เมื่อมีหน้าที่การงานและการเงินที่มั่นคงมากพอ หลายคนมักเริ่มต้นผ่อนบ้านสวย ๆ ที่ชอบสักหลังเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของตนเอง ซึ่งการผ่อนบ้านทำให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องแบกรับอยู่ทุกเดือน ตลอดจนค่าดอกเบี้ยบ้านที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อาจส่งผลต่อการใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้ รีไฟแนนซ์บ้านคืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีของคนที่กำลังผ่อนบ้าน เพราะเป็นวิธีที่ช่วยลดภาระการผ่อนบ้าน ให้เจ้าของบ้านสามารถผ่อนได้สบายขึ้นนั่นเอง
หากใครกำลังจะซื้อบ้านหลังแรก และวางแผนจะผ่อนบ้านในอนาคต หรือใครที่ยังไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์บ้าน ในบทความนี้ SC Asset จะพาทุกคนมารู้จักว่า รีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร? ตลอดจนการเตรียมตัวก่อนรีไฟแนนซ์บ้าน เพื่อให้การผ่อนบ้านของคุณเกิดความคุ้มค่ามากที่สุด
Highlight
- รีไฟแนนซ์บ้าน คือ การย้ายสินเชื่อบ้านจากธนาคารเดิมไปยังธนาคารใหม่ เพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยในการผ่อนบ้านที่ถูกลง ซึ่งจะช่วยให้ผ่อนบ้านได้เร็วขึ้น
- นอกจากจะได้ผ่อนชำระบ้านในอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงแล้ว ข้อดีจากการรีไฟแนนซ์บ้านคือสามารถนำเงินที่เหลือไปลงทุนให้เกิดผลประโยชน์ เพื่อนำมาใช้จ่ายในบ้าน หรือไว้ใช้ยามฉุกเฉินได้ นอกจากนี้ คุณจะมีเงินก้อนไว้ใช้จากเงินส่วนต่างของวงเงินที่กู้เพิ่มด้วยเช่นกัน
- เพื่อให้การทำสัญญารีไฟแนนซ์บ้านดำเนินการไปได้อย่างราบรื่น ต้องตรวจสอบสัญญากู้บ้านจากธนาคารเดิม, เลือกธนาคารใหม่ที่เหมาะสม, เตรียมเอกสารให้พร้อม และเริ่มต้นทำสัญญากับธนาคารใหม่
- การรีไฟแนนซ์บ้าน นับเป็นการทำสัญญาใหม่ ซึ่งมีความสำคัญไม่ต่างจากการทำสัญญากู้อื่น ๆ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารใด ๆ ควรศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อน
รีไฟแนนซ์บ้าน คืออะไร?

รีไฟแนนซ์บ้าน คือ การย้ายสินเชื่อบ้านที่กู้อยู่กับธนาคารเดิม ไปผ่อนชำระกับธนาคารใหม่ เพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ถูกลง เนื่องจากธนาคารใหม่จะเป็นผู้เสนอดอกเบี้ยบ้านที่จะรีไฟแนนซ์ในอัตราที่ต่ำกว่าธนาคารเดิมให้แก่ผู้ผ่อนบ้าน แน่นอนว่าเมื่อดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ลดลง ตลอดจนมียอดหนี้คงเหลือที่น้อยลงกว่าสัญญาเดิม ยอดผ่อนชำระบ้านต่อเดือนย่อมถูกลงตามไปด้วย ส่งผลให้คุณสามารถผ่อนชำระบ้านได้เร็วขึ้น
การรีไฟแนนซ์บ้าน คือสิ่งที่จะช่วยให้การผ่อนบ้านในแต่ละเดือนของคุณผ่อนคลายขึ้น เพราะไม่ต้องเผชิญกับดอกเบี้ยบ้านที่ปรับลอยตัวทำให้ต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ คุณต้องผ่อนบ้านมาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี จึงจะสามารถรีไฟแนนซ์บ้านได้
ไขข้อสงสัย รีไฟแนนนซ์คืออะไร มีแบบไหนบ้าง?
ข้อดีของการรีไฟแนนซ์บ้าน ที่คนผ่อนบ้านต้องรู้

หลังจากได้เข้าใจแล้วว่าการรีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร และมีอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านจากธนาคารใดที่น่าสนใจ แต่การรีไฟแนนซ์บ้านมีประโยชน์หรือข้อดีอย่างไรบ้าง ทำไมคนที่กำลังผ่อนบ้านอยู่จึงควรรีไฟแนนซ์บ้าน สามารถอ่านได้ ดังนี้
- ช่วยให้ผ่อนบ้านในอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง
หากคุณยังติดสัญญาผ่อนบ้านกับธนาคารเดิม อัตราดอกเบี้ยบ้านจะปรับลอยตัว ทำให้คุณต้องจ่ายดอกเบี้ยที่สูงขึ้น แต่หากคุณรีไฟแนนซ์บ้าน ธนาคารใหม่มักจะเสนออัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ต่ำกว่าธนาคารเดิม ทำให้ดอกเบี้ยบ้านที่คุณต้องจ่ายในแต่ละเดือนถูกลง - ช่วยลดภาระหนี้ ทำให้มีเงินออมไปลงทุนมากขึ้น
แน่นอนว่าการที่สามารถจ่ายดอกเบี้ยบ้านในอัตราที่ถูกลงกว่าเดิม ก็จะมีเงินเหลือมากขึ้น ซึ่งเงินส่วนที่เหลือนั้นอาจนำมาเก็บออม เพื่อนำไปลงทุนต่อยอดให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดได้ - ช่วยให้ผ่อนบ้านได้เร็วยิ่งขึ้น
เมื่อผ่อนบ้านได้ในอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง ทั้งยังมีเงินเหลือเอาไปใช้ลงทุนเพิ่มขึ้น คุณสามารถนำเงินส่วนนั้นมาจ่ายหนี้บ้านที่ยังเหลืออยู่ เงินต้นก็จะลดลง ส่งผลให้สามารถปิดหนี้ในการผ่อนชำระบ้านได้เร็วขึ้นตามไปด้วย - ช่วยให้มีเงินเหลือไว้ใช้จ่ายในส่วนต่าง ๆ
อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า การรีไฟแนนซ์บ้านคือสิ่งที่ช่วยให้สามารถผ่อนชำระดอกเบี้ยบ้านได้อย่างผ่อนคลายมากขึ้น และนอกจากจะนำเงินส่วนต่างที่เหลือไปลงทุนให้เกิดผลประโยชน์ต่อ คุณอาจแบ่งเงินส่วนนั้นไว้ใช้จ่ายในส่วนต่าง ๆ ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ค่ากิน ค่าอยู่ ตลอดจนค่าใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน - ช่วยให้มีเงินก้อนไว้ใช้จากส่วนต่างของวงเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น
นอกจากข้อดีทั้ง 4 ข้อที่ได้กล่าวไป การรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารใหม่ ก็เป็นอีกหนึ่งโอกาสให้คุณสามารถขอเพิ่มวงเงินกู้ไปพร้อมกันได้ เพื่อให้มีเงินก้อนไว้ใช้จ่ายส่วนต่าง ๆ หรือเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินของคุณต่อไป ทั้งนี้ การขอกู้ในวงเงินที่เพิ่มขึ้นนั้น ขึ้นอยู่กับเกณฑ์พิจารณาของแต่ละธนาคารด้วย เช่น นโยบายรีไฟแนนซ์บ้านของธนาคาร หรือคุณสมบัติของเจ้าของบ้าน เป็นต้น
ก่อนรีไฟแนนซ์บ้าน ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

คงจะเห็นกันแล้วว่า รีไฟแนนซ์บ้านคือสิ่งที่มีประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังผ่อนบ้านอยู่ไม่น้อยเลย สำหรับใครวางแผนที่จะผ่อนบ้านในอนาคต และยังไม่แน่ใจว่าการรีไฟแนนซ์บ้านต้องทำอย่างไร ขั้นต่อไป SC Asset จะพาคุณมารู้จักวิธีเตรียมตัวก่อนรีไฟแนนซ์บ้านกัน
ตรวจสอบสัญญากู้บ้านจากธนาคารเดิม
ขั้นตอนแรกของการเตรียมตัวก่อนรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารใหม่คือ คุณต้องตรวจสอบสัญญากู้ซื้อบ้านจากธนาคารเก่าเสียก่อน โดยการขอเอกสารสรุปยอดหนี้ทั้งหมดจากธนาคารเก่า เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารใหม่
อย่างไรก็ตาม ธนาคารเก่าอาจมีการปรับลด และมีส่วนลดอัตราดอกเบี้ยบ้านให้แก่ผู้กู้ หรือแม้แต่การที่ผู้กู้อาจขอลดดอกเบี้ยบ้านกับธนาคารเดิมได้ ดังนั้น การขอรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารเดิมอาจคุ้มค่ากว่าการรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่ อีกทั้งยังไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายในกระบวนการยื่นเอกสารรีไฟแนนซ์บ้านอีกครั้งด้วย
เลือกรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารใหม่ที่ใช่สำหรับคุณ
การเตรียมตัวขั้นต่อไปของการรีไฟแนนซ์บ้านคือ การเลือกธนาคารที่ต้องการรีไฟแนนซ์บ้าน โดยหาข้อมูลการรีไฟแนนซ์บ้านของธนาคารต่าง ๆ เช่น อัตราดอกเบี้ย วงเงินกู้เพิ่ม หรือระยะเวลากู้ เป็นต้น ซึ่งสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาเปรียบเทียบความคุ้มค่า เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการเลือกรีไฟแนนซ์บ้านได้ ทั้งนี้ ควรพิจารณาถึงเงื่อนไขและเกณฑ์การพิจารณาอื่น ๆ ของแต่ละธนาคารอย่างรอบคอบ
เตรียมเอกสารรีไฟแนนซ์บ้านให้พร้อม
หลังจากที่เลือกธนาคารใหม่ที่จะรีไฟแนนซ์บ้านได้แล้ว คุณต้องเตรียมเอกสารต่าง ๆ ที่ต้องใช้ในการรีไฟแนนซ์บ้านให้พร้อม
เอกสารรีไฟแนนซ์บ้าน ได้แก่
- เอกสารส่วนตัว
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- เอกสารใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)
- สำเนาทะเบียนสมรส (กรณีกู้ร่วม)
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนคู่สมรส (ถ้ามี)
- สำเนาทะเบียนบ้านคู่สมรส (ถ้ามี)
- เอกสารแสดงหลักฐานทางการเงิน
- กรณีบุคคลมีรายได้ประจำ (เงินเดือน)
- หนังสือรับรองเงินเดือน 3 เดือนล่าสุด
- รายการเดินบัญชีย้อนหลัง (Statement) 6 เดือนล่าสุด
- หลักฐานการเสียภาษี หรือใบ 50 ทวิ
- กรณีบุคคลประกอบธุรกิจส่วนตัว
- เอกสารทะเบียนการค้า ทะเบียนบริษัท
- หลักฐานการเสียภาษีเงินได้จากกรมสรรพากร (ภ.พ. 30 หรือ ภงด. 50/51)
- รายการเดินบัญชีย้อนหลัง (Statement) 6-12 เดือนล่าสุด
3. เอกสารหลักประกันการรีไฟแนนซ์บ้าน เช่น
- สำเนาเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์บ้าน เช่น โฉนดที่ดิน
- สำเนาสัญญากู้บ้านจากธนาคารเก่า
- สำเนาสัญญาจำนองที่ดิน
- สำเนาใบเสร็จธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับบ้าน หรือสำเนาใบเสร็จผ่อนชำระค่างวดบ้าน
- แผนที่ตั้งหลักประกัน (บ้าน) โดยสังเขป
ทั้งนี้ ขอแนะนำให้เตรียมเอกสารประกอบการยื่นรีไฟแนนซ์บ้านให้เรียบร้อยตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และลดเวลาค้นหาเอกสารสำคัญต่าง ๆ ในยามที่ต้องยื่นเอกสารให้ธนาคารใหม่
ยื่นเอกสารขอรีไฟแนนซ์บ้านให้ธนาคารใหม่
ขั้นตอนสำคัญหลังจากที่เตรียมเอกสารเรียบร้อยเพื่อขอรีไฟแนนซ์บ้าน คือ การยื่นเอกสารให้กับธนาคารใหม่ ซึ่งขั้นตอนนี้จะแตกต่างกันไปตามนโยบายของแต่ละธนาคาร โดยปกติแล้ว ธนาคารจะใช้เวลาในการพิจารณาการขอรีไฟแนนซ์บ้านของผู้กู้ไม่เกิน 3 สัปดาห์ หากเอกสารผ่านการพิจารณาเรียบร้อยแล้ว ธนาคารจะส่งเจ้าหน้าที่มาประเมินทรัพย์สินของคุณว่าควรจะได้รับวงเงินกู้เพิ่มเท่าไรนั่นเอง
เตรียมค่าใช้จ่ายสำหรับรีไฟแนนซ์บ้าน
การเตรียมตัวขั้นสุดท้ายก่อนรีไฟแนนซ์บ้านคือ ค่าใช้จ่ายสำหรับการรีไฟแนนซ์บ้าน ถือเป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรคำนึงถึงหลังเตรียมความพร้อมเรื่องต่าง ๆ มาแล้ว เพราะการทำเรื่องรีไฟแนนซ์บ้านนั้น นับเป็นการทำสัญญากู้ฉบับใหม่ ที่จะต้องชำระค่าธรรมเนียมแและค่าดำเนินการต่าง ๆ ด้วย
สำหรับค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้านประกอบไปด้วย ค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระให้กับธนาคาร เช่น ค่าประเมินบ้าน ค่าเบี้ยประกันภัย หรือค่าธรรมเนียมอื่น ๆ เป็นต้น และค่าใช้จ่ายที่ผู้กู้ต้องชำระตามกฎหมายอย่าง ค่าจดจำนอง ค่าอากรแสตมป์ และค่าประกันอัคคีภัย ดังนั้น หากคุณกำลังตัดสินใจจะรีไฟแนนซ์บ้าน คุณจำเป็นต้องศึกษาข้อมูล และตัดสินให้รอบคอบอย่างถี่ถ้วน เพื่อประเมินความพร้อมของตนเอง รวมถึงความคุ้มค่าจากการรีไฟแนนซ์บ้านของคุณด้วย
อัตรารีไฟแนนซ์บ้าน แต่ละธนาคาร เป็นอย่างไร?
สำหรับใครที่กำลังมองหาสถาบันทางการเงิน หรือยังไม่แน่ใจว่าจะรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อเพิ่มวงเงินกับธนาคารไหนดี SC Asset จึงรวบรวมอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน วงเงินกู้ และระยะเวลากู้ ของธนาคารแต่ละแห่งในปี 2567 สำหรับเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการรีไฟแนนซ์บ้านของคุณ ดังต่อไปนี้
|
ธนาคาร |
MRR (%) |
ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก (%) |
วงเงินกู้สูงสุด (%) |
ระยะเวลากู้ |
|
กสิกรไทย |
7.30 |
|
100 |
30 |
|
ไทยพาณิชย์ |
7.30 |
3.42-4.43 |
100 |
30 |
|
กรุงไทย |
7.57 |
3.60-3.80 |
100 |
40 |
|
กรุงศรีอยุธยา |
7.40 |
|
95 |
30 |
|
กรุงเทพ |
7.30 |
3.88-4.35 |
100 |
30 |
|
ออมสิน |
6.845 |
3.465-5.100 |
110 |
40 |
|
ทหารไทยธนชาติ |
7.83 |
3.60-3.89 |
100 |
35 |
|
ยูโอบี |
8.80 |
4.34-4.54 |
100 |
30 |
|
แลนด์แอนด์เฮาส์ |
8.80 |
3.49-3.82 |
100 |
35 |
|
ซีไอเอ็มบีไทย |
9.25 |
3.29-4.29 |
100 |
35 |
|
เกียรตินาคินนภัทร |
MLR = 8.175 |
3.30-3.85 |
100 |
30 |
อัปเดตข้อมูลล่าสุดวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 ตามประกาศเว็บไซต์ของแต่ละธนาคาร
* อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด
สรุป รีไฟแนนซ์บ้าน คือวิธีช่วยให้การผ่อนบ้านง่ายขึ้นสำหรับคุณ
การรีไฟแนนซ์บ้าน คือ การย้ายสินเชื่อบ้านของคุณจากธนาคารเดิมไปผ่อนชำระที่ธนาคารใหม่ เพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยบ้านที่ถูกลง จากข้อเสนอการปรับลดดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านของธนาคารใหม่ ซึ่งจะช่วยให้คุณผ่อนชำระบ้านได้เร็วขึ้น ตลอดจนมีเงินก้อนมาใช้จ่ายภายในบ้านจากเงินส่วนต่างของวงเงินที่กู้เพิ่มมา
อย่างไรก็ตาม การรีไฟแนนซ์บ้านถือเป็นการทำสัญญาใหม่ ทั้งยังมีค่าใช้จ่ายในระหว่างดำเนินการรีไฟแนนซ์บ้าน ประกอบกับเกณฑ์พิจารณารีไฟแนนซ์บ้านของธนาคารแต่ละแห่ง ทั้งด้านอัตราดอกเบี้ย วงเงินที่กู้ได้ และระยะเวลากู้ ดังนั้น ใครที่กำลังมองหาธนาคารสำหรับรีไฟแนนซ์บ้าน จึงควรศึกษาข้อมูลอย่างจริงจัง และตัดสินใจอย่างรอบคอบ เพื่อให้การรีไฟแนนซ์บ้านของคุณเกิดความคุ้มค่าที่สุด
