โดยทั่วไป กรมธนารักษ์จะปรับราคาที่ดินประเมินทุก ๆ 4 ปี แต่ในทางปฏิบัติ ราคาตลาดอาจปรับขึ้นเร็วกว่านั้น โดยเฉพาะทำเลที่มีโครงการโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาขนาดใหญ่เกิดขึ้น

 

Q: ถ้ามีงบจำกัด ควรเลือกลงทุนที่ดินทำเลไหน ?

A: หากงบประมาณไม่ถึงระดับ CBD ควรพิจารณาทำเลรอบนอกที่มีการเชื่อมต่อการเดินทางสะดวก เช่น บางนา รามอินทรา หรือพระราม 2 ซึ่งแม้ราคายังต่ำกว่าใจกลางเมือง แต่มีศักยภาพเติบโตสูง

 

Q: การมีคอนโดมิเนียมหรือบ้านในทำเลทอง ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างไร ? 

A: อสังหาริมทรัพย์ในทำเลที่ราคาที่ดินสูง มักมีแนวโน้มมูลค่าเพิ่มต่อเนื่อง และยังมีดีมานด์จากผู้เช่าหรือผู้ซื้อรายใหม่ ทำให้เป็นสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนได้ทั้งจากการอยู่อาศัยและปล่อยเช่า