เทรนด์ Organic Living
Inspiration . 20 เมษายน 2019

ไม่ว่าโลกจะหมุนเร็วจนปัจจุบันนี้เกิดเทรนด์ต่างๆ มากมายสักเท่าไรก็ตาม แต่เทรนด์ที่ไม่เคยหมุนหาย ไปตามกาลเวลาเลยก็คือเรื่องของ “ธรรมชาติ” เพราะยิ่งโลกเราหมุนเร็วมากเท่าไรก็ดูเหมือนว่าผู้คนจะยิ่งหันหน้าเข้าหา ธรรมชาติมากขึ้น ยิ่งเมืองกรุงที่มากไปด้วยฝุ่นและมลพิษเช่นนี้แล้ว จึงไม่แปลกใจเลยครับว่าทำไมเทรนด์ที่มาแรงที่สุด จึงเป็นเทรนด์เกี่ยวกับธรรมชาติอย่าง “Organic Living”

และเมื่อเทรนด์ Organic Living เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งบ้านมากขึ้น วันนี้ SC Asset จึงอยากพาทุกคนไปทำความรู้จักกับการตกแต่งบ้านให้ขยับเข้าใกล้ธรรมชาติกับสไตล์ Organic Living  ให้มากขึ้นกันครับ

Organic Living คืออะไร?

หากพูดถึงคำว่า Organic เชื่อว่าหลายคนคงต้องนึกถึงหลายสิ่งที่เกิดจากธรรมชาติ แน่นอนว่ามันคือสิ่งที่ถูกต้องแล้วครับ แต่จริงๆ แล้ว Organic ก็คือสิ่งที่เกิดจากธรรมชาติหรือแหล่งผลิตที่มีระบบการผลิตปราศจาก สารเคมีที่เป็นอันตรายนั่นเองครับ เมื่อแนวคิดนี้เกิดความแพร่หลายมากขึ้นจึงเกิดเป็นเทรนด์และนำมาสู่การ ประยุกต์ใช้ในงานตกแต่งบ้านที่เรียกกันว่า “Organic Living”

และหากนิยามของคำๆ นี้ให้ลึกกว่าเดิมก็ต้องบอกว่าคำนี้ถูกนิยามขึ้นมาโดยแฟรงก์ ลอยด์ ไรต์ (Frank Lloyd Wright) สถาปนิกชาวอเมริกันที่เป็นผู้ให้กำเนิดการออกแบบบ้านสไตล์ Organic โดยผลงานชิ้นเด่นคือ The Fallingwater House ที่เป็นนิยามชัดเจนของการออกแบบสถาปัตยกรรมโดยหลอมรวมเข้าเป็นเนื้อเดียวกันนั่นเองครับ

ตกแต่งบ้านสไตล์ Organic Living

ก่อนอื่นจะต้องทำความเข้าใจกันอีกสักนิดครับว่าการตกแต่งบ้านสไตล์ Organic Living นั้นไม่ใช่การที่เราจะต้องยกเอาต้นไม้หลากหลายพันธ์เข้ามาไว้ในบ้านเพื่อให้เกิดความร่มรื่นเป็นธรรมชาติ แต่การตกแต่งสไตล์นี้จะเน้นวัสดุที่มีความเป็นธรรมชาติ รวมไปถึงการตกแต่งให้เกิดความเรียบง่าย อยู่สบาย เพราะนี่คือสุนทรียะสำคัญของการตกแต่งบ้านสไตล์ Organic Living นั่นเองครับ

1) แสงและวัสดุจากธรรมชาติ

แสงจากธรรมชาติเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความอบอุ่นให้บ้านได้ดีเลยครับ ซึ่งการออกแบบประตูและหน้าต่างให้สามารถเปิดรับแสงจากธรรมชาติได้นั้นก็เหมือนกับการขยับเข้าใกล้ธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยมเลยครับ นอกจากได้สัมผัสธรรมชาติมากขึ้นยังช่วยประหยัดไฟได้ด้วยครับ

2) Texture เลียนแบบธรรมชาติ

อีกตัวเลือกของการตกแต่งบ้านสไตล์ Organic Living ที่นอกจากแสงและวัสดุธรรมชาติแล้ว การสร้างสัมผัสธรรมชาติด้วยของใช้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เตียง หมอน ผ้าห่ม ที่มี Texture ลวดลายเลียนธรรมชาติ ก็เป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งเช่นกันครับ

3) พื้นไม้เพิ่มความ Organic

อีกหนึ่งความ Organic ที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้สัมผัสกับธรรมชาติมากก็คือพื้นไม้ เพราะการใช้พื้นไม้เป็น ฉนวนที่ทำให้พื้นบ้านไม่สะสมความร้อน ไม่ว่าจะเป็นไม้จริงหรือวัสดุทดแทนอย่างกระเบื้องยางลายไม้หรือลามิเนตก็ได้ เพราะนอกจากจะดูแลง่ายแล้วยังสามารถให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติได้อีกด้วย

4) เน้นสีเอิร์ธโทน

นอกจากพื้นไม้แล้วยังสามารถเน้นไปที่การใช้สีได้ด้วยนะครับ เพราะสีที่เกิดจากธรรมชาติแท้ๆ อย่างสีน้ำตาล เทา หรือขาว ก็สามารถสร้างความผ่อนคลายให้กับบ้านได้ ดังนั้นการดึงสีเอิร์ธโทนมาใช้ ถือเป็นการสร้างสมดุลแห่งความคลายได้เป็นอย่างดีเลยครับ

5) สีเขียวของต้นไม้

และสิ่งที่จะบ่งบอกความเป็น Organic Living ได้อย่างชัดเจนที่สุดก็คือการใช้สีเขียวของต้นไม้นั่นเองครับ ไม่ว่าจะเป็นไม้ยืนต้น ไม้เลื้อย สามารถจัดได้ทั้งบริเวณตัวบ้าน หรือจะใช้ต้นไม้เล็กใส่แจกันตกแต่งไว้ภายในตัวบ้านก็ได้เช่นกันครับ

6) เพิ่มความอบอุ่นด้วยแสงไฟ

ยามกลางวันยังมีสีเขียวของต้นไม้ให้ได้มองเห็น ส่วนยามค่ำคืนสิ่งที่จะมาช่วยให้เราเข้าใกล้ความเป็น ธรรมชาติมากที่สุดก็คือแสงของไฟนั่นเองครับ ซึ่งแสงมีผลต่อความรู้สึกของการอยู่อาศัยค่อนข้างมาก แสงไฟที่สว่างกำลังพอดีช่วยสร้างความรู้สึกสบายใจ หรือจะเป็นโทนแสงอุ่นๆ ก็ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้มากเช่นกันครับ

7) กลิ่นหอมของธรรมชาติ

ปัจจุบันนี้จะเห็นจะได้ว่าเครื่องหอมกลายเป็นส่วนหนึ่งของบ้านไปแล้วครับ เพราะว่าเสน่ห์ของกลิ่นเป็นอีกช่องทางที่จะช่วยปลอบประโลมร่างกายของเราให้คลายจากความเหนื่อยล้าได้ โดยเฉพาะกลิ่นหอมจากธรรมชาติ ดังนั้นการวางเครื่องหอมไว้ตามมุมต่างๆ ของบ้านจะช่วยให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติได้ตลอดเวลาครับ


เพราะความวุ่นวายในเมืองกรุงทำให้ผู้คนเริ่มเรียกร้องหาธรรมชาติมากยิ่งขึ้น แต่การจะพาตัวเองไปสู่ธรรมชาติบางครั้งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ ดังนั้นการเปลี่ยนให้ธรรมชาติเป็นฝ่ายเข้ามาหาเราด้วยการตกแต่งบ้านสไตล์ Organic Living จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ซึ่งโครงการบ้านแบรนด์เวนิว ของ SC Asset เองก็มีการนำสไตล์ Organic Living มาเป็นส่วนหนึ่งเพื่อให้เราและธรรมชาติเข้าใกล้กันมากขึ้น เพราะเมื่อบ้านมีพื้นที่ที่เข้าถึงธรรมชาติได้ง่าย ผู้อยู่อาศัยก็จะค้นพบความสุขได้มากขึ้นนั่นเองครับ

 

 

  • Share :