พร้อมมั้ย? ถ้าฝุ่นละออง PM 2.5 กลับมาอีกครั้ง
Research and Knowledge . 19 เมษายน 2019

หากถามถึงสถานการณ์ที่ชาวมหานครคุ้นชินที่สุดในตอนนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เริ่มต้นตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค. ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าฝุ่นที่เรากำลังพูดถึงอยู่ตอนนี้เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วครับว่า มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือเล็กกว่า 1 ใน 25 ส่วนของเส้นผ่าศูนย์กลางเส้นผมนั่นเอง และสิ่งที่แย่ก็คือสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ถุงลมในปอด และกระแสเลือกได้โดยตรง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคปอด อัลไซเมอร์ รวมไปถึงเสี่ยงต่อการแท้งลูกหรือคลอดก่อนกำหนด แต่ไม่ว่าฝุ่นละอองนี้จะน่ากลัวแค่ไหน ชาวกรุงเทพทุกคนก็ยังต้องใช้ชีวิตประจำวันร่วมกับฝุ่นละอองนี้อย่างเลี่ยงเช่นกัน

แม้ว่าตอนนี้สถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 จะดีขึ้น แต่เราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าฝุ่นละอองนี้จะกลับมาเยือนเราอีก เมื่อไร เพราะเมื่อไรก็ตามที่อากาศปิด ลมสงบ นั่นคือสัญญาณเตือนว่ากรุงเทพกำลังจะถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นละออง PM 2.5 อีกครั้ง เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว SC Asset จึงอยากจะพาทุกคนไปดูแนวทางการใช้ชีวิตอย่างไรเพื่อให้เราอยู่รอดภายใต้สถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 นี้ ในเมื่อไม่สามารถหนีไปจากฝุ่นละอองนี้ได้ เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างปลอดภัยครับ

1) เช็กค่าอากาศ

ก่อนอื่นเลยก็คือการเช็กค่าอากาศในแต่ละวันเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นเสียก่อน ซึ่งนอกจากจะติดตามสถานการณ์จากสำนักข่าวต่างๆ ได้แล้ว เรายังสามารถตรวจเช็กค่าอากาศได้ด้วยตัวเองผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชันต่อไปนี้ครับ

แอปพลิเคชัน

1) AirVisual : รายงานคุณภาพอากาศจากสถานีตรวจวัดมากกว่า 9,000 แห่ง

2) Air4Thai : รายงานดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทยจากกรมควบคุมมลพิษ

3) Air Quality: Real time AQI : รายงานคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์

4) Plume Air Report : รายงานระดับมลพิษทางอากาศจากทั่วโลกแบบเรียลไทม์

เว็บไซต์

1) เว็บไซต์ Air4Thai รายงานสถานการณ์และคุณภาพอากาศจากกรมควบคุมมลพิษ
2) เว็บไซต์ Real-time Air Quality Index (AQI) นำเสนอโดยโครงการ World Air Quality Index เป็นการวัดดัชนีคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์

2) สวมหน้ากากอนามัย

เมื่อรู้ถึงระดับค่าฝุ่นในแต่ละพื้นที่แล้ว สิ่งที่ทุกคนต้องเตรียมให้พร้อมเมื่อต้องออกเดินทางออกนอกบ้านก็คือหน้ากากอนามัยครับ ซึ่งก่อนหน้านี้มีหลายคนออกมาโอดครวญจำนวนมากเมื่อไม่สามารถหาซื้อหน้ากากอนามัยแบบ N95 ที่มีคุณสมบัติป้องกัน PM 2.5 ได้ดีที่สุดได้

ล่าสุดคณะสาธารณสุขจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงได้ออกมาแนะนำว่าเราสามารถใช้เพียงหน้ากากอนามัยธรรมดาก็สามารถป้องกันฝุ่นละอองได้ โดยผ่านการทดสอบแล้วว่าวิธีดังต่อไปนี้สามารถป้องกัน PM 2.5 ได้ดีเช่นกัน ซึ่งหน้ากากที่มีคุณสมบัติป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 ได้ดีที่สุดก็คงต้องเป็นหน้ากากอนามัย N95 แต่สำหรับคนที่มีหน้ากากอนามัยแบบธรรมดาก็ใช่ว่าจะใช้ไม่ได้นะครับ เพราะการใช้กระดาษทิชชู่เข้ามาเสริมหรือใส่หน้ากากอนามัย 2 ชิ้นก็จะช่วยเสริมให้ประสิทธิภาพการป้องกันฝุ่นดีขึ้นเช่นกัน เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือการที่เราไม่มีการป้องกันใดๆ เลย

3) ดื่มน้ำให้บ่อย

การใส่หน้ากากอนามัยคือการป้องกันที่ดีที่สุดในยามที่เราต้องออกไปเผชิญกับฝุ่นภายนอกบ้าน แต่ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงมากก็ใช่ว่าฝุ่นละอองจะไม่สามารถเล็ดลอดผ่านช่องว่างของหน้ากากอนามัยเข้ามาได้ ดังนั้นอีกวิธีที่จะช่วยเราได้ก็คือ การดื่มน้ำนั่นเอง

ปกติการดื่มน้ำบ่อยๆ ก็มีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่แล้วครับ ซึ่งการดื่มน้ำที่เพียงพอต่อร่างกายนั้น เราควรดื่มให้ได้ 8-10 แก้วต่อวัน แต่ในสถานการณ์เช่นนี้การดื่มน้ำให้เยอะขึ้นอีกก็จะยิ่งส่งผลดีต่อสุขภาพ เพราะการที่ร่างกายได้รับฝุ่นเข้ามาทางระบบหายใจในแต่ละวันนั้น การดื่มน้ำจะช่วยป้องกันภาวะเลือดข้นหนืดที่เสี่ยงต่อการหลอดเลือดในสมองจะตีบตันได้ ดังนั้นใครที่ดื่มน้ำน้อยควรเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันของตัวเองเสียใหม่นะครับ ลองหันมาดื่มน้ำให้เยอะขึ้นเพื่อสุขภาพที่ดีกันครับ

4) ปิดประตูหน้าต่าง

นอกจากการป้องกันนอกสถานที่แล้ว อย่าเพิ่งย่ามใจไปครับว่าภายในบ้านที่เราอยู่จะปลอดภัยจากฝุ่นละออง PM 2.5 เพราะแม้แต่การนั่งขับรถยนต์แม้ว่าเราจะอยู่ภายในห้องเครื่องที่มีแอร์เย็นๆ แต่ก็ใช่ว่าเราจะหลบฝุ่นร้ายนี้พ้น เมื่อทั้งเราวันต้องใช้ชีวิตอยู่กับการเผชิญฝุ่นละอองแล้ว เมื่อกลับมาบ้านเราต่างก็ต้องโหยหาอากาศบริสุทธิ์ และสิ่งที่กำลังเป็นที่ต้องการของคนเมืองมากที่สุดตอนนี้ก็เห็นจะเป็นเครื่องฟอกอากาศที่กลายเป็นสินค้าขาดตลาดไปแล้วไม่ว่าแบรนด์ไหนก็ตาม

แต่ความเป็นจริงแล้วเครื่องกรองอากาศจะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพกับขนสัตว์หรือละอองเกสรดอกไม้ที่ปลิวอยู่ในอากาศมากกว่าไรฝุ่น ส่วนการกรองฝุ่นละออง PM 2.5 นั้นจะต้องใช้ไส้กรองที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งราคาก็จะสูงตามไปด้วย ดังนั้นแนวทางป้องกันที่ดีในยามอยู่บ้านก็คือการปิดประตูหน้าต่างนั่นเองครับ

5) งดออกกำลังกายกลางแจ้ง

การรักสุขภาพเป็นเรื่องที่ดีครับ แต่ในสถานการณ์ฝุ่นร้ายเช่นนี้ การออกกำลังกายจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรต้องตระหนักให้มากขึ้น โดยเฉพาะการออกกำลังกายกลางแจ้ง เพราะพื้นที่โล่งแจ้งคือพื้นที่อันตรายที่เต็มไปด้วยฝุ่นละออง PM 2.5 และรู้กันหรือไม่ครับว่า การที่ร่างการเราเหนื่อยจากการออกกำลังกายจะยิ่งทำให้เรามีโอกาสรับเอาเอาฝุ่นละอองเข้าไปเต็มๆ โอกาสแพร่กระจายเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ถุงลมในปอด และผ่านเข้าสู่กระแสเลือดไปยังอวัยวะต่างๆ ก็จะมากกว่าคนปกติครับ

ซึ่งก่อนหน้านี้มีบางกลุ่มที่แก้ปัญหาการออกกำลังกายกลางแจ้งด้วยการใส่หน้ากาก N95 ระหว่างออกกำลังกายไปด้วย แต่นั่นคือสิ่งที่ทำให้ทางการแพทย์ต้องรีบออกมาเตือนทันที เพราะการกระทำเช่นนี้จะทำให้ร่างกายเราต้องหายใจแรงขึ้น เร็วขึ้น จนส่งผลให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดทำงานหนักมากขึ้น จนอาจเป็นอันตรายแก่ชีวิตได้ครับ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดจึงควรงดการออกกำลังกายกลางแจ้งไปก่อนจะดีกว่า

6) งดสูบบุหรี่

สุดท้ายนี้สิ่งใกล้ตัวที่หลายคนกำลังมองข้ามก็คือภัยของการสูบบุหรี่ครับ ตอนนี้ดูเหมือนว่าบุหรี่จะไม่ได้อันตรายต่อร่างกายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะล่าสุดคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัย Kansas จากสหรัฐอเมริกา ออกมาชี้ว่าบุหรี่ก่อให้เกิดฝุ่นละออง PM 2.5 ได้สูงถึง 19,972 มคก./มล. โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าที่ปัจจุบันผู้คนหันมาใช้กันเยอะมาก

นอกจากการสูบบุหรี่จะเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองนี้แล้ว อันตรายที่ร่างกายจะได้รับในสถานการณนี้ก็จะคูณสองเข้าไปด้วยเช่นกันครับ เพื่อสุขภาพของเราเอง และเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดการก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นละออง การงดสูบบุหรี่จึงเป็นสิ่งที่เราควรร่วมมือกันครับ

7) คนกลุ่มเสี่ยงควรงดออกนอกบ้าน

สำหรับกลุ่มคนที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้ก็คือผู้สูงอายุ เด็ก สตรีมีครรภ์ และคนที่มีโรคประจำตัวอย่างโรคทางเดินหายใจ โรคเยื่อบุตาอักเสบ โรคผิวหนัง รวมไปถึงโรคหัวใจและหลอดเลือดครับ เพราะคนกลุ่มนี้ถือว่าเป็นกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดโรคที่มีผลมาจากฝุ่นละออง PM 2.5 ได้มากกว่าคนปกติทั่วไป

ดังนั้นด้วยสถานการณ์เช่นนี้ โดยเฉพาะในวันที่ค่าของฝุ่นอยู่ในระดับที่มีผลต่อสุขภาพ สิ่งที่จะทำให้เราปลอดภัยจากฝุ่นร้ายนี้ได้ดีที่สุดก็คือการงดออกไปในที่โล่งแจ้ง โดยเฉพาะกลุ่มคนเสี่ยงที่ควรงดการออกจากบ้านเพื่อลดการเผชิญกับฝุ่นละอองโดยตรงครับ

8) หากมีอาการให้รีบพบแพทย์

ท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่ทุกคนจะต้องหมั่นเช็กอยู่เสมอก็คือสุขภาพของตัวเองว่ามีอาการแสบตา เจ็บคอ หรือมีอาการผิดปกติใดๆ หรือไม่ หากพบว่ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายโดยเฉพาะเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ควรรีบพบแพทย์ทันทีครับ และหากใครที่มีข้อสงสัยด้านการปฏิบัติตัวเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพในสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 นี้ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขต่อไปนี้ครับ

1) สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

2) สายด่วนกรมอนามัย 0-2590-4359

3) สายด่วนกระทรวงสาธารณสุข 1669

เพราะเราเองไม่มีทางรับรู้ได้ว่าฝุ่นละออง PM 2.5 จะหายไปเมื่อไร? หรือเมื่อหายไปแล้วจะกลับมาอีกหรือไม่? ทั้งทางรัฐบาล เอกชน และอีกหลายๆ หน่วยงานต่างก็ออกมาช่วยกันหาทางแก้ไขกันอย่างจริงจัง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อีกหนึ่งคนที่จะสามารถช่วยได้ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือตัวเราเองครับ ลดการกระทำที่จะเป็นต้นเหตุอันก่อให้เกิดฝุ่นร้ายนี้ และป้องกันตัวเองเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถใช้ชีวิตภายใต้ฝุ่นละออง PM 2.5 ได้แล้วครับ

 

  • Share :