4 แบบกันสาด กันร้อน ดีไซน์สวย
Inspiration . 05 มิถุนายน 2019

  

ด้วยสภาพอากาศประเทศไทยที่ร้อนชื้น จึงไม่แปลกใจเลยครับที่ปัจจุบันนี้การสร้างบ้านส่วนใหญ่จะเน้นการออกแบบและตกแต่งบริเวรณชายคาให้ยาวและกว้างเพื่อบดบังแสงแดดและยังป้องกันการสาดของฝนอีกด้วย แต่หลังคาอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอต่อความสะดวกสบายทำให้ “กันสาด” เข้ามามีบทบาทการดีไซน์บ้านมากยิ่งขึ้น ทั้งเรื่องของงบประมาณที่ถูกกว่าการต่อเติมหลังคาโดยตรง ทำให้หลายบ้านนิยมใช้งานกันสาดกันมากขึ้นนั่นเอง

ปัจจุบันนี้กันสาดมีด้วยกันหลายแบบ แต่ที่เป็นที่นิยมจริงๆ นั้นและสามารถเห็นได้ทั่วไปมีไม่กี่แบบ ซึ่งวันนี้เราคัดมาให้ทุกคนได้รู้จักกับ 4 แบบกันสาด กันร้อนได้ และยังดีไซน์สวย มาดูกันครับว่ามีแบบไหนบ้าง

1. แบบมีขายึด

เริ่มกันที่แบบแรกกับกันสาดแบบมีขายึด สำหรับกันสาดชนิดนี้มีทั้งแบบที่พับเก็บได้และแบบที่พับเก็บไม่ได้ แต่ที่กำลังนิยมเลยก็คือแบบพับเก็บได้หรือที่เรียกว่า “Folding Arm System” นั่นเองครับ ซึ่งกันสาดชนิดนี้เหมาะกับบ้านที่มีขนาดระเบียงไม่กว้างมาก ขนาดของกันสาดยาวสูงสุดได้ไม่เกิน 8 เมตร และมีระยะแขนยื่นตั้งแต่ 1.50 – 3.50 เมตร สะดวกเรื่องการใช้งาน เพราะในยามที่แดดออกก็สามารถใช้งานได้ทันที แต่ยามที่ท้องฟ้าสดใสและเราต้องการสัมผัสอากาศโดยตรงก็สามารถพับเก็บได้เช่นกันครับ

2. แบบพับจีบ (เปิด-ปิดได้)

มาต่อกันที่กันสาดแบบที่ 2 ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างกันสาดแบบเปิด – ปิดได้ ชนิดพับจีบหรือที่นิยมเรียกว่าระบบ “Roman System” ที่มีให้เลือกใช้ทั้งระบบที่ควบคุมด้วยมือหมุนและมอเตอร์ไฟฟ้ากันครับ ซึ่งกันสาดชนิดนี้มีจุดเด่นที่แผ่นกันสาดด้านบนที่จะมีลักษณะเป็นแผ่นเป็นริ้วไปตลอดแนวหลังคา สามารถพับเก็บได้ และเปิดโล่งรับแสงธรรมชาติได้เช่นกัน วัสดุที่ใช้ทำแผ่นกันสาดส่วนใหญ่มักเป็นผ้าใบ ซึ่งกันสาดชนิดนี้ส่วนใหญ่แล้วกำลังเป็นที่นิยมและพบเจอได้สำหรับร้านคาเฟ่ แต่สำหรับการนำมาใช้งานภายในบ้านนั้นจะเหมาะบริเวณระเบียงหรือดาดฟ้าครับ

3. แบบม้วนเก็บได้ ชนิดลอยตัว

สำหรับกันสาดแบบม้วนเก็บได้ชนิดลอยตัวหรือที่นิยมเรียกกันว่า “Sail Awning” เป็นผ้าใบที่สามารถม้วนเก็บและกางออกได้ในลักษณะลอยตัว ซึ่งความสะดวกสบายของการใช้งานผ้าใบแบบนี้ก็คือไม่จำเป็นต้องยึดโยงตัวกันสาดไว้กับโครงสร้างหรือตัวอาคาร มีหลากหลายดีไซน์ให้เลือก และยังสามารถควบคุมการเปิด – ปิดได้ทั้งแบบมือหมุนและมอเตอร์ไฟฟ้า ส่วนใหญ่แล้วเหมาะกับการใช้งานในพื้นที่โล่งอย่างริมสระว่ายน้ำ สวนบริเวณบ้าน หรือแม้แต่ริมระเบียงและดาดฟ้าก็ได้เช่นกันครับ

4. แบบมีรางเลื่อน (เปิด-ปิดได้)

มาถึงกันสาดแบบสุดท้ายอย่างกันสาดแบบเปิด – ปิด ชนิดมีรางเลื่อนกันครับ สำหรับกันสาดชนิดนี้มักใช้งานร่วมกับบ้านที่มีผนังหรือหลังคาเป็นกระจกทั้งหมด มีทั้งระบบที่ควบคุมด้วยมือหมุนและมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งบ้านในปัจจุบันนี้มักดีไซน์เป็นกระจกทรงสูงด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้ววัสดุจะทำจากผ้าใบเพราะง่ายต่อการพับเก็บ โดยความพิเศษของกันสาดชนิดนี้ก็คือมีรางเลื่อนอะลูมิเนียมคอยควบคุมการเปิด – ปิด ที่เรียกว่าระบบ “Veranda” หรือ “Patio Type” นั่นเองครับ

สำหรับกันสาดในปัจจุบันนั้นทำมาจากวัสดุที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งทั้งหมดมีคุณสมบัติที่โดดเด่นในเรื่องของความแข็งแรง ทนทานและสวยงาม แต่สำหรับการนำไปใช้งานนั้นจะต้องคำนึงถึงพื้นที่และลักษณะการใช้งานของเราอีกที ซึ่งกันสาดถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พื้นที่การอยู่อาศัยภายในบ้านดูกว้างและมีประโยชน์ โดยเฉพาะร่มเงาของส่วนต่อเติมที่สามารถปรับเป็นมุมการอยู่อาศัยได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นมุมนั่งชิล ระเบียงบ้าน ดาดฟ้า รวมทั้งโรงจอดรถ ดังนั้นกันสาดถือว่าเป็นอีกฟังก์ชันในการต่อเติมบ้านให้สวยงามทันสมัย และน่าอยู่อาศัยอย่างคุ้มค่าในทุกตารางเมตรนั่นเองครับ

  • Share :