อสังหาริมทรัพย์คืออะไร ? มั่นใจว่าหลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่าอสังหาริมทรัพย์กันมาบ้าง ไม่ว่าจะเห็นจากป้ายโฆษณา หรือบนอินเทอร์เน็ต แต่อาจจะยังไม่ทราบถึงคำจำกัดความ และหมวดหมู่ของอสังหาริมทรัพย์ว่ามีอะไรบ้าง ดังนั้น SC Asset จะพาคุณไปทำความรู้จักว่าอสังหาริมทรัพย์คืออะไร และทำความเข้าใจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์แต่ละประเภท พร้อมทั้งอธิบายความแตกต่างระหว่าง ‘อสังหาริมทรัพย์’ และ ‘สังหาริมทรัพย์’ พร้อมคำแนะนำการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ ในบทความนี้
Highlight
- อสังหาริมทรัพย์คืออะไร ? อสังหาริมทรัพย์ คือ สิ่งใด ๆ ที่ประกอบติดอยู่กับที่หรือที่ดิน ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้เป็นการถาวร หรือเคลื่อนย้ายได้ลำบาก เช่น ทรัพย์ที่ติดอยู่กับที่ดิน หรือบ้าน เป็นต้น
- เรียนรู้อสังหาริมทรัพย์มีอะไรบ้าง และอสังหาริมทรัพย์มีกี่ประเภท รวมถึงความเหมาะสมในการลงทุน
- เข้าใจความแตกต่างระหว่าง อสังหาริมทรัพย์ และสังหาริมทรัพย์เพื่อการตัดสินใจลงทุนที่ชาญฉลาด
ทำความรู้จักอสังหาริมทรัพย์มีอะไรบ้าง ?
_(1).jpg)
อสังหาริมทรัพย์คือทรัพย์สินประเภทใด ? หากอธิบายพอสังเขปก็คือ ทรัพย์สินที่มีลักษณะติดแน่นกับพื้นดินหรือผืนที่ดินนั้น ๆ ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ และหากจะเคลื่อนย้ายหรือทำลาย จะทำได้ยากและลำบาก
ตัวอย่างอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้านเรือน, อาคาร, สำนักงาน, โรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงไม้ยืนต้น นอกจากนี้ทรัพย์สินทางธรรมชาติที่ประกอบอยู่บนผืนดินหรือที่ดินนั้น ๆ ก็ถือว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น หิน, ทราย, กรวด, บึง และแม่น้ำ อีกทั้งอสังหาริมทรัพย์ยังถูกจัดให้เกี่ยวกับการเป็นกรรมสิทธิ์ในที่ดินด้วย เช่น สิทธิของเจ้าของอสังหา คือ สิทธิในการอยู่อาศัย และสิทธิในการครอบครองที่ดิน เป็นต้น
อสังหาริมทรัพย์มีกี่ประเภท ?
-33_(1)_(1).jpg)
อสังหาริมทรัพย์มีอะไรบ้าง ? อสังหาริมทรัพย์นั้นมีหลากหลาย ไม่ว่าจะตึก อาคาร หรือบ้าน ซึ่งแต่ละแบบสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภท ขึ้นอยู่กับลักษณะและจุดประสงค์ของการใช้สอย แต่ถ้าถามว่าอสังหาริมทรัพย์มีกี่ประเภท ตามหลักแล้ว สามารถแบ่งอสังหาริมทรัพย์ออกเป็น 5 ประเภท ดังรายละเอียดต่อไปนี้
- อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย
อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย ใช้สำหรับอาศัย เช่น บ้าน, ทาวน์โฮม, อพาร์ตเมนท์, แฟลต และคอนโดมิเนียม ซึ่งเป็นประเภทที่นิยมลงทุนมากที่สุดสำหรับนักลงทุนมือใหม่ - อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์
อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ คือสิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นมาแล้วมีการแสวงหาผลกำไร เช่น ห้างสรรพสินค้า, สำนักงาน, ศูนย์ประชุม, ตลาดสด และอาคารพาณิชย์ ถือเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ - อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรม
อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรม จะมีขนาดใหญ่ ประกอบด้วยเครื่องจักรและแรงงาน เช่น โรงงาน หรือนิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น ซึ่งมักจะมีมูลค่าการลงทุนสูงและต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง - อสังหาริมทรัพย์เพื่อการเกษตร
อสังหาริมทรัพย์เพื่อการเกษตร จะเป็นที่ดินส่วนบุคคล หรือที่ดินที่ถูกจัดให้เป็นพื้นที่สำหรับการทำเกษตรกรรม เช่น ไร่, ที่นา, และสวน เป็นต้น มักมีมูลค่าที่ผันแปรตามผลิตผลและสภาพแวดล้อมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเกษตร จะเป็นที่ดินส่วนบุคคล หรือที่ดินที่ถูกจัดให้เป็นพื้นที่สำหรับการทำเกษตรกรรม เช่น ไร่, ที่นา, และสวน เป็นต้น มักมีมูลค่าที่ผันแปรตามผลิตผลและสภาพแวดล้อม - อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อน
อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อน เช่น รีสอร์ต หรือโรงแรมตากอากาศ เป็นต้น อสังหาประเภทนี้เป็นการลงทุนที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและสามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง
อสังหาริมทรัพย์แตกต่างจากสังหาริมทรัพย์อย่างไร ประกอบด้วยอะไรบ้าง?
เมื่อเราได้เรียนรู้ความหมายของอสังหาริมทรัพย์ไปแล้ว อีกหนึ่งคำที่มักจะถูกกล่าวถึงคู่กันเสมอคือ "สังหาริมทรัพย์" ซึ่งหลายคนอาจยังสับสนว่าทั้งสองสิ่งนี้แตกต่างกันอย่างไร ความเข้าใจถึงความแตกต่างนี้จะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของทรัพย์สินประเภทต่าง ๆ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
อสังหาริมทรัพย์หมายถึง ทรัพย์สินที่อยู่ติดกับพื้นดินและเคลื่อนย้ายไม่ได้ หรือหากต้องการเคลื่อนย้ายจะต้องรื้อถอนหรือทำลายโครงสร้าง เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ลองพิจารณาเรื่องที่ดิน หลายคนอาจสงสัยว่าที่ดินควรจัดเป็นสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์ คำตอบคือที่ดินเป็นอสังหาริมทรัพย์อย่างชัดเจน เพราะผืนที่ดินเป็นสิ่งที่อยู่กับที่ ไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปไหนได้ และทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่บนที่ดินนั้น เช่น ต้นไม้ แหล่งน้ำ หรือแร่ธาตุ ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของอสังหาริมทรัพย์ด้วยเช่นกัน
ในทางตรงกันข้าม สังหาริมทรัพย์หมายถึง ทรัพย์สินที่สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก ไม่ได้ติดกับที่ดินอย่างถาวร เราสามารถนำติดตัวหรือขนย้ายไปไหนมาไหนได้ ตัวอย่างของสังหาริมทรัพย์ที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ เสื้อผ้า รถยนต์ เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องประดับ หรือคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ สิทธิบางประเภท เช่น ลิขสิทธิ์ หรือสิทธิบัตร ก็ถูกจัดให้เป็นสังหาริมทรัพย์เช่นกัน
ความแตกต่างที่สำคัญอีกประการระหว่างอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์คือเรื่องของมูลค่าและการเสื่อมราคา โดยอสังหาริมทรัพย์มักมีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา โดยเฉพาะบ้านหรือคอนโดมิเนียมที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดี แม้ว่าตัวอาคารอาจมีค่าเสื่อมราคาตามอายุการใช้งาน แต่มูลค่ารวมของอสังหาริมทรัพย์นั้นมักเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ค่าความเสื่อมแทบไม่มีผลกระทบต่อมูลค่าโดยรวมของอสังหาริมทรัพย์
ในขณะที่สังหาริมทรัพย์มักมีมูลค่าลดลงตามการใช้งานและเวลาที่ผ่านไป โดยตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ รถยนต์หรือโทรศัพท์มือถือ ที่เมื่อใช้งานไประยะหนึ่งแล้วต้องการขายต่อ ราคาจะลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับราคาที่ซื้อมา ทำให้สังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่มักเป็นการใช้จ่ายที่มูลค่าลดลงเรื่อย ๆ ตามการใช้งาน
นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะนอกจากจะใช้ประโยชน์ได้แล้ว ยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าในระยะยาวอีกด้วย การทำความเข้าใจถึงความแตกต่างนี้จะช่วยให้เราวางแผนการลงทุนและบริหารทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
|
อสังหาริมทรัพย์ |
สังหาริมทรัพย์ |
|
ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ |
สามารถเคลื่อนย้ายได้ |
|
ติดกับพื้นดิน |
ไม่ติดกับพื้นติด พกติดตัวได้ |
|
มูลค่าสูงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ขึ้นอยู่กับค่าความเสื่อม |
มูลค่าลดลง มีค่าความเสื่อม |
|
ตัวอย่างอสังหาริมทรัพย์ คือ บ้าน, ที่ดิน, คอนโดมิเนียม, อาคารพาณิชย์, โรงแรม, โรงงานอุตสาหกรรม |
ตัวอย่างสังหาริมทรัพย์ คือ โทรศัพท์มือถือ, คอมพิวเตอร์, รถยนต์ สิ่งใดก็ตามที่สามารถเคลื่อนย้ายและพกพาได้ |
มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ขึ้นอยู่กับอะไร ?

ขึ้นชื่อว่าอสังหาริมทรัพย์ แน่นอนว่าหลายคนต้องคิดเกี่ยวกับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่ค่อนข้างสูง แต่ก่อนที่จะลงทุนอสังหา เรามาทำความเข้าใจในเรื่องของมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์กันก่อนว่าขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้เลือกลงทุนได้ถูกต้อง และได้ผลกำไรตอบแทนที่คุ้มค่า
มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวทรัพย์สินที่อยู่ในบริเวณอสังหาฯ นั้น ๆ แต่จะขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจและทำเลที่ตั้ง ซึ่งสภาวะเศรษฐกิจนั้นค่อนข้างเป็นตัวแปรที่สำคัญ ในการที่จะเพิ่มหรือลดมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ การคาดการณ์มูลค่าในอนาคตยังเป็นส่วนเกี่ยวข้องในการคิดที่จะลงทุนอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย เช่น ในช่วงสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ราคาของอสังหาริมทรัพย์ ณ จุดหนึ่งลดลง แต่หากมีการคาดการณ์และเก็งกำไรว่าอสังหาฯ ตรงนี้จะมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต จึงเป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่จะลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในช่วงเวลาที่ราคาลดลงนี้ และนำไปขายต่อ หรือสร้างผลกำไรเพิ่มเติมในอนาคตเมื่ออสังหาริมทรัพย์มีมูลค่าสูงขึ้นนั่นเอง
การลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
เมื่อถามว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือธุรกิจอสังหาทรัพย์คืออะไร เราสามารถอธิบายได้ว่า เป็นการดำเนินกิจการที่เกี่ยวข้องกับการซื้อ ขาย เช่า พัฒนา หรือจัดการอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ เพื่อแสวงหาผลกำไร โดยมีรูปแบบธุรกิจดังนี้
- การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ - เป็นการซื้อและขายเพื่อทำกำไรจากส่วนต่าง
- การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ - เช่น การสร้างบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม หรืออาคารพาณิชย์
- การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ - การปล่อยเช่าเพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่อง
- การบริหารอสังหาริมทรัพย์ - การให้บริการดูแลและจัดการอสังหาริมทรัพย์
- การเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ - ช่วยจับคู่ผู้ซื้อกับผู้ขาย
สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ควรพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เช่น เงินทุน ความรู้เฉพาะทาง กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการวิเคราะห์ตลาด ทั้งนี้ การศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้
ข้อดีของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
ทั้งนี้ ข้อดีอีกหนึ่งอย่างของอสังหาริมทรัพย์คือ เป็นทรัพย์สินที่มีอายุขัยยาวนาน ถึงแม้ว่าอายุขัยทางเศรษฐกิจจะกำหนดอายุที่ประมาณ 50 ปี แต่ทางกายภาพของสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ไม่ว่าจะบ้านหรืออาคาร มีอายุขัยได้ถึงประมาณ 100 ปี ดังนั้น หากท่านใดที่ครอบครอง หรือเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์อยู่ หากมีการใช้ทรัพย์อสังหาฯ ในการแสวงหาผลกำไร หรือสร้างประโยชน์ ก็จะมีความคุ้มค่าในระยะยาว ไม่ว่าจะทั้งสร้างกระแสเงินสดให้กับตนเอง หรือเพื่อเพิ่มมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่ในอนาคตเพื่อเก็งกำไรต่อไป
สรุป : อสังหาริมทรัพย์คืออะไร ลงทุนอย่างไรให้ดี ?
อสังหาริมทรัพย์ คือ ทรัพย์สินใด ๆ ที่อยู่ติดกับพื้นดิน ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้เป็นการถาวร เช่น บ้าน, คอนโด, อาคารต่าง ๆ รวมถึงที่ดิน และทรัพย์สินทางธรรมชาติที่อยู่บนผืนเดียวกับที่ดินเช่นกัน
โดยในปัจจุบันมีการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มมากขึ้นในหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเพื่ออยู่อาศัย พักผ่อน หรือการลงทุนสร้างอาคารเชิงพาณิชย์และเก็งกำไร
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นั้นควรจะต้องมีการคาดการณ์เก็งกำไรที่ดี รวมถึงเตรียมเงินทุนที่เพียงพอสำหรับการต่อยอดในอสังหาฯ เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์เป็นทรัพย์สินที่นักลงทุนมักจะลงทุนในระยะยาว และการเปลี่ยนเป็นเงินสดทำได้ค่อนข้างช้า ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาถึงกระแสเงินสดและสภาพคล่องให้ดีก่อนตัดสินใจ หากต้องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้ได้ผลตอบแทนที่ดี ควรพิจารณาปัจจัยสำคัญต่าง ๆ ดังนี้
- ทำเลที่ตั้ง- เลือกอสังหาริมทรัพย์ในทำเลที่มีศักยภาพ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก การคมนาคมสะดวก หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต
- ช่วงเวลาในการลงทุน- พิจารณาสภาวะตลาดและเศรษฐกิจ ช่วงเศรษฐกิจตกต่ำอาจเป็นโอกาสดีในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในราคาที่ต่ำกว่าปกติ
- การสร้างรายได้ต่อเนื่อง- พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้สามารถสร้างกระแสเงินสดได้ เช่น การปล่อยให้เช่า หรือพัฒนาเป็นธุรกิจ
- การศึกษาข้อมูล- ทำความเข้าใจกับกฎหมาย ภาษี และข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์
- การกระจายความเสี่ยง- ทำความเข้าใจกับกฎหมาย ภาษี และข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ การกระจายความเสี่ยง - ไม่ควรลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพียงประเภทเดียวหรือทำเลเดียว ควรกระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง
โดยสรุป อสังหาริมทรัพย์เป็นการลงทุนที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ทั้งจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าและจากรายได้ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการถือครอง แต่ผู้ลงทุนควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ มีเงินทุนที่เพียงพอ และมีความพร้อมในการดูแลจัดการทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง จึงจะทำให้การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประสบความสำเร็จและสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวได้
เปิดตำราสำหรับมือใหม่ ลงทุนอะไรดี? แนะนำการเลือกและเตรียมตัวในการลงทุน
