ข่าวดีปี 2563 วงการอสังหาฯ
Research and Knowledge . 04 กุมภาพันธ์ 2020

ในปี 2562 ที่ผ่านมา การออกมาตรการ LTV นับเป็นเหตุการณ์ใหญ่ที่สุดที่สะเทือนวงการอสังหาฯ อย่างมากส่งผลทำให้ตัวเลขการเติบโตของธุรกิจนี้ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง เกิดผลกระทบทั้ง Developer และผู้บริโภคที่มีภาระเพิ่มในการหาเงินดาวน์บ้าน แต่สำหรับในปี 2563 นี้เรายังพอมีข่าวดีของวงการอสังหาฯ ให้โล่งใจกันบ้างครับ แต่ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ มาตรการ LTV กันก่อนว่าคืออะไร แล้วหลังจากประกาศใช้มาตรการดังกล่าวแล้ว ตลาดอสังหาฯ ยังดีอยู่หรือไม่ แล้วข่าวดีของปีนี้มีอะไรบ้าง มารู้จักพร้อมๆ กันเลยครับ

มาตรการ LTV คืออะไร?

มาตรการ LTV หรือ Loan to Value คือ มาตรการที่เข้ามาควบคุมการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย เป็นการจำกัดกลุ่มที่ต้องการกว้านซื้ออสังหาฯ เพื่อเกร็งกำไร โดยเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มที่ต้องการซื้อบ้านเพื่อการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง สำหรับผู้ที่ซื้อบ้านหลังแรกจะยังใช้หลักเกณฑ์เดิมคือสามารถกู้ได้ 100% แต่จะมีการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อสำหรับผู้ที่ซื้อบ้านหลังที่ 2 และ 3 หรือบ้านที่มีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไป ทำให้ไม่สามารถกู้กับธนาคารได้ไม่เต็มวงเงิน และต้องมีการวางดาวน์อย่างน้อย 20% ของมูลค่าบ้านด้วย

การเปลี่ยนแปลงธุรกิจอสังหาฯ หลังมาตรการ LTV ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งหลังจากประกาศใช้มาตรการ LTV เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2562 ภาคอสังหาฯ เริ่มมีการส่งสัญญาณไม่ดี ตัวเลขการเติบโตชะลอตัวลง เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากข้อมูลศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เผยตัวเลขในช่วงไตรมาส 2 ปี 2562 ระบุที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จใหม่ (กทม. – ปริมณฑล) 23,517 หน่วย ลดลง 14.55% ด้านตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย (กทม.-ปริมณฑล) 121,368 ล้านบาท ลดลง 16.47% ขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัยทั่วไปปล่อยใหม่ทั่วประเทศ 155,196 ล้านบาท ลดลง 9.8%

กระทบไปถึงครึ่งปีแรก 2562 โดยที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จใหม่ (กทม. – ปริมณฑล) 47,637 หน่วย ลดลง 14.6% ด้านตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ่ที่อยู่อาศัย (กทม. – ปริมณฑล) 254,315 ล้านบาท ลดลง 16.5% ขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัยทั่วไปปล่อยใหม่ทั่วประเทศ 314,068 ล้านบาท ลดลง 3.4%

เมื่อภาคอสังหาฯ ซบเซาทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจได้รับผลกระทบตามไปด้วย ทำให้ในปีนี้อาจมีการทบทวนผ่อนปรนมาตรการ LTV เพื่อเป็นการกระตุ้นตลาดอสังหาฯ อีกครั้งหนึ่ง โดยกระทรวงการคลังได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีความเป็นไปได้ที่จะทำให้ผู้ที่ซื้อบ้านหลังที่ 2 กลับไปใช้เกณฑ์บ้านหลังแรกเหมือนเดิม คือไม่ต้องวางเงินดาวน์ขั้นต่ำ 20% แต่สำหรับการซื้อบ้านหลังที่ 3 ขึ้นไปนั้น อาจจะไม่มีการผ่อนปรนแต่อย่างใดครับ

นอกจากนี้รัฐบาลยังมีการสนับสนุนต่อเนื่องกับโครงการบ้านดีมีดาวน์ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการซื้อบ้านใหม่ (ไม่เป็นบ้านมือสอง)  มีสิทธิ์ลงทะเบียนรับเงินดาวน์คืน 50,000 บาท ไม่จำกัดวงเงินของบ้าน ทั้งนี้ผู้ที่เข้าหลักเกณฑ์ ต้องเป็นผู้อยู่ในระบบฐานภาษีอากรของกรมสรรพากรที่มีเงินพึงได้ประเมินในปี 2561 ไม่เกิน 1.2 ล้านบาท/ต่อปี โดยเป็นการยื่นกู้ใหม่ไม่ใช่การรีไฟแนนซ์ และได้รับอนุมัติสินเชื่อและจดจำนอง แล้วเสร็จตั้งแต่วันที่ 27 .. 2562 แต่ไม่เกินวันที่ 31 มี.. 2563

ปิดท้ายกับอีกหนึ่งมาตรการที่จะมาลดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนการโอนจากเดิม 2 % เหลือร้อยละ 0.01% และลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์จากเดิม 1% เหลือ 0.01% นับเป็นมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ที่ต่อเนื่องมาจากปีที่แล้วจนถึงปีนี้ ซึ่งน่าสนใจอยู่ไม่น้อย โดยมาตรการนี้จะช่วยลดภาระให้กับผู้ซื้อที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท และไม่จำเป็นต้องเป็นบ้านหลังแรก แต่หากเป็นการรีไฟแนนซ์หรือบ้านมือสอง อันนี้จะไม่เข้าหลักเกณฑ์ของโครงการ การลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนจากเดิม 2% เหลือ 0.01% หรือลดจดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์จาก 1% เหลือ 0.01% ระยะเวลาโครงการตั้งแต่ 2 .. 2562 – 24 .. 2563

ภายในปีนี้หากวงการอสังหาฯ มีข่าวความเคลื่อนไหว หรือมีมาตรการดีๆ เกี่ยวกับบ้านและคอนโดฯ ทาง SC Asset ไม่พลาดที่จะนำข่าวมาอัปเดตกันอีกครับ

  • Share :