บ้านเย็น นอนสบาย ด้วย 5 เทคนิคสยบความร้อนภายในบ้าน
Inspiration . 07 พฤษภาคม 2019

พอถึงหน้าร้อนเมื่อใด เชื่อว่าวิธีคลายร้อนของหลายคนคือ การนอนตากแอร์อยู่กับ บ้าน แต่ด้วยสภาพอากาศเมืองไทยในปัจจุบันที่ร้อนขึ้นกว่าในอดีตมาก ทำให้ในบางวันความร้อนอาจพุ่งสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ต่อให้กระหน่ำเปิดแอร์เพิ่มความเย็นไปเท่าใดก็ยังไม่ทำให้หายร้อนได้ ซึ่งสิ่งที่ตามตอนสิ้นเดือนคือบิลค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นจนหลายคนกุมขมับ ยิ่งเป็น บ้านหรู หลังใหญ่ ยิ่งต้องจ่ายแพงมากกว่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องยอมจ่ายเพราะทนความร้อน ไม่ไหว แต่รู้หรือไม่ว่าจริงแล้วมีเทคนิคง่าย ที่ช่วยคลายความร้อนช่วยให้อยู่ใน บ้าน ได้สบาย ไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์หรือออกไปเดินช้อปปิ้งให้เปลืองเงิน ซึ่งจะมีวิธีไหนบ้างนั้นมาดูกันเลย

เทคนิคที่ 1 : เลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ช่วยลดความร้อน

ภาพโดย Pexels จาก Pixabay

ส่วนแรกที่ควรให้ความสนใจเป็นอันดับหนึ่งคือ ส่วนหลังคา ซึ่งเป็นจุดที่ต้องรับแสงแดดโดยตรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้อาจมีความร้อนสะสมและนำความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้ง่าย ดังนั้นในการสร้างหรือเลือกซื้อ บ้าน ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าช่างได้พิจารณาเลือกใช้วัสดุหลังคาที่ช่วยลดและป้องกันความร้อนที่เหมาะสม สำหรับความลาดเอียงของหลังคาที่เหมาะสมจะอยู่ที่ประมาณ 35-45 องศา ส่วนสีที่ควรใช้คือ โทนสีสว่างเพราะดูดความร้อนได้น้อยกว่าโทนสีเข้ม นอกจากนั้นอาจเสริมด้วยฉนวนกันความร้อนและแผ่นสะท้อนความร้อนที่ใต้หลังคาเพื่อช่วยลดความร้อนอีกทาง อย่างไรก็ตามการเลือกวัสดุสำหรับทำฝ้าภายในก็สำคัญไม่น้อย แนะนำว่าควรเลือกฝ้าที่กันความร้อนได้ดีและมีค่าการนำความร้อนต่ำ เพราะจะช่วยทำให้เย็นลงได้ โดยทำหน้าที่ช่วยกันความร้อนจากโถงหลังคาและมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นเมื่อทำงานร่วมกับฉนวนกันร้อนใต้หลังคาและแผ่นสะท้อนความร้อน ลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศลงได้ถึง 23% – 45% สำหรับส่วนอื่น เช่น ผนังก็ควรใช้เป็นอิฐมวลเบาเพราะกันความร้อนได้ดีกว่าอิฐมอญได้ 4-8 เท่า ในขณะที่พื้นบ้านชั้นล่างให้เลือกปูเป็น กระเบื้องเซรามิก กระเบื้องพอร์ชเลน กระเบื้องดินเผา หินอ่อน หรือหินแกรนิต ซึ่งเป็นวัสดุที่ช่วยระบายความร้อนได้ดีและเร็ว รวมถึงให้ความรู้สึกเย็นทุกครั้งที่เท้าสัมผัสกับพื้น 

เทคนิคที่ 2  ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างภายนอก เพื่อช่วยกันแสงแดดส่องและกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน

ภาพโดย Stefan Schweihofer จาก Pixabay

ตัวอย่างเช่น เลือกใช้ฝ้าชายคาที่มีรูหรือช่องระบายอากาศ เพื่อช่วยระบายความร้อนที่สะสมใต้โถงหลังคาและรับลมจากภายนอกเข้ามาภายในบ้านได้ง่าย เป็นการช่วยหมุนเวียนอากาศภายใน รวมทั้งควรติดตั้งกันสาดที่ทำจากวัสดุไม่สะสมความร้อน ในด้านที่แสงแดดส่องโดยตรง

เทคนิคที่ 3  ใช้ผ้าม่านช่วยลดความร้อน

ภาพโดย Pexels จาก Pixabay

สำหรับประโยชน์ของผ้าม่านนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้แสงแดดส่องมากเกินไปในเวลากลางวัน ซึ่งแนะนำว่าควรเลือกเป็นผ้าม่านกันแสงหรือผ้าม่านแบล็คเอาท์ (Blackout) ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันและกรองแสงได้มากกว่า 90% อย่างไรก็ตามผ้าม่านชนิดนี้เหมาะสมกับบางห้อง อย่างเช่น ห้องนอน แต่ถ้าเป็นห้องที่ต้องการแสงสว่างอย่างห้องนั่งเล่น ควรเลือกใช้เป็นผ้าม่านที่ทำมาจากผ้าฝ้ายหรือผ้าลินินแทน เพราะนอกจากจะทนความร้อนแล้วยังระบายความร้อนได้ดีอีกด้วย แต่หากเป็นที่อยู่อาศัยที่เน้นติดตั้งกระจก เช่น คอนโด หรือ โฮมออฟฟิศ แนะนำว่าให้ฟิล์มกรองแสงเพื่อช่วยลดความร้อนโดยไม่บดบังทัศนียภาพภายนอก

เทคนิคที่ 4 เลือกและลดการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า

ภาพโดย JamesDeMers จาก Pixabay

สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ควรเลือกใช้คือ พัดลมเพดาน เพราะช่วยหมุนเวียนอากาศได้ดีและเร็วกว่าพัดลมตั้งพื้นหรือเครื่องปรับอากาศ ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องเปลี่ยนคือ หลอดไฟ หากไม่อยากให้ บ้าน ร้อนมากจนเกินไปก็ไม่ควรใช้หลอดไส้ที่มีอัตราการคายความร้อนสูงถึง 100 – 400 องศาเซลเซียส แต่เลือกใช้เป็น หลอดตะเกียบ หลอดผอม หรือหลอด LED แทน ซึ่งนอกจากจะไม่สร้างความร้อนแล้วยังช่วยประหยัดไฟด้วย แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในลดการความร้อนในบ้าน คือ อย่าทำให้บ้านร้อนมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณห้องครัวแบบไทยที่เป็นห้องปิดทึบ ถ้าทำอาหารที่ต้องใช้ความร้อนเป็นเวลานาน อย่างเช่น การปิ้ง หรือ การย่าง จะทำให้ความร้อนหมุนเวียนมากขึ้น ดังนั้นหากจำเป็นต้องทำอาหารประเภทนี้ควรย้ายไปทำที่บริเวณนอกบ้านหรือบริเวณพื้นที่โล่ง   แทน

เทคนิคที่ 5 เทคนิคที่ห้าซึ่งเป็นวิธีลดความร้อนที่ยั่งยืนที่สุดนั้นคือ  การเพิ่มพื้นที่สีเขียวรอบ บ้านและภายในบ้าน

วิธีลดความร้อนที่ยั่งยืนที่สุดคือ การมีต้นไม้รอบบ้านจะช่วยให้บ้านเย็นขึ้นเพราะให้ความร่มรื่นและช่วยเป็นร่มเงาเพื่อป้องกันแสงแดด ซึ่งหากเป็น บ้าน ที่มีพื้นดินและพื้นที่จำนวนมากก็สามารถปลูกต้นไม้ใหญ่ ตัวอย่างเช่น สาลิกาลิ้นทอง วาสนา  ขนุน หูกระจง หรือจามจุรี ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด  แต่หากเป็นที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่น้อยอย่าง ทาวน์โฮม หรือ คอนโด ก็อาจเลือกเป็นต้นไม้ที่สามารถปลูกในบ้านมาช่วยลดความร้อนหรือทำมุมสวนแนวตั้งไว้ที่มุมหนึ่งด้วยต้นไม้ต้นเล็กหรือปลูกไม้เลื้อยเกาะไปตามผนังบ้านหรือแนวระเบียง ซึ่งถึงแม้จะช่วยลดความร้อนได้ไม่มากเท่ากับต้นไม้ใหญ่ แต่การมีพื้นที่สีเขียวในบ้านก็ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้คนที่อยู่อาศัยได้ไม่น้อย

จะเห็นได้ว่าวิธีการลดความร้อนให้ บ้าน นั้นไม่ใช่เรื่องยาก ซึ่งแต่ละเทคนิคที่แนะนำนั้นสามารถทำได้ง่าย แม้ว่าจะทำได้ไม่ครบทุกข้อ เนื่องจากลักษณะที่อยู่อาศัยแต่ละรูปแบบล้วนมีข้อจำกัดสำหรับหน้าร้อนที่จะมาถึงนี้ แน่นอนว่าอุณหภูมิที่สูงระอุย่อมสร้างความหงุดหงิดให้กับผู้อยู่อาศัยได้ ซึ่งถ้าต้องการลดดีกรีความร้อนของอุณหภูมิลง ก็สามารถทำได้ด้วยเทคนิคเหล่านี้แล้วไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับที่อยู่อาศัยของคุณ รับรองเลยว่านอกจาก บ้าน ของคุณจะเย็นสบายอยู่ได้ทั้งวันโดยไม่ต้องเปิดแอร์แล้ว ยังเป็นการช่วยลดการใช้พลังงาน ประหยัดเงินในกระเป๋าได้อีกหลายบาทแน่นอน

  • Share :