กลิ่นไม่พึงประสงค์ในตู้เย็นเป็นปัญหากวนใจของหลายบ้าน เพราะนอกจากจะส่งกลิ่นรบกวนขณะใช้งานแล้ว ยังอาจกระทบต่อสุขอนามัยและความสดใหม่ของอาหารที่แช่อยู่ภายในด้วย ซึ่งหลายคนอาจเคยพยายามจัดระเบียบตู้เย็น หรือเช็ดทำความสะอาด แต่กลิ่นก็ยังคงอยู่ การเรียนรู้วิธีดับกลิ่นตู้เย็น พร้อมเคล็ดลับดูแลไม่ให้กลิ่นกลับมา จะช่วยให้คนในบ้านใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
สาเหตุของการที่ตู้เย็นมีกลิ่น
ก่อนจะเริ่มแก้ปัญหา มาทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้ตู้เย็นมีกลิ่น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกกันก่อน
- อาหารเน่าเสีย เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ตู้เย็นมีกลิ่นก็ว่าได้ เกิดจากการที่เราเก็บอาหารไว้นานเกินไป หรือใส่ในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดไม่สนิท รวมถึงผักใบที่เริ่มเหี่ยวแห้ง เนื้อสัตว์ที่เริ่มเน่า หรือนมที่หมดอายุ ล้วนปล่อยกลิ่นเหม็นที่แพร่กระจายไปทั่วตู้เย็น
- ความชื้นสะสม กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อราและแบคทีเรีย ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดกลิ่นแล้ว ยังจะส่งผลเสียต่อคุณภาพของอาหารอีกด้วย
- อุณหภูมิไม่เหมาะสม หากอุณหภูมิในตู้เย็นไม่เย็นพอ จะทำให้การถนอมอาหารไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อาหารเน่าเสียและส่งกลิ่นได้ง่าย
- ละเลยการทำความสะอาด คราบอาหารที่หก หรือสิ่งตกค้างในตู้เย็น มักกลายเป็นแหล่งสะสมกลิ่น รวมถึงการไม่ทำความสะอาดประตูและขอบยางกันอากาศ ก็อาจกลายเป็นแหล่งสะสมกลิ่นที่สำคัญ

8 วิธีดับกลิ่นตู้เย็นแบบธรรมชาติ ใช้ของในบ้านได้เลย
เมื่อรู้สาเหตุแล้ว มาดูวิธีแก้ปัญหาตู้เย็นมีกลิ่นกัน ซึ่งการดับกลิ่นไม่จำเป็นต้องพึ่งสารเคมีเสมอไป ลองใช้ของในครัวเหล่านี้ดู
1. เบกกิ้งโซดา
เบกกิ้งโซดาเป็นวิธีดับกลิ่นตู้เย็นที่ได้ผลดีและมีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีคุณสมบัติในการดูดซับกลิ่นและความชื้นได้ดีเยี่ยม ซึ่งสามารถทำได้โดยการเทเบกกิ้งโซดาใส่ถ้วยขนาดเล็กแล้ววางไว้ในตู้เย็น สารประกอบในเบกกิ้งโซดาจะดูดกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ลอยอยู่ในอากาศ ช่วยให้ตู้เย็นไร้กลิ่นเหม็นอับ โดยควรเปลี่ยนทุก 1-2 เดือนเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
2. ถ่านไม้
ถ่านไม้ หรือถ่านกัมมันต์ เป็นวัสดุธรรมชาติที่สามารถดูดซับทั้งกลิ่นและความชื้นได้ในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับวางในตู้เย็นที่มีปัญหาเรื่องกลิ่นสะสมในระยะยาว เพียงนำถ่านไม้ใส่ภาชนะแล้ววางไว้ตามมุมตู้เย็น แต่ควรเปลี่ยนใหม่ทุก 2 สัปดาห์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต่อเนื่อง
3. กากกาแฟ
หลังจากชงกาแฟแล้ว กากกาแฟที่เหลือสามารถนำมาใช้เป็นตัวดูดกลิ่นในตู้เย็นได้อย่างดีเยี่ยม เนื่องจากมีคุณสมบัติดูดความชื้นและช่วยกลบกลิ่นไม่พึงประสงค์ด้วยกลิ่นหอมของกาแฟ เพียงนำกากกาแฟแห้งใส่ถ้วยเล็กแล้ววางไว้ในตู้เย็น แต่ไม่ควรใช้กากเปียก เพราะอาจขึ้นราได้
4. น้ำส้มสายชู
น้ำส้มสายชูถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยฆ่าเชื้อและลดกลิ่นในตู้เย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำส้มสายชู (ชนิดกลั่น) เช็ดพื้นผิวภายในตู้เย็น โดยเฉพาะจุดที่มีกลิ่น หรือคราบตกค้าง กลิ่นของน้ำส้มสายชูอาจแรงในช่วงแรก แต่จะระเหยและช่วยให้กลิ่นสดชื่นในเวลาต่อมา
5. เลมอนผ่าครึ่ง
กลิ่นหอมตามธรรมชาติของเลมอนสามารถช่วยกลบกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อย่างอ่อนโยน พร้อมกับมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียในระดับหนึ่ง เพียงผ่าเลมอนครึ่งหนึ่งแล้ววางไว้บนจานเล็กภายในตู้เย็น กลิ่นหอมจะช่วยเติมความสดชื่นและลดกลิ่นอับได้ดี ควรเปลี่ยนผลใหม่ทุก 2-3 วัน
6. ใบชาแห้ง
ใบชาแห้งที่ใช้แล้ว หรือใบชาธรรมดา สามารถช่วยดับกลิ่นตู้เย็นได้ดี โดยใส่ในถุงผ้า หรือถุงตาข่ายขนาดเล็กแล้ววางไว้ในตู้เย็น ใบชาจะดูดซับกลิ่นและให้กลิ่นหอมอ่อน ๆ
ใบชาแห้งโดยเฉพาะชาเขียว หรือชาอู่หลง มีคุณสมบัติดูดซับกลิ่นและความชื้น เพียงใส่ใบชาในถุงผ้าขาวบาง หรือถุงตาข่าย แล้วนำไปวางไว้ตามมุมตู้เย็น ก็จะช่วยดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
7. มะพร้าวขูด
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของมะพร้าวสามารถช่วยเพิ่มความรู้สึกสดชื่นให้กับตู้เย็น อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการดูดกลิ่นเช่นเดียวกับเบกกิ้งโซดา นำมะพร้าวขูดแห้งไม่ใส่น้ำตาลมาใส่ถ้วยเล็กแล้ววางในตู้เย็น ควรเปลี่ยนให้บ่อยเพื่อป้องกันการบูดเสีย
8. วานิลลา
กลิ่นวานิลลามีคุณสมบัติช่วยกลบกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้โดยไม่รบกวนกลิ่นของอาหารในตู้เย็น ใช้สำลีชุบสารสกัดวานิลลา (Vanilla Extract) วางไว้ในถ้วยเล็ก ๆ หรือใส่ในจานรองน้ำแข็งในช่องแช่เย็น กลิ่นวานิลลาจะกระจายตัวอย่างอ่อนโยน เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบกลิ่นแรง
.jpg)
เคล็ดลับการดูแลตู้เย็นไม่ให้กลับมามีกลิ่น
แม้จะดับกลิ่นได้แล้ว แต่หากละเลยการดูแล ตู้เย็นก็อาจกลับมามีกลิ่นอีกได้ ดังนั้นจึงควรดูแลตู้เย็นอย่างใส่ใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกลิ่นถาวรติดตู้เย็น
- แยกเก็บอาหารสด-กลิ่นแรง เช่น เนื้อสัตว์ ซีฟู้ด หรือผลไม้ที่มีกลิ่นแรง ให้อยู่ในภาชนะปิดมิดชิด
- ตรวจสอบวันหมดอายุ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อไม่ให้อาหารที่หมดอายุสะสมกลิ่น แล้วนำของที่ใกล้หมดอายุมาไว้ด้านหน้าเพื่อให้เห็นได้ชัด และสามารถนำออกมาใช้ก่อนโดยไม่เน่าเสีย
- เช็ดทำความสะอาดเป็นประจำ โดยเฉพาะบริเวณประตู ขอบยาง ช่องเก็บผัก ที่มักเป็นจุดอับ
- ใช้กล่องเก็บกลิ่น หรืออุปกรณ์ดูดกลิ่น เช่น กล่องเบกกิ้งโซดาสำเร็จรูป หรือเจลดูดกลิ่น
- ตั้งอุณหภูมิที่เหมาะสม โดยช่องแช่เย็นควรมีอุณหภูมิประมาณ 1-5°C และ -18°C สำหรับช่องแช่แข็ง เพื่อให้อาหารสดนานและลดโอกาสเกิดกลิ่น
ปัญหาตู้เย็นมีกลิ่นอาจดูเล็กน้อย แต่ส่งผลต่อความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตและความสะอาดของอาหารอย่างมาก หากคุณกำลังมองหาคอนโดที่ออกแบบห้องครัวให้พร้อมใช้งานและง่ายต่อการดูแลรักษาความสะอาด SC Asset มีโครงการคอนโดในกรุงเทพฯ ที่ออกแบบมาอย่างใส่ใจ ครัวฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง พร้อมสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิต
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดชมโครงการได้ที่ โทร. 1749 เพื่อพูดคุยกับที่ปรึกษาอสังหาฯ ได้เลยวันนี้
