Key Takeaway
- คอนโดที่มี Rooftop Facility จาก SC เรฟเฟอเรนซ์ สาทร-วงเวียนใหญ่มีราคาเริ่มต้น 3.69 ล้านบาท* ส่วนสติลล์ สุขุมวิท 20 ซึ่งมี Upper-Level Facility บนชั้น 26-27 มีราคาเริ่มต้น 45 ล้านบาท*
- ข้อดีของคอนโดที่มี Rooftop Facility เพิ่มทางเลือกสำหรับการพักผ่อน ออกกำลังกาย ทำงาน และพบปะ พร้อมใช้วิว แสงธรรมชาติ และบรรยากาศเมืองเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์อยู่อาศัย
- Rooftop Condo เหมาะกับ Urban Professional Hybrid Worker และผู้พักอาศัยที่ให้ความสำคัญกับ Wellness Work-life Balance คุณภาพ Facility และพื้นที่ Third Place ภายในโครงการ
ปัจจุบัน Rooftop Condo กลายเป็นหนึ่งในรูปแบบที่อยู่อาศัยซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ซื้อคอนโดที่มองหามากกว่าขนาดห้องและทำเล พื้นที่ส่วนกลางที่ใช้งานได้จริงเริ่มมีบทบาทต่อการตัดสินใจมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ชั้นสูงซึ่งสามารถเปลี่ยนจากจุดชมวิวให้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อน ออกกำลังกาย ทำงาน และใช้เวลาร่วมกับคนใกล้ชิด Rooftop Facility จึงไม่ใช่เพียงองค์ประกอบสำหรับสร้างภาพจำให้โครงการ แต่สามารถเติมเต็ม Wellness Work-life Balance และ Lifestyle ของคนเมืองในแต่ละช่วงเวลา ตั้งแต่การออกกำลังกายในช่วงเช้า การเปลี่ยนบรรยากาศระหว่างทำงาน ไปจนถึงการพักชมแสงเมืองหลังจบวัน
SC จะพาไปรู้จัก Rooftop Condo ให้ลึกกว่าความสวยงามของวิว พร้อมสำรวจว่า Rooftop Swimming Pool สวน Sky Lounge และพื้นที่กิจกรรมบนชั้นสูงควรมีองค์ประกอบใดจึงจะใช้งานได้จริง พร้อมรู้จักคอนโดจาก SC ที่ออกแบบ Facility ให้สัมพันธ์กับรูปแบบชีวิตของผู้พักอาศัย
Rooftop Facility คืออะไร?
Rooftop Facility คือ พื้นที่ส่วนกลางที่อยู่บนระดับสูงของอาคาร ออกแบบเพื่อรองรับการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการพักผ่อน ออกกำลังกาย ทำงาน หรือพบปะสังสรรค์ โดยพื้นที่อาจตั้งอยู่บนดาดฟ้าจริง (Rooftop) หรือชั้นบนสุดของอาคารที่ได้รับการออกแบบเป็นพื้นที่ส่วนกลางก็ได้
หลายคนมักเข้าใจว่า Rooftop Facility หมายถึงสระว่ายน้ำบนดาดฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริง พื้นที่ลักษณะนี้สามารถประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลาย เช่น Rooftop Swimming Pool, Sky Lounge, Rooftop Garden, Fitness, Co-working Space หรือพื้นที่นั่งพักผ่อน ซึ่งช่วยให้ผู้อยู่อาศัยเลือกใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์และช่วงเวลาของวัน
อย่างไรก็ตาม ควรแยกความแตกต่างระหว่าง Rooftop Facility และ Upper-Level Facility โดย Rooftop หมายถึงพื้นที่ส่วนกลางที่ตั้งอยู่บนดาดฟ้าของอาคารโดยตรง เปิดรับวิวแบบพาโนรามาและบรรยากาศกลางแจ้ง ขณะที่ Upper-Level Facility คือพื้นที่ส่วนกลางบนชั้นสูงของอาคาร เช่น ชั้น 30 หรือชั้น 40 ซึ่งแม้จะไม่ได้อยู่บนดาดฟ้า แต่ยังคงมอบมุมมองที่โปร่งโล่งและความเป็นส่วนตัวได้เช่นกัน
Rooftop Condo ต่างจากดาดฟ้าคอนโดทั่วไปอย่างไร?
ดาดฟ้าคอนโดทั่วไปอาจเป็นพื้นที่เปิดโล่งที่มีสวนหรือจุดชมวิวเป็นองค์ประกอบหลัก ขณะที่ Rooftop Condo ซึ่งวางแนวคิดมาอย่างเป็นระบบจะจัดสรรพื้นที่ให้รองรับกิจกรรมจริงในชีวิตประจำวัน
องค์ประกอบที่ช่วยแยก Rooftop Facility ออกจากพื้นที่เปิดโล่งทั่วไปมีดังนี้
- แบ่งโซนตามกิจกรรมอย่างชัดเจน
แยกโซนเงียบสำหรับอ่านหนังสือออกจากโซนสนทนาและพื้นที่ออกกำลังกายเพื่อลดการรบกวนระหว่างการใช้งาน - มีเฟอร์นิเจอร์รองรับการใช้งานจริง
ที่นั่งควรรองรับทั้งการพักระยะสั้นและการใช้เวลาต่อเนื่อง พร้อมโต๊ะสำหรับวางอุปกรณ์ทำงานหรือเครื่องดื่ม - มีร่มเงาและพื้นที่ป้องกันสภาพอากาศ
หลังคา แนวกันลม และพื้นที่ Indoor ช่วยเพิ่มโอกาสใช้งานในวันที่มีแดดจัดหรือฝนตก - มีแสงสว่างสำหรับช่วงกลางคืน
แสงควรช่วยสร้างบรรยากาศและเพิ่มความปลอดภัยโดยไม่สว่างจ้าหรือรบกวนการพักผ่อน - ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย
ทางเดิน ราวกันตก ระบบเข้าออก และกล้องรักษาความปลอดภัยควรถูกวางอย่างเหมาะสม - รักษาความเป็นส่วนตัวของผู้พักอาศัย
ระยะห่างระหว่างที่นั่งและการแบ่งมุมใช้งานช่วยสร้างพื้นที่สนทนาที่รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
Rooftop Condo ที่ดีจึงไม่ใช่พื้นที่ซึ่งสวยเฉพาะในภาพ แต่ต้องสามารถกลับมาใช้งานซ้ำได้ในกิจวัตรประจำวัน
ทำไมคอนโดยุคใหม่จึงให้ความสำคัญกับ Rooftop Condo?
รูปแบบชีวิตของ Urban Professional มีความหลากหลายมากขึ้น บางวันอาจทำงานจากสำนักงาน บางวันทำงานจากที่พัก และบางช่วงต้องการพื้นที่นอกห้องเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ Rooftop Condo จึงสามารถเป็นพื้นที่ทางเลือกที่ช่วยแยกกิจกรรมออกจากห้องพักโดยไม่ต้องเดินทางออกจากโครงการ
ห้องพักไม่จำเป็นต้องรองรับทุกกิจกรรมในพื้นที่เดียว การมี Sky Lounge พื้นที่ออกกำลังกาย หรือสวนบนชั้นสูงช่วยสร้างจังหวะระหว่างการทำงานและการพักผ่อน พร้อมเพิ่มความหลากหลายให้กิจวัตรประจำวัน
Wellness ที่เริ่มต้นจากพื้นที่ใกล้ตัว
Wellness ภายใน Rooftop Facility ไม่จำเป็นต้องหมายถึงกิจกรรมที่ซับซ้อน เพียงมีพื้นที่สำหรับเดิน ยืดเหยียด รับแสงธรรมชาติ พักสายตา หรืออยู่ใกล้พื้นที่สีเขียวก็ช่วยให้การดูแลตนเองเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น
กิจกรรมที่สามารถเกิดขึ้นบน Rooftop Condo มีดังนี้
- ว่ายน้ำหรือออกกำลังกายก่อนเริ่มงาน
- เดินและยืดเหยียดหลังนั่งทำงานเป็นเวลานาน
- พักสายตาจากหน้าจอในพื้นที่เปิด
- รับแสงธรรมชาติในช่วงเวลาที่เหมาะสม
- ใช้สวนและวิวเมืองเป็นส่วนหนึ่งของการพักผ่อน
- นั่งสงบเพื่อเปลี่ยนจังหวะก่อนเริ่มกิจกรรมถัดไป
Urban green spaces and health โดยองค์การอนามัยโลก ระบุว่าพื้นที่สีเขียวในเมืองสามารถสนับสนุนการผ่อนคลาย การมีกิจกรรมทางกาย และการสร้างความเชื่อมโยงทางสังคม อย่างไรก็ตามประสบการณ์ที่เกิดขึ้นยังขึ้นอยู่กับคุณภาพพื้นที่และรูปแบบการใช้งานของแต่ละบุคคล
Work-life Balance ที่ไม่ต้องรอวันหยุด
การใช้เวลา 30 นาทีก่อนเริ่มงานบน Rooftop Facility อาจกลายเป็นช่วงเวลาสำหรับว่ายน้ำ เดินเบา หรือวางแผนงานใน Sky Lounge ก่อนกลับเข้าสู่โหมดทำงาน ในช่วงเย็นพื้นที่เดียวกันสามารถทำหน้าที่เป็นจุดเปลี่ยนผ่านจากเวลางานสู่เวลาพัก ช่วยเพิ่มทางเลือกในการจัดกิจวัตรโดยไม่ต้องเดินทางไปหาพื้นที่พักผ่อนภายนอก
ตัวอย่างการใช้ Rooftop Condo เพื่อสร้าง Work-life Balance ได้แก่
- ออกกำลังกายช่วงสั้นก่อนเริ่มงาน
- นั่งวางแผนตารางประจำวันใน Sky Lounge
- เปลี่ยนบรรยากาศหลังประชุมต่อเนื่อง
- พักชมแสงเย็นหลังเลิกงาน
- อ่านหนังสือหรือฟัง Podcast
- ใช้เวลาร่วมกับสมาชิกในครอบครัว
Facility ไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ด้านสุขภาพหรือความสมดุลของชีวิต แต่ช่วยเพิ่มทางเลือกให้ผู้พักอาศัยออกแบบจังหวะของแต่ละวันได้อย่างยืดหยุ่น
Third Place ภายในพื้นที่อยู่อาศัย
Third Place (พื้นที่ที่สาม) คือแนวคิดทางสังคมวิทยาที่คิดค้นโดย Ray Oldenburg ซึ่งอธิบายถึงพื้นที่ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านกับสถานที่ทำงาน มีบรรยากาศไม่เป็นทางการเท่าสำนักงานและไม่เป็นส่วนตัวเท่าห้องพัก แนวคิดนี้ใช้เรียกพื้นที่สำหรับการพบปะ พักผ่อน หรือทำกิจกรรมร่วมกับคนรอบตัว
ภายในคอนโด Sky Lounge สวนส่วนกลาง หรือ Co-working Space สามารถทำหน้าที่เป็น Third Place ได้เมื่อมีองค์ประกอบที่รองรับการใช้งาน ได้แก่
- มีบรรยากาศผ่อนคลายกว่าสำนักงาน
- รองรับสมาธิและการสนทนา
- มีที่นั่งสำหรับผู้ใช้งานคนเดียวและแบบกลุ่ม
- มีโต๊ะ แสงสว่าง และปลั๊กไฟ
- เข้าถึงได้สะดวกจากห้องพัก
- ช่วยสร้างความหลากหลายให้กิจวัตรในคอนโด
Rooftop Facility หนึ่งพื้นที่กับ Lifestyle ที่ต่างกันตลอดวัน
Rooftop Facility ที่ออกแบบอย่างมีประสิทธิภาพควรรองรับบรรยากาศและกิจกรรมที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา พื้นที่เดียวกันจึงสามารถส่งมอบประสบการณ์ได้หลายรูปแบบตั้งแต่ Morning Wellness ไปจนถึง Glamorous Night
ช่วงเช้าของ Hybrid Worker ที่เริ่มงานสายได้
ช่วงเช้าเริ่มต้นด้วย Rooftop Swimming Pool หรือพื้นที่ออกกำลังกายซึ่งมองเห็นเส้นขอบฟ้า บรรยากาศที่ยังสงบเหมาะกับการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตารางงาน กิจกรรมในช่วงเช้าอาจประกอบด้วย
- ว่ายน้ำใน Rooftop Swimming Pool
- ยืดเหยียดหรือออกกำลังกายเบา
- รับแสงธรรมชาติ
- นั่งวางแผนงานใน Sky Lounge
- ตรวจสอบตารางประชุมประจำวัน
- กลับเข้าสู่ห้องพักเพื่อประชุมออนไลน์
อารมณ์ของพื้นที่ในช่วงเช้าควรโปร่ง สบาย และมีความเป็นส่วนตัวเพียงพอสำหรับการเริ่มต้นวันอย่างไม่เร่งรีบ
ช่วงเย็นของคนทำงานที่เริ่มวันตั้งแต่เช้า
หลังจบวันทำงาน Rooftop Condo สามารถสร้างช่วงเวลาสำหรับเปลี่ยนจังหวะชีวิตโดยไม่ต้องออกจากโครงการอีกครั้ง แสงเย็นและมุมมองที่เปิดกว้างช่วยแยกบรรยากาศออกจากความเคลื่อนไหวระดับถนน กิจกรรมที่เหมาะกับช่วงเย็น ได้แก่
- นั่งพักชมแสงเย็น
- อ่านหนังสือหรือฟัง Podcast
- เดินหรือออกกำลังกายเบา
- พักสายตาจากหน้าจอ
- พบปะเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัว
- ใช้ Sky Lounge เป็นพื้นที่สนทนา
อารมณ์ของพื้นที่ในช่วงนี้ควรอบอุ่น ผ่อนคลาย และมีทางเลือกทั้งโซนเงียบกับโซนพบปะ
ช่วงกลางคืนของคนเมืองที่ชอบความ Glamorous
เมื่อท้องฟ้ามืดลง City Skyline และ Ambient Lighting จะเปลี่ยนบุคลิกของ Rooftop Facility ให้มีความหรูหรามากขึ้น ประสบการณ์ในช่วงกลางคืนอาจประกอบด้วย
- ชม City Skyline
- พักผ่อนท่ามกลาง Ambient Lighting
- ใช้ Sky Lounge รับรองแขก
- สนทนาในมุมที่มีความเป็นส่วนตัว
- ชมวิวเมืองหลังจบกิจกรรมตลอดวัน
- ใช้พื้นที่ Indoor เชื่อมต่อกับบรรยากาศ Outdoor
ความ Glamorous ที่เหมาะกับการพักอาศัยไม่ได้เกิดจากการตกแต่งโดดเด่นเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความสมดุลระหว่างแสง วัสดุ วิว ระดับเสียง และความสบายในการใช้งาน
Rooftop Facility ต่างจากส่วนกลางทั่วไปอย่างไร?
Rooftop Facility มีจุดเด่นด้านประสบการณ์จากระดับความสูง วิวเมือง และบรรยากาศที่เปลี่ยนไปตามแต่ละช่วงเวลา ขณะที่ส่วนกลางทั่วไปในตำแหน่งอื่นของอาคารอาจรองรับฟังก์ชันเฉพาะ เช่น การต้อนรับ การทำงาน การออกกำลังกาย หรือการพักผ่อนในสวนระดับพื้นดิน
ความแตกต่างสำคัญของ Rooftop Facility มีดังนี้
- เปิดรับมุมมองได้กว้างกว่า
ตำแหน่งบนชั้นสูงช่วยให้มองเห็น City Skyline และบรรยากาศโดยรอบได้ชัดเจน - สร้างประสบการณ์ต่างกันตลอดวัน
ช่วงเช้าเหมาะกับกิจกรรม Wellness ช่วงเย็นเหมาะกับการพักผ่อน ส่วนช่วงกลางคืนช่วยสร้างบรรยากาศที่หรูหราผ่านแสงเมืองและ Ambient Lighting - ช่วยแยกจังหวะชีวิตออกจากความเร่งรีบระดับถนน
ระดับความสูงช่วยสร้างความรู้สึกสงบและเป็นส่วนตัวมากขึ้น แม้ยังอยู่ภายในโครงการเดียวกัน - เชื่อมการพักผ่อนกับ Lifestyle คนเมือง
Rooftop Swimming Pool สวน และ Sky Lounge สามารถรองรับทั้งการออกกำลังกาย การทำงานแบบไม่เป็นทางการ และการพบปะ - มีศักยภาพเป็น Landmark ของโครงการ
การออกแบบที่มีเอกลักษณ์สามารถสร้างภาพจำและเพิ่มคุณค่าให้ประสบการณ์อยู่อาศัย - ต้องบริหารสภาพอากาศอย่างเหมาะสม
Rooftop Facility ควรมีร่มเงา แนวกันลม ระบบระบายน้ำ แสงสว่าง และพื้นที่ Indoor เพื่อรองรับการใช้งานในสภาพอากาศที่แตกต่าง
อย่างไรก็ตามระดับความสูงไม่ใช่ตัวตัดสินคุณภาพทั้งหมด Rooftop Facility ที่ใช้งานได้จริงควรมีการแบ่งโซนอย่างเหมาะสม มีเฟอร์นิเจอร์รองรับกิจกรรม มีความปลอดภัย และเชื่อมพื้นที่ Indoor กับ Outdoor ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
Rooftop ที่ใช้งานได้จริงต่างจากพื้นที่ตกแต่งอย่างไร?
|
Rooftop ที่ใช้งานได้จริง |
Rooftop ที่เน้นการตกแต่ง |
|
มีพื้นที่นั่งพักผ่อนหรือทำกิจกรรมได้ |
เน้นความสวยงามและการถ่ายภาพ |
|
มีที่นั่ง โต๊ะ หรือพื้นที่ทำงาน |
มีจุดตกแต่งแต่พื้นที่ใช้งานจำกัด |
|
รองรับการพบปะ พูดคุย หรือพักผ่อน |
ใช้งานได้เป็นครั้งคราว |
|
มีร่มเงา แสงสว่าง และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสม |
สิ่งอำนวยความสะดวกอาจมีน้อย |
|
แบ่งพื้นที่ตามระดับเสียงและกิจกรรม |
การแบ่งโซนอาจไม่ชัดเจน |
|
เชื่อมพื้นที่ Indoor และ Outdoor |
เน้นพื้นที่เปิดเพียงรูปแบบเดียว |
|
ออกแบบให้ใช้ในชีวิตประจำวัน |
เน้นสร้างบรรยากาศและภาพลักษณ์ |
Rooftop Condo เหมาะกับใคร?
Rooftop Condo เหมาะกับผู้พักอาศัยที่ต้องการพื้นที่ส่วนกลางมากกว่าจุดชมวิว โดยควรพิจารณาจากกิจวัตรและความถี่ในการใช้งานจริง
- Urban Professional เหมาะกับพื้นที่พักหลังเลิกงานและมุมรับรองที่อยู่ใกล้ห้องพัก
- Hybrid Worker ใช้ Sky Lounge เป็นพื้นที่วางแผนงานหรือเปลี่ยนบรรยากาศระหว่างวัน
- กลุ่มที่ให้ความสำคัญกับ Wellness ใช้สระว่ายน้ำ สวน หรือพื้นที่เคลื่อนไหวร่างกาย
- กลุ่มที่มองหา Work-life Balance ต้องการพื้นที่เปลี่ยนผ่านระหว่างโหมดงานกับโหมดพัก
- กลุ่มที่ชื่นชอบ City Lifestyle ให้ความสำคัญกับ City Skyline และบรรยากาศกลางคืน
- กลุ่มที่ต้องการ Third Place มองหาพื้นที่กึ่งส่วนตัวนอกห้องพัก
- กลุ่มที่ชอบพบปะและรับรองแขก ใช้ Sky Lounge Condo เป็นพื้นที่สนทนาในบรรยากาศที่เหมาะสม
- ผู้ซื้อคอนโดที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ Facility พิจารณาการออกแบบ การดูแล และการใช้งานระยะยาวควบคู่กับห้องพัก
สัมผัส Rooftop Facility ที่เติมเต็มทุกจังหวะชีวิตจากคอนโด SC
Rooftop และ Upper-Level Facility สติลล์ สุขุมวิท 20
สติลล์ สุขุมวิท 20 เป็น Luxury Residence ใจกลางสุขุมวิท แบบ Low-Density จำนวน 124 ยูนิต พร้อม Private Lift Access สำหรับทุกยูนิต สะท้อนแนวคิด Low-Density Living ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและคุณภาพการอยู่อาศัย และบริการ Concierge ตลอด 24 ชั่วโมง ราคาเริ่มต้น 45 ล้านบาท* และแนวคิด Pet Allowed ซึ่งช่วยรองรับ Lifestyle ที่หลากหลายของผู้พักอาศัย
SC วาง Facility ไว้หลายระดับเพื่อแยกกิจกรรมด้านการต้อนรับ การทำงาน การพักผ่อน Wellness และ Entertainment ออกจากกันอย่างเหมาะสม พื้นที่ส่วนกลางสำคัญประกอบด้วย
Ground Floor
- Foyer of the House
- Living Room
- Conservatory Room
- Business Lounge
- Pet Yard
- Collector’s Garden
ชั้น 8 In-House Retreat
- Retreat Lounge
- Spa และ Onsen
- Playroom
- Dressing Room
- Orangery Dining Lounge
- Grill Yard
- The 8 Terrace
ชั้น 26–27 Health Club in Residence
- Poolside Lounge
- Home Gym
- STILL Pool
- Kid’s Pool
- Thermal Pool
- Pilates & Yoga Studio
- Movie Room
- Golf Room
Rooftop Facility เรฟเฟอเรนซ์ สาทร-วงเวียนใหญ่
เรฟเฟอเรนซ์ สาทร-วงเวียนใหญ่ เป็น New Design Condo ใกล้ BTS วงเวียนใหญ่ประมาณ 130 เมตร* มีราคาเริ่มต้น 3.69 ล้านบาท* ประกอบด้วยอาคารพักอาศัยทั้งหมด 3 อาคาร แบ่งเป็นอาคาร High-Rise จำนวน 2 อาคาร ความสูง 32 ชั้นและ 51 ชั้น พร้อมอาคาร Low-Rise ภายในโครงการ มีจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 819 ยูนิต การวางผังอาคารหลายระดับเปิดโอกาสให้
SC กระจาย Facility ตามลักษณะกิจกรรมและบรรยากาศที่แตกต่างกัน ตั้งแต่พื้นที่ทำงานและพื้นที่พักผ่อนบริเวณชั้นล่าง ไปจนถึง Wellness Facility และพื้นที่ชมวิวบนชั้นสูง รวมถึง Rooftop Garden บนอาคาร Low-Rise ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกในการใช้พื้นที่ส่วนกลางตลอดทั้งวัน พื้นที่ส่วนกลางสำคัญประกอบด้วย
ชั้น 1
- Orbit Co-Space
- Zero Waste Park
- Moon Lobby
- Lunar Lounge
Rooftop ของ Tower C
- The Ref Rooftop Garden
- พื้นที่สวนบนอาคาร Low-Rise
- มุมพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศ Outdoor
ชั้น 31 ของ Tower A
- Over the Moon Active Club
- Fitness
- Yoga & Pilates
- Moon Deck
ชั้น 50 ของ Tower B
- Moon Cave Swimming Pool
- พื้นที่พักผ่อนริมสระ
- มุมชมวิวบนระดับสูง
ชั้น 51 ของ Tower B
- Fly to the Moon Lounge
- Eclipse Onsen
- พื้นที่พักผ่อนและรับรองท่ามกลางวิวเมือง
การวาง Facility ไว้หลายระดับช่วยแยกกิจกรรมการทำงาน การออกกำลังกาย การพักผ่อน และการพบปะออกจากกันอย่างชัดเจน ขณะที่ The Ref Rooftop Garden ทำหน้าที่เป็น Rooftop Facility ตามตำแหน่งจริง ส่วน Moon Cave Swimming Pool และ Fly to the Moon Lounge เป็น Upper-Level Facility บนชั้นสูงของอาคาร
หมายเหตุ: รายละเอียดชื่อ Facility ตำแหน่งชั้น และรูปแบบการใช้งาน ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามการพัฒนาโครงการและเงื่อนไขของ SC โปรดตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดจากหน้าโครงการหรือเจ้าหน้าที่ก่อนตัดสินใจ




