BTU แอร์ที่เหมาะกับห้องช่วงหน้าร้อน
Research and Knowledge . 08 มิถุนายน 2019

หน้าร้อนนี้หลายคนอาจกำลังมองหาเครื่องปรับอากาศดีๆ สักเครื่องเข้าบ้านเพื่อมาเป็นผู้ช่วยในการขับความร้อนออกไปและรับความเย็นเข้ามาแทนที่ แต่การจะติดสินใจซื้อเครื่องปรับอากาศนั้นก็ใช่ว่าเราจะสามารถเลือกได้ตามใจเสียเมื่อไร โดยเฉพาะการเลือกเครื่องปรับอากาศที่จะให้มากกว่าความเย็นก็คือเรื่องของการประหยัดไฟ ซึ่งวิธีนี้เราสามารถเช็คได้ง่ายๆ ด้วยการคำนวณ BTU โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนที่เครื่องปรับอากาศจะต้องทำงานหนักมาก การคำนวณ BTU ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อก็ยิ่งสำคัญเช่นกัน

ดังนั้นวันนี้ทาง SC Asset จึงจะพาทุกคนไปรู้จักกับการคำนวณ BTU ของเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับห้องในช่วงหน้าร้อนนี้ว่าต้องอยู่ในระดับใด และต้องคำนวณอย่างไร เราไปดูกันเลยครับ

BTU แอร์คืออะไร?

ก่อนที่เราจะไปคำนวณค่า BTU นั้น เชื่อว่าหลายคนอาจจะต้องมีคำถามว่า BTU คืออะไร? ซึ่งค่า BTU (British Thermal Unit) คือหน่วยวัดปริมาณความร้อน โดยในเครื่องปรับอากาศจะใช้หน่วยวัดเป็น BTU/hr. ยิ่งตัวเลขมากเท่าไร ความสามารถในการสร้างความเย็นก็จะยิ่งมาก และทำความเย็นได้ในพื้นที่ขนาดใหญ่ แต่ในขณะเดียวกัน การที่มี BTU มากก็จะทำให้เครื่องปรับอากาศใช้ไฟมากขึ้นตามไปด้วยนั่นเองครับ

ปัจจัยในการเลือก BTU แอร์ให้เหมาะกับห้อง

ในการเลือก BTU ที่เหมาะสมกับขนาดของตัวห้องนั้น ไม่ใช่การเลือก BTU ให้เยอะนะครับ เพราะขนาดห้องที่เล็กแต่เรากลับเลือกเครื่องปรับอากาศที่ BTU ใหญ่เกินไปก็จะเท่ากับว่าเราได้เสียเงินซื้อเครื่องปรับอากาศราคาแพงเกินจำเป็น ค่าไฟก็แพงโดยเปล่าประโยชน์ หรือในทางตรงกันข้าม หากห้องใหญ่แต่เรากลับเลือกเครื่องปรับอากาศที่ BTU เล็กเกินไปก็จะทำให้ห้องไม่เย็น เปลืองไฟ และเครื่องปรับอากาศทำงานหนักจนพัง ดังนั้นการเลือก BTU ให้เหมาะกับขนาดห้องจะประกอบไปด้วยปัจจัยดังนี้ครับ

1) พิจารณาจากขนาดของห้อง ไม่ว่าจะเป็นหน้าต่างหรือมุมต่างๆ ของห้อง

2) ตรวจสอบทิศทางของห้องด้วยว่าโดนแดดมากน้อยเพียงใด

3) วัสดุหลังและหลังคามีฉนวนกันความร้อนภายในบ้านหรือไม่

4) จำนวนบุคคลที่ใช้งานในห้องนั้นๆ มีประมาณกี่คน

หลังจากรู้ปัจจัยในการเลือก BTU ทั้ง 4 ข้อข้างต้นแล้ว เราไปดูกันครับว่าวิธีคำนวณ BTU นั้นจะยากง่ายเพียงใด

สูตรการคำนวณ BTU

สำหรับเครื่องปรับอากาศแต่ละรุ่นจะมีค่า BTU ต่างกันเริ่มตั้งแต่ 9,000 – 80,000 BTU ซึ่งถือเป็นค่าสูงสุด การเลือกขนาด BTU ตามความเหมาะสมนั้นหลักๆ แล้วเราต้องเลือกตามขนาดของห้อง สามารถคำนวณโดยใช้สูตรต่อไปนี้ครับ

ความแตกต่างแบ่งได้ 2 ประเภท ดังนี้ครับ 

1) 600 – 700 = ห้องที่มีความร้อนน้อยใช้เฉพาะกลางคืน

2) 700 – 800 = ห้องที่มีความร้อนสูงใช้กลางวันมาก

คราวนี้เรามาดูสรุปค่า BTU ของห้องขนาดปกติกับห้องที่ต้องโดนแดดหรือห้องที่มีความร้อนมากกว่าปกติกันครับว่าแตกต่างกันอย่างไร

จากรูปข้างต้นนี้จะเห็นได้ว่า หากเป็นห้องที่ต้องเจอกับแสงแดดเราจะต้องเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีขนาด BTU มากกว่าปกติ อย่างเช่นเครื่องปรับอากาศที่จะต้องติดตั้งภายในห้องครัวที่มีความร้อนจากการประกอบอาหารก็จะต้องใช้เครื่องปรับอากาศที่มีขนาด BTU ใหญ่กว่าปกติด้วยเช่นเดียวกัน

ดังนั้นการจะเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศทั้งทีเราควรเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีขนาด BTU ที่เหมาะสมกับพื้นที่ภายในห้อง แน่นอนว่าห้องปกติกับห้องที่ต้องโดนแดดนั้นย่อมต้องเลือก BTU ที่ต่างกันออกไปเพื่อให้การทำงานของเครื่องปรับอากาศมีประสิทธิภาพที่สุดนั่นเองครับ

  • Share :