Key Takeaway
- การหาคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ควรเช็กตั้งแต่ประเภทสัตว์ จำนวนสัตว์ ขนาดหรือน้ำหนัก การลงทะเบียน เส้นทางเข้าออกอาคาร และพื้นที่ที่สัตว์สามารถใช้งานได้ โดยยึดข้อบังคับฉบับล่าสุดของแต่ละโครงการเป็นหลัก
- คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ควรมีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับเดินเล่น จุดดูแลความสะอาด และเส้นทางที่แยกการใช้งานอย่างเหมาะสม ช่วยให้การอยู่ร่วมกันของคนเลี้ยงสัตว์และผู้พักอาศัยกลุ่มอื่นเป็นระบบมากขึ้น
- SC ให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่และรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย โดยโค้บบ์ รัชดา-พระราม 9 เป็นอีกหนึ่งคอนโด Pet-Friendly ที่มีพื้นที่รองรับการใช้ชีวิตร่วมกับสัตว์เลี้ยงภายใต้ข้อกำหนดของโครงการ
สำหรับ Pet Parent ที่มองว่าสุนัขหรือแมวเป็นสมาชิกสำคัญของบ้าน การเลือกคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้จึงควรพิจารณาเงื่อนไขให้ครบ ตั้งแต่กฎของโครงการ จำนวนและขนาดสัตว์ที่อนุญาต พื้นที่สำหรับเดินเล่น การดูแลความสะอาด การเดินทางไปคลินิกสัตวแพทย์ ไปจนถึงพื้นที่ภายในห้องที่สามารถแบ่งสัดส่วนสำหรับพักผ่อน กินอาหาร เล่น และทำกิจกรรมของสัตว์เลี้ยงได้อย่างเหมาะสม
บทความนี้รวบรวมเช็กลิสต์สำคัญสำหรับการหาคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ในปี 2569 พร้อมแนวทางเลือกคอนโด Pet-Friendly ที่เหมาะกับการใช้ชีวิตร่วมกันในระยะยาว
ทำความรู้จักคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ ต่างจากคอนโดทั่วไปอย่างไร
คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ (Pet-Friendly Condo) แตกต่างจากคอนโดทั่วไป คือมีการวางระบบ ข้อบังคับ และจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางรองรับการอยู่อาศัยของสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ
- เงื่อนไขการเลี้ยงชัดเจน กำหนดประเภทสัตว์ จำนวนสัตว์ต่อห้อง น้ำหนัก หรือสายพันธุ์ตามข้อบังคับของแต่ละโครงการ
- มีพื้นที่รองรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เช่น Pet Park พื้นที่สำหรับขับถ่าย จุดทำความสะอาด ลิฟต์หรือเส้นทางเฉพาะ รวมถึงการกำหนดพื้นที่ที่ไม่อนุญาตให้นำสัตว์เข้า
- นิติบุคคลมีระบบบริหารจัดการ ครอบคลุมการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง การดูแลความสะอาด เสียง กลิ่น และการใช้พื้นที่ร่วมกันของ Community
- ต้องตรวจข้อบังคับฉบับล่าสุด เพราะรายละเอียดเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงอาจมีการปรับตามระเบียบของโครงการและมติที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม คำว่า Pet-Friendly ไม่ควรถูกตีความเพียงว่าอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าพักในห้องส่วนตัวได้เท่านั้น แต่ควรพิจารณาถึงระบบการอยู่อาศัยร่วมกันของคนทั้งโครงการ ทั้งกลุ่มที่เลี้ยงสัตว์และไม่เลี้ยงสัตว์ เพราะบางโครงการอาจใช้คำว่า Pet-Friendly แม้จะยังไม่มีพื้นที่หรือสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสัตว์เลี้ยงอย่างชัดเจน ดังนั้น ควรดูทั้งกฎ พื้นที่จริง และระบบการบริหารของนิติบุคคลควบคู่กันด้วย

โค้บบ์ รัชดา-พระราม 9 ไลฟ์สไตล์คอนโด Pet-Friendly สำหรับชีวิตเมือง
โค้บบ์ รัชดา-พระราม 9 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังหาไลฟ์สไตล์คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ พระราม 9 หรือย่านรัชดา โดยออกแบบพื้นที่ให้รองรับทั้งการใช้ชีวิตของผู้พักอาศัยและการอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงอย่างเป็นสัดส่วน ภายใต้แนวคิด CO-BEING COMMUNITY ที่ให้ความสำคัญกับการใช้พื้นที่ร่วมกันของ Community อย่างเหมาะสม
หนึ่งในพื้นที่สำคัญสำหรับสัตว์เลี้ยงคือ PET PARK & PET SHOWER สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ลงทะเบียนกับนิติบุคคล เพื่อใช้เดินเล่นและล้างทำความสะอาดก่อนกลับเข้าสู่อาคาร พร้อมแนวทางการเลี้ยงสัตว์ที่ช่วยให้การใช้พื้นที่ส่วนกลางเป็นระบบมากขึ้น โดยครอบคลุมรายละเอียดสำคัญ เช่น
- Pet Park และ Pet Shower สำหรับสัตว์เลี้ยง รองรับทั้งการเดินเล่น ทำกิจกรรม และล้างทำความสะอาดก่อนกลับเข้าสู่อาคาร
- จำนวน ขนาด น้ำหนัก และสายพันธุ์ตามเงื่อนไขโครงการ เพื่อให้เหมาะกับการอยู่อาศัยภายในอาคารชุด
- ระบบขึ้นทะเบียนและต่อทะเบียนสัตว์เลี้ยง ใช้ข้อมูลประเภท ขนาด น้ำหนัก สายพันธุ์ เอกสารตรวจสุขภาพ และประวัติวัคซีนตามเงื่อนไขของโครงการ พร้อมอัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน
- แนวทางการพาสัตว์เลี้ยงเข้าและออกอาคาร ภายในอาคารต้องอุ้มหรืออยู่ในกรงสำหรับเคลื่อนย้ายตามเงื่อนไข ส่วนพื้นที่ภายนอกอาคารสามารถใช้สายจูงได้ในบริเวณที่อนุญาต
- การดูแลความสะอาดและความเรียบร้อยของ Community ครอบคลุมการจัดการมูล สิ่งสกปรก เสียง และการใช้พื้นที่ร่วมกันอย่างเหมาะสม
- เงินประกันความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการเพื่อรองรับกรณีเกิดความเสียหายต่อพื้นที่หรือทรัพย์สินส่วนกลาง
นอกจากพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงแล้ว โครงการยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้พักอาศัย เช่น ล็อบบี้ ฟิตเนส Co-Working Space พื้นที่นั่งพักผ่อน สระว่ายน้ำ สวนส่วนกลาง พื้นที่โยคะ และห้องประชุม ช่วยรองรับทั้งการพักผ่อน การออกกำลังกาย และการทำงานภายในโครงการ
การมีทั้ง PET PARK & PET SHOWER ระบบลงทะเบียนสัตว์เลี้ยง และแนวทางการใช้พื้นที่ที่ชัดเจน ช่วยรองรับกิจวัตรของ Pet Parent และสัตว์เลี้ยงได้อย่างเป็นระบบ พร้อมสร้างสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตส่วนตัว การทำงาน และการอยู่อาศัยร่วมกับ Community ภายในโครงการได้อย่างลงตัว

คอนโด Pet-Friendly มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
การเลือกคอนโด Pet-Friendly ควรพิจารณาค่าใช้จ่ายให้ครบ ทั้งค่าใช้จ่ายตามข้อกำหนดของโครงการ และ ค่าใช้จ่ายประจำสำหรับการดูแลสัตว์เลี้ยง เพราะแต่ละคอนโดอาจกำหนดเงื่อนไขต่างกัน ทั้งค่าลงทะเบียน เงินประกันความเสียหาย หรือค่าใช้พื้นที่เฉพาะ จึงควรตรวจรายละเอียดกับโครงการหรือนิติบุคคล และพิจารณาค่าใช้จ่ายประจำของสัตว์เลี้ยงควบคู่กัน เพื่อให้เห็นภาพการอยู่อาศัยจริงในระยะยาว
ค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดจากข้อกำหนดของโครงการ
คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้บางแห่งอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการบริหารพื้นที่และการดูแลความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง โดยรายการที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
- ค่าธรรมเนียมลงทะเบียนสัตว์เลี้ยง หากโครงการกำหนดให้ขึ้นทะเบียนกับนิติบุคคล
- เงินประกันความเสียหาย สำหรับกรณีสัตว์เลี้ยงสร้างความเสียหายต่อพื้นที่หรือทรัพย์สินส่วนกลาง
- ค่าใช้บริการพื้นที่เฉพาะ เช่น Pet Zone หรือพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง หากมีการเรียกเก็บ
- ค่าดูแลส่วนกลางเพิ่มเติม ในกรณีที่ข้อบังคับของโครงการกำหนด
- ค่าใช้จ่ายด้านเอกสาร เช่น เอกสารรับรองสัตว์เลี้ยง การตรวจสัตว์ หรือเอกสารที่ใช้ประกอบการต่อทะเบียน
- ค่าใช้จ่ายจากความเสียหายต่อส่วนกลาง หากเกิดจากสัตว์เลี้ยง
- ค่าปรับตามระเบียบของโครงการ ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง
ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไม่ได้เป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับทุกคอนโด Pet-Friendly ก่อนตัดสินใจจึงควรตรวจทั้งจำนวนเงิน เงื่อนไขการชำระ หลักเกณฑ์การคืนเงินประกัน และข้อกำหนดล่าสุดของโครงการโดยตรง
ค่าใช้จ่ายประจำของการเลี้ยงสัตว์ในคอนโด
นอกจากค่าใช้จ่ายของโครงการแล้ว การเลี้ยงสุนัขหรือแมวในคอนโดยังมีค่าใช้จ่ายตามกิจวัตรและความต้องการของสัตว์แต่ละตัว โดยควรพิจารณารายการหลัก เช่น
- อาหารและของใช้ประจำวัน เช่น อาหาร ขนม ทรายแมว แผ่นรอง และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
- การตรวจสุขภาพและวัคซีน ตามความเหมาะสมของช่วงวัยและคำแนะนำจากสัตวแพทย์ โดยใช้แนวทางจากโครงการสัตว์เลี้ยงสุขภาพดี เป็นเกณฑ์ในด้านการดูแลสุขภาพทั่วไปของสัตว์เลี้ยงได้
- การดูแลขนและความสะอาด หรือ Grooming ตามลักษณะของสัตว์แต่ละสายพันธุ์
- Pet Sitter หรือ Pet Hotel สำหรับช่วงที่ไม่สามารถดูแลสัตว์เลี้ยงได้ด้วยตัวเอง
- อุปกรณ์ป้องกันความเสียหายภายในห้อง เช่น ที่ลับเล็บ แผ่นรองพื้น รั้วกั้น หรืออุปกรณ์ช่วยแบ่งพื้นที่
- อุปกรณ์สำหรับพาสัตว์ออกนอกห้อง เช่น กรงเคลื่อนย้าย กระเป๋าสำหรับสัตว์เลี้ยง และสายจูง
- อุปกรณ์ดูแลความสะอาด เช่น ถุงจัดเก็บมูลสัตว์และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นที่
ดังนั้น ก่อนหาคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ควรวางแผนค่าใช้จ่ายทั้งสองส่วนควบคู่กัน เพื่อให้การเลือกที่อยู่อาศัยสอดคล้องกับทั้งรูปแบบการใช้ชีวิตและการดูแลสัตว์เลี้ยงในระยะยาว

คอนโด Pet-Friendly ควรมีส่วนกลางอะไรบ้างสำหรับสัตว์เลี้ยง
การดูพื้นที่ส่วนกลางของคอนโด Pet-Friendly ควรมองจากกิจวัตรของสัตว์เลี้ยงเป็นหลัก เพราะพื้นที่ที่ดีควรช่วยรองรับตั้งแต่การพาออกจากห้อง การเดินเล่น การทำความสะอาด ไปจนถึงการกลับเข้าสู่อาคารอย่างเป็นระบบ
- Pet Park หรือพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง ช่วยเพิ่มพื้นที่สำหรับเดินเล่นและทำกิจกรรมนอกห้อง ทำให้สัตว์เลี้ยงมีพื้นที่ใช้งานโดยไม่ต้องออกนอกโครงการทุกครั้ง
- Pet Shower หรือจุดทำความสะอาดสัตว์เลี้ยง ช่วยล้างคราบสกปรกหลังทำกิจกรรมก่อนกลับเข้าสู่อาคาร และช่วยดูแลความสะอาดของพื้นที่ส่วนกลาง
- เส้นทางเข้าออกสำหรับสัตว์เลี้ยง ช่วยให้การพาสัตว์ผ่านอาคารเป็นระบบมากขึ้น รวมถึงรองรับการใช้งานกรงเคลื่อนย้ายหรือสายจูงตามข้อกำหนดของโครงการ
- พื้นที่สำหรับขับถ่ายและจุดจัดการความสะอาด ช่วยให้ผู้เลี้ยงสามารถดูแลสิ่งสกปรกได้สะดวกขึ้น
- พื้นที่ที่แบ่งการใช้งานอย่างเป็นสัดส่วน ช่วยกำหนดบริเวณที่สัตว์เลี้ยงสามารถใช้งานได้ชัดเจน และลดการรบกวนพื้นที่ส่วนกลางส่วนอื่น
- ระบบลงทะเบียนสัตว์เลี้ยง ช่วยให้นิติบุคคลมีข้อมูลของสัตว์ภายในโครงการ และบริหารการใช้พื้นที่ Pet-Friendly ได้เป็นระบบ
- แนวทางดูแลเสียง ความสะอาด และความเรียบร้อย ช่วยให้การใช้พื้นที่ร่วมกันระหว่างสัตว์เลี้ยงและผู้พักอาศัยเป็นไปอย่างเหมาะสม
Pet-Friendly Living ที่ดีจึงไม่ได้มีเพียงพื้นที่ให้สัตว์เลี้ยงเดินเล่น แต่ควรมีทั้ง Pet Park จุดทำความสะอาด เส้นทางใช้งานที่ชัดเจน และระบบดูแลที่ช่วยให้การใช้ชีวิตร่วมกับสัตว์เลี้ยงสะดวกและเป็นระเบียบในทุกวัน
คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้แบบไหนลงตัวกับชีวิตเมืองและ Pet-Friendly Living
คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ที่เหมาะกับชีวิตเมืองควรช่วยให้ทั้งการเดินทาง การทำงาน และการดูแลสัตว์เลี้ยงเกิดขึ้นได้อย่างคล่องตัวในแต่ละวัน เพราะคนเลี้ยงสัตว์ไม่ได้มองเพียงว่าพาสุนัขหรือแมวเข้าห้องได้หรือไม่ แต่ยังต้องพิจารณาว่าทำเล พื้นที่ส่วนกลาง และบริการรอบโครงการรองรับกิจวัตรจริงได้มากแค่ไหน
- เดินทางไปทำงานได้สะดวก เชื่อมต่อถนนสายหลักหรือระบบขนส่งสาธารณะได้ง่าย ช่วยลดเวลาเดินทางและเพิ่มเวลาให้กับการดูแลสัตว์เลี้ยง
- มีคลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ที่เดินทางสะดวก เพื่อรองรับการตรวจตามนัดและการดูแลสัตว์เลี้ยงในชีวิตประจำวัน
- มีร้านและบริการสำหรับสัตว์เลี้ยงใกล้โครงการ เช่น ร้านอุปกรณ์ Grooming Pet Sitter หรือ Pet Hotel ช่วยให้จัดการกิจวัตรได้ง่ายขึ้น
- มี Pet Park หรือพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง ช่วยเพิ่มพื้นที่สำหรับเดินเล่นและทำกิจกรรมนอกห้องโดยไม่จำเป็นต้องออกจากโครงการทุกครั้ง
- มี Pet Shower หรือจุดทำความสะอาดสัตว์เลี้ยง ช่วยดูแลความสะอาดหลังทำกิจกรรมก่อนกลับเข้าสู่อาคาร
- มีพื้นที่ทำงานส่วนกลาง เช่น Co-working Space รองรับการทำงานแบบ Work From Home หรือ Hybrid และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นระหว่างเวลาทำงานกับการดูแลสัตว์เลี้ยง
- มีพื้นที่ส่วนกลางที่รองรับหลายกิจวัตร ทั้งการพักผ่อน การทำงาน และการใช้เวลากับสัตว์เลี้ยง เพื่อให้การใช้ชีวิตภายในโครงการคล่องตัวมากขึ้น
- มีระบบดูแลสัตว์เลี้ยงชัดเจน ตั้งแต่การลงทะเบียน เส้นทางเข้าออก ไปจนถึงแนวทางใช้พื้นที่ส่วนกลาง ช่วยให้การอยู่อาศัยร่วมกันของทั้งคนเลี้ยงสัตว์และ Community เป็นระบบ
สำหรับ Pet Parent ที่ต้องแบ่งเวลาระหว่างการทำงาน การเดินทาง และการดูแลสัตว์เลี้ยง คอนโด Pet-Friendly ที่ลงตัวกับคนเลี้ยงสัตว์จึงควรช่วยลดความยุ่งยากของกิจวัตรในแต่ละวัน ทั้งเรื่องการเดินทาง การดูแลสัตว์เลี้ยง และการใช้พื้นที่ภายในโครงการ เพื่อให้ชีวิตเมืองยังคงคล่องตัว พร้อมมีพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงที่เป็นสมาชิกสำคัญของบ้าน
8 เรื่องควรรู้ก่อนเลือกคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้
ก่อนเลือกคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ควรตรวจอย่างน้อย 8 เรื่อง ได้แก่ ประเภทสัตว์ จำนวนสัตว์ น้ำหนัก ค่าใช้จ่าย พื้นที่ Pet-Friendly การดูแลของนิติบุคคล ทำเล และความเหมาะสมของพื้นที่ภายในห้อง โดยควรยืนยันข้อมูลกับโครงการก่อนซื้อหรือจองทุกครั้ง
- ตรวจว่าสัตว์ชนิดที่เลี้ยงได้รับอนุญาตหรือไม่
ดูทั้งประเภทและสายพันธุ์ตามเงื่อนไขของโครงการ - ตรวจจำนวนสัตว์สูงสุดต่อยูนิต
สำคัญสำหรับผู้ที่มีสัตว์มากกว่าหนึ่งตัวหรือมีแผนรับสมาชิกเพิ่ม - ตรวจข้อจำกัดด้านขนาดและน้ำหนัก
ใช้ข้อมูลของโครงการนั้นโดยตรง ไม่ควรใช้เกณฑ์จากคอนโดอื่น - ตรวจค่าใช้จ่ายและเงินประกันที่เกี่ยวข้อง
ขอรายละเอียดจากโครงการเพื่อให้ทราบรายการที่เกิดขึ้นจริง - ตรวจพื้นที่ส่วนกลางที่สัตว์สามารถใช้งานได้
ดูทั้ง Pet Zone เส้นทางเข้าออก ลิฟต์ และพื้นที่ที่มีข้อจำกัด - ตรวจระบบดูแลของนิติบุคคล
ระบบลงทะเบียน การดูแลความสะอาด และการสื่อสารกฎมีผลต่อการอยู่ร่วมกันในระยะยาว - ตรวจทำเลและบริการสำหรับสัตว์รอบพื้นที่
มองการเดินทางไปคลินิกสัตวแพทย์ ร้านอุปกรณ์ และบริการที่ใช้เป็นประจำ - ตรวจว่าขนาดห้องเหมาะกับชีวิตจริงหรือไม่
พิจารณาพื้นที่พัก พื้นที่กินอาหาร จุดเก็บอุปกรณ์ และพื้นที่ทำงานให้สัมพันธ์กับกิจวัตรของทั้งผู้พักอาศัยและสัตว์เลี้ยง

หาคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ ต้องเช็กกฎอะไรบ้างก่อนตัดสินใจ
1. กฎหมายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าที่พักอาศัย
ก่อนนำสัตว์เข้าพักควรตรวจสอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งด้านสวัสดิภาพสัตว์ การควบคุมโรค และการครอบครองสัตว์บางประเภท รวมถึงข้อกำหนดท้องถิ่นเรื่องความสะอาด กลิ่น เสียง และผลกระทบต่อชุมชน จากนั้นจึงตรวจข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดเพิ่มเติม
2. อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ประเภทใด
ควรตรวจว่าโครงการอนุญาตสัตว์ประเภทใด เช่น สุนัข แมว นก ปลา หรือสัตว์เลื้อยคลาน แม้สัตว์บางประเภทจะอยู่ภายใต้ข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานคร ก็ไม่ได้หมายความว่าคอนโดทุกแห่งจะอนุญาต จึงควรยืนยันกับโครงการหรือนิติบุคคลก่อนทุกครั้ง
3. เลี้ยงสัตว์ได้กี่ตัว
จำนวนสัตว์ที่เลี้ยงได้ขึ้นอยู่กับทั้งข้อกำหนดของพื้นที่และกฎของคอนโด สำหรับสุนัขและแมวในกรุงเทพมหานครมีเกณฑ์ตามขนาดพื้นที่ของห้อง อย่างไรก็ตามนิติบุคคลอาจกำหนดจำนวนที่แตกต่างหรือเข้มงวดกว่าได้
4. มีข้อจำกัดด้านน้ำหนักหรือขนาดหรือไม่
แต่ละโครงการอาจกำหนดน้ำหนัก ขนาด หรือสายพันธุ์ของสัตว์แตกต่างกัน ควรสอบถามทั้งน้ำหนักต่อตัว น้ำหนักรวมต่อห้อง และเงื่อนไขของสายพันธุ์ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ไม่ควรนำเกณฑ์ของคอนโดแห่งหนึ่งมาใช้กับอีกโครงการ
5. การลงทะเบียนสัตว์เลี้ยงกับนิติบุคคล
คอนโด Pet-Friendly อาจกำหนดให้ลงทะเบียนสัตว์กับนิติบุคคลพร้อมเอกสาร เช่น ประวัติวัคซีนและข้อมูลไมโครชิป สำหรับสุนัขและแมวในกรุงเทพมหานครยังมีข้อกำหนดเรื่องการจดทะเบียนและไมโครชิปของ กทม. ทั้งสองขั้นตอนควรแยกตรวจสอบให้ชัดเจน
6. พื้นที่ใดพาสัตว์เลี้ยงเข้าได้
ควรตรวจว่าพาสัตว์เข้าใช้พื้นที่ใดได้ เช่น ลิฟต์ สวน Pet Zone, Pet Park หรือ Pet Shower รวมถึงพื้นที่ที่ไม่อนุญาตให้นำสัตว์เข้าและเส้นทางเฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยง ควรสอบถามเพิ่มเติมเรื่องสายจูง กรง หรือกระเป๋าที่ต้องใช้ระหว่างอยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง
คอนโด Pet-Friendly พร้อมพื้นที่ Pet Park ที่รองรับ Pet Living อย่างลงตัว
สรุป
คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงไม่ได้พิจารณาเพียงว่าสามารถพาสุนัขหรือแมวเข้าพักได้หรือไม่ แต่ควรมองให้ครบทั้งกฎของโครงการ จำนวนและประเภทสัตว์ที่อนุญาต ค่าใช้จ่าย พื้นที่ Pet Park การดูแลของนิติบุคคล ทำเล และรูปแบบห้อง เพราะทุกองค์ประกอบล้วนมีส่วนช่วยให้การใช้ชีวิตร่วมกันของผู้พักอาศัยและสัตว์เลี้ยงเป็นระบบมากขึ้นในระยะยาว
สำหรับผู้ที่กำลังหาไลฟ์สไตล์คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ โค้บบ์ รัชดา-พระราม 9 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกจาก SC ที่ผสานแนวคิด Pet-Friendly Living เข้ากับชีวิตเมือง ผ่านการออกแบบพื้นที่และส่วนกลางที่รองรับรูปแบบการอยู่อาศัยที่หลากหลาย พร้อมสะท้อนความตั้งใจของ SC แบรนด์ที่ลูกค้ารักและบอกต่อเป็นอันดับ 1 พร้อมให้บริการปรึกษาและช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง
สนใจซื้อคอนโดหรือนัดชมคอนโดกับ SC สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม นัดชมโครงการ โทร. 1749 หรือกรอกแบบฟอร์มเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ เพื่อเริ่มต้นชีวิตเมืองที่ลงตัว อบอุ่น พร้อมเติมเต็มทุกช่วงเวลาให้สัตว์เลี้ยงที่รักได้อย่างมีความสุข
