10 วิธีเช็คบ้านรับหน้าฝน
Research and Knowledge . 27 มิถุนายน 2019

เมื่อประเทศไทยเราเข้าสู่หน้าฝนอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่เพียงแค่การเดินทางออกนอกบ้านเท่านั้นที่เราต้องมีการวางแผนให้ดี แต่ในเรื่องของการดูแลบ้านในช่วงหน้าฝนก็เป็นเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน ซึ่งหลังจากฝนตกนั้นมักเกิดปัญหาตามมาอยู่บ่อยครั้งไป ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมขัง หลังคารั่ว น้ำซึมเข้าบ้าน ซ้ำร้ายไปกว่านั้นก็ยังมีบางครั้งที่ลมกรรโชกแรงจนบ้านเรือนของเราอาจได้รับความเสียหายตามมาด้วย ดังนั้นวันนี้ทาง SC Asset จึงมี “10 วิธีการตรวจเช็คบ้านเพื่อรับหน้าฝน” กันครับ มาดูกันว่ามีวิธีอะไรบ้าง

1. ทำความสะอาดรางน้ำฝน

อย่างแรกเลยก็คือ “รางน้ำฝน” ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในหน้าฝนที่หลายๆ บ้านจะต้องมี ก่อนอื่นเราควรทำความสะอาดรางน้ำฝนภายในบ้านเอาไว้ เพราะช่วงหน้าหนาวและร้อนที่ผ่านมานั้นรางน้ำฝนส่วนใหญ่มักจะพบเศษใบไม้ กิ่งไม้ ที่ไหลลงมากองรวมกันเป็นการปิดกั้นทางเดินของน้ำฝน ซึ่งหากเกิดปัญหาเช่นนี้อาจทำให้น้ำฝนไม่ไหลไปในทางที่ต้องการหรืออาจจุไหลย้อนกลับเข้ามาในบ้านของเราก็เป็นได้

2. สำรวจหลังคา ฝ้า และผนัง

นอกจากรางน้ำฝนแล้วอีก 3 สิ่งที่สำคัญมากก็คือ “หลังคา ฝ้า และผนัง” ที่เราจะต้องตรวจสอบให้ดีว่ามีรอยแตกร้าวหรือรอยรั่วตรงจุดไหนหรือไม่ ซึ่งถ้าหากว่ามีส่วนไหนชำรุดเรามักจะพบร่องรอยเป็นคราบน้ำ หากพบปัญหาเหล่านี้ควรรีบซ่อมให้เร็วที่สุด เพราะหากทิ้งไว้นานอาจมีปัญหาตามมา โดยเฉพาะรอยแตกร้าวของของผนังบ้านที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างบ้านและเกิดผลร้ายตามมาก็เป็นได้

3. อย่าปล่อยให้ท่อระบายน้ำอุดตัน

ปัญหาสำคัญอีกอย่างที่เป็นต้นเหตุให้เกิดน้ำท่วมขังก็คือ “ท่อระบายน้ำอุดตัน” นั่นเองครับ เราควรหมั่นสังเกตให้ดีว่าท่อระบายน้ำภายในบ้านไม่อุดตัน เพราะหากท่อระบายน้ำมักจะมีเศษของใบไม้ หรือโคลนสะสมจนทำให้ท่อระบายน้ำเกิดการอุดตัน เราควรที่จะตักเศษดินโคลนออกจากบ่อหรือท่อเพื่อเป็นทางเดินระบายน้ำ และที่สำคัญอีกส่วนของบ้านคือระเบียงหรือเฉลียงควรที่จะล้างและทำความสะอาดด้วย เพื่อป้องกันการอุดตันของท่อ

4. อันตรายจากพื้น

จริงๆ แล้วเราไม่ควรมองข้ามปัญหาใกล้ตัวอย่าง “พื้นลื่น” ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายกับตัวเราได้ เพราะเมื่อฝนตกแล้วเกิดน้ำท่วมขัง แน่นนอนว่าพื้นที่บริเวณนั้นมักจะมีคราบน้ำ คราบตะไคร่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน และพื้นที่ส่วนนี้จะลื่นเป็นพิเศษ ทางที่ดีเราควรทำความสะอาดพื้นในจุดที่มีคราบน้ำ คราบตะไคร่เพื่อลดอันตรายจากพื้นลื่นในช่วงหน้าฝนด้วยไว้จะเป็นการป้องกันที่ดีกว่าปล่อยทิ้งไว้ครับ

5. ต่อเติมชายคาหรือกันสาด

อีกวิธีที่หลายบ้านทำกันก็คือการต่อเติมชายคาหรือกันสาดนนั่นเองครับ ไม่ว่าจะเป็นการต่อเติมบริเวณประตูบ้าน หน้าต่าง หรือส่วนใดของบ้านที่ได้รับผลกระทบเพราะถูกฝนสาดเข้าไปเป็นประจำ ซึ่งข้อดีของการต่อเติมชายคาหรือกันสาดนั้นไม่เพียงแค่กันฝนได้อย่างเดียว แต่ยังสามารถกันแดดได้ด้วย เป็นประโยชน์ 2 ต่อเลยครับ

6. ย้ายเฟอร์นิเจอร์สนาม

เฟอร์นิเจอร์สนามบางชนิดนั้นก็ไม่เหมาะที่จะถูกฝนบ่อยนัก โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ประเภทไม้ที่หากว่าโดนทั้งแดดและฝนสลับกันเป็นเวลานานเข้าอาจจะเกิดการสึกหรอได้นั่นเอง ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันจึงควรย้ายเฟอร์นิเจอร์สนามเหล่านี้เพื่อหลบฝนในฤดูฝนนี้ หรืออาจจะใช้วิธีการหาผ้าใบมาคลุมเมื่อฝนตกก็ได้เช่นกันครับ ทั้งนี้ก็เพื่อยืดอายุของเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้นั่นเอง

7. ตัด ทอน กิ่งไม้ใหญ่ใกล้บ้าน

บ้านหลายหลังจะมักมีต้นไม้ใหญ่ไว้ให้ความร่มรื่นภายในบริเวณบ้าน แต่สำหรับหน้าฝนนั้นการมีต้นไม้ใหญ่อาจสร้างความกังวลในระดับหนึ่ง แต่ใช่ว่าจะร้ายแรงครับ เพราะเรามีวิธีตรวจเช็คง่ายๆ ด้วยการหมั่นสังเกตกิ่งไม้ที่อาจจะยื่นเข้ามาภายในตัวบ้านหรือยื่นมาติดกับหลังคา โดยเฉพาะกิ่งไม้ใหญ่ๆ เราควรตัด ทอน ให้กิ่งไม้เหล่านี้ไม่เป็นปัญหาในยามฝนฟ้าลมแรงครับ

8. เช็คปลั๊กไฟ โคมไฟ กลางแจ้ง

สำหรับจุดนี้ต้องบอกว่าสำคัญมากครับ โดยเฉพาะบ้านบางหลังที่มีความจำเป็นต้องต่อสายไฟออกไปนอกบ้าน หรือมีปลั๊กไฟอยู่นอกบ้าน จากนั้นต้องไม่ลืมที่จะยกปลั๊กให้อยู่สูงจากพื้นหรือระดับที่น้ำอาจจะท่วมถึง และควรตรวจเช็คระบบไฟฟ้าและบริเวณปลั๊กไฟที่อยู่ในจุดเสี่ยงว่ามีการรั่วของไฟหรือไม่  และทำฝาปิดครอบให้แน่นหนาเพื่อป้องกันละอองน้ำฝน หรือเปลี่ยนไปใช้ปลั๊กแบบที่มีฝาเปิด – ปิด ก็ได้ครับ

9. ซ่อมแซมอุปกรณ์ฟิตติ้ง

สำหรับหน้าฝนประตูหน้าต่างที่ทำจากไม้ส่วนใหญ่จะมีการขยายตัวทำให้ประตูบ้านฝืด และความชื้นจะทำให้อุปกรณ์ฟิตติ้งภายในบ้านของเราเกิดสนิมจนทำให้ฝืดและเกิดเสียงดังได้ หรือแม้แต่รูกุญแจ ลูกบิดก็ใช้งานได้ยากขึ้นเช่นกัน ซึ่งแนวทางแก้เราอาจใช้น้ำมันจักรหรือน้ำมันหล่อลื่นสารพัดประโยชน์มาเป็นตัวช่วยในการแก้ไขความฝืด สนิม และเสียงที่ดังก็ได้ครับ

10. คว่ำภาชนะที่ขังน้ำฝน

และสิ่งสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือการคว่ำภาชนะที่ขังน้ำฝนนั่นเองครับ โดยเฉพาะกระถางต้นไม้ ซึ่งเราควรที่จะตรวจสอบรอบบ้านว่ามีภาชนะที่เราไม่ใช้แต่มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการขังของน้ำหรือไม่ เพราะภาชนะที่ขังน้ำฝนเอาไว้นี่แหละครับที่จะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลาย พาหะนำโรค ที่จะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคไข้เลือดออกได้นั่นเองครับ

และทั้ง 10 ข้อนี้เป็นวิธีการตรวจเช็คบ้านเพื่อรับหน้าฝนที่เรานำมาทุกคนเพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับหน้าฝนไปพร้อมๆ กัน เพราะปัญหาของฟ้าฝนอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่บ้านได้ แต่ถ้าหากว่าเราดูแลบ้านอย่างถูกวิธีก็จะทำให้บ้านเราไม่เกิดความเสียหายและน่าอยู่ยิ่งขึ้นไปอีก และปัญหาเรื่องบ้านหน้าฝนก็จะไม่ใช่ปัญหาของเราอีกต่อไปครับ

  • Share :