Slider

สาส์นจากประธานกรรมการ

นายรัฐ กิตติเวชโอสถ

ประธานกรรมการ

                 ภาพรวมเศรษฐกิจประเทศไทยปี 2561 มีการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมขยายตัวในระดับร้อยละ 4.1 โดยปัจจัยขับเคลื่อนมาจากการลงทุนโครงการขนาดใหญ่และการใช้จ่ายของภาครัฐ และการเติบโตของภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว แม้จะมีการชะลอตัวลงบ้างในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่ปัจจัยความไม่แน่นอนอื่นๆยังคงมีอยู่ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ ภาคธุรกิจยังคงต้องดำเนินงานต่อไปและต้องมีความพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงให้ทันกับสถานการณ์

                 สำหรับบริษัทในรอบปี 2561 เป็นปีแห่งการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนใน 3 เรื่องหลัก ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้โรดแมป SC Re-Invention 2020 เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยแห่งอนาคต และตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป พร้อมไปกับการดำเนินยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อรองรับการแข่งขันทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของบริษัทมีการเติบโตได้ดีทั้งรายได้และกำไรสุทธิ และเพื่อการสร้างโอกาสและมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจสำหรับอนาคต บริษัทได้ขยายการลงทุนเพิ่มเติมโดยมีการจัดตั้งบริษัทย่อยสองบริษัท และตั้งบริษัทร่วมทุนกับบริษัทต่างประเทศ ดังนี้

                 1.SC ALPHA Inc. จัดตั้งที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าที่ประเทศสหรัฐ อเมริกา โดยบริษัทถือหุ้นร้อยละ 100 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านเหรียญสหรัฐ

                 2.บริษัท สโคป ทาวเวอร์ จำกัด ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท ถือหุ้นร้อยละ 79.99 ผ่านบริษัท สโคป จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์บนทำเลที่มีศักยภาพกลางกรุงเทพมหานคร

                 3.บริษัท เอสซี เอ็นเอ็นอาร์ 1 จำกัด ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท กับ NISHI-NIPPON RAILROAD CO., LTD. ประเทศญี่ปุ่น ในสัดส่วนร้อยละ 54.99 : 45 ด้วยทุนจดทะเบียน 1,200 ล้านบาท โดยเป็นการร่วมลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์

                 อนึ่ง บริษัทยังมีการ Co-Creation กับพันธมิตรทางธุรกิจในด้านอื่น ๆ ได้แก่ การพัฒนานวัตกรรมที่ยั่งยืนภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ระหว่างภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กับ 2 องค์กรชั้นนำด้านนวัตกรรมพลาสติก ได้แก่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ดาว เคมิคอล ประเทศไทย จำกัด ภายใต้โครงการถนนพลาสติกรีไซเคิล รวมถึงกระบวนการรีไซเคิล โดยการนำขยะพลาสติกมาสร้างมูลค่าและใช้ประโยชน์ใหม่ โดยผลที่ได้ นอกจากทำให้ถนนมีความแข็งแรงขึ้น ในส่วนลูกค้าจะได้ร่วมลดปริมาณขยะพลาสติกผ่านโครงการนี้ไปพร้อมกัน

                 ขณะเดียวกัน บริษัทได้มีการร่วมมือกับศูนย์บริการวิจัยและออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หรือ Redek เพื่อศึกษาวิจัยโมเดลการอยู่อาศัยแบบใหม่และนำแนวคิดไปออกแบบและพัฒนาบนพื้นที่จัดสรร “เนเบอร์ฮูด บางกะดี” เนื้อที่ 6 ไร่ ที่บางกะดี จังหวัดปทุมธานี ซึ่งอยู่บริเวณด้านหน้าของพื้นที่พัฒนาโครงการแนวราบรวม 7 โครงการ ขนาด 240 ไร่ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้อยู่อาศัยและชุมชนโดยรอบ และ ที่สำคัญในการสร้างความพร้อมในส่วนองค์กร บริษัทได้ร่วมกับบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำ Slingshot Group เพื่อปรับวัฒนธรรมองค์กรให้รองรับการเติบโตภายใต้บริบทที่มุ่งสู่การเป็น Living Solutions Provider ที่ช่วยตอบโจทย์การใช้ชีวิตในโลกปัจจุบัน

                 ผลการดำเนินงานในปี 2561 บริษัทมีรายได้รวม 15,647 ล้านบาท และรายได้จากการดำเนินงาน 15,616 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 25 และ 25 ตามลำดับเมื่อเทียบกับปี 2560 โดยแบ่งสัดส่วนได้เป็นรายได้จากธุรกิจพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยร้อยละ 95 และจากธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่าและบริการ ร้อยละ 5 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,782 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 11.4 ของรายได้รวม และเติบโตจากปี 2560 ร้อยละ 42 มีกำไรต่อหุ้น เท่ากับ 0.4263 บาท โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 บริษัทและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมและหนี้สินรวมเท่ากับ 42,574 ล้านบาท และ 26,369 ล้านบาทตามลำดับ โดยปี 2561 มีโครงการที่เปิดขายทั้งหมดรวม 57 โครงการ มูลค่ารวม 54,835 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการเปิดใหม่รวม 18 โครงการ มูลค่า 18,135 ล้านบาท

                 ภายใต้การดำเนินธุรกิจที่มุ่งการเติบโตอย่างยั่งยืน และ ยึดมั่นในหลักบรรษัทภิบาล ความรับผิดชอบที่ดีต่อสังคมและชุมชน ปี 2561 บริษัทได้รับ 3 รางวัลอันทรงเกียรติจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้แก่

                 1) รางวัล SET Sustainability Awards 2018 ประเภทรางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านความยั่งยืนดีเด่น ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับการยกย่องให้เป็นต้นแบบด้านความยั่งยืน และเป็นรางวัลเดียวในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดระหว่าง 10,000 – 30,000 ล้านบาท

                 2) รางวัล Thailand Sustainability Investment 2018 (THSI) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เป็นรางวัลสำหรับบริษัทที่จัดอยู่ในกลุ่ม “หุ้นยั่งยืน” ซึ่งมีความโดดเด่นด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลผ่านเกณฑ์มาตรฐาน

                 3) รางวัลดีเด่น ประเภทบริษัทจดทะเบียนด้านนักลงทุนสัมพันธ์ จากงาน SET Awards 2018 โดยเป็น 1 ใน 5 บริษัทของกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดระหว่าง 10,000 – 30,000 ล้านบาท

                 พร้อมกับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจอื่นๆ ได้แก่ รางวัลรายงานความยั่งยืน ประจำปี 2561 ประเภท Recognition จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ร่วมกับ สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย และสถาบันไทยพัฒน์ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้มีการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานด้าน Environment Social Governance

                 ความสำเร็จที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มาจากแรงสนับสนุนของทุกๆฝ่ายที่ทำให้บริษัทบรรลุเป้าหมายเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ในนามของบริษัทเอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ขอขอบคุณทุกท่านทุกภาคส่วนเป็นอย่างสูงที่ให้ความเชื่อมั่น ไว้วางใจ การสนับสนุนและความร่วมมือด้วยดีในการดำเนินงานของบริษัท ทั้งท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้า สถาบันการเงิน บริษัทคู่ค้าทางธุรกิจ รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ผู้บริหารและพนักงานทุกคนที่มีส่วนร่วมก้าวไปด้วยกันอย่างมั่นคงตลอดไป