Privacy Policy
นโยบายความเป็นส่วนตัว

Consent to Collect, Use and Disclose of Personal Data

Date {{moment().format('DD MMMM YYYY HH.mm')}}

1) The Data Subject as the consent grantor (Mr./Miss/Mrs.) {{firstName}} {{lastName}}

2) Personal Data Controller SC Asset Corporation Public Company Limited (SC),

office located at number 1010 Vibhavadi Rangsit Road, Chatuchak Sub-district, Chatuchak District, Bangkok 10900

3) Purpose of collecting, using or disclosure of personal data

The Data Subject gives consent to SC and affiliated companies to collect, use or disclose the personal data as detailed in the copy of ID card and house registration of the Data Subject, including information concerning income, address, telephone numbers and E-mail or Line ID, or any other information that the Data Subject delivered to and informed SC or affiliated companies in order to use the data for purchasing of houses, land, condominium units and any other products, including using any services related to the business and services of SC or affiliated company, including biological and biometric data, such as photography, motion picture, sound, data relating race, personal beliefs, religion or philosophy, sexual behavior, criminal record, health information, disability, labor union information, genetic information or any other information received by SC or affiliated in any form, or record of verbal interviews, or as given by the Data Subject in the questionnaire or via the electronical means, to collect, use or disclose personal data of the Data Subject for sake of analysis, processing, development and using in the businesses and services of SC or affiliated companies, which could be beneficial for the Data subject and customers. SC will not disclose information with others, except financial institutions which requested by the Data Subject for loan or any other financial institutions for the sake of request for loan by the Data Subject, and SC business partners co-operated in the business of construction, decoration or providing any services participating in businesses of SC and affiliated company. Whereby, the Data Subject allow financial institutions or SC business partners to contact the Data Subject for any purpose in accordance with the objectives of financial institutions and SC business partner, including to offer services and products of financial institutions and SC business partners, including to analysis, research, create statistical data to improve and develop products and services. This also includes sending or transferring personal data to the destination country for all of the above purposes, or disclosure as required by the court or by law.

4) Duration of personal data collection

SC and affiliated companies will collect, use or disclose personal data throughout the period that the data subject is still a member who buy house, land, condominium unit, or any other product, or use the service in SC businesses or affiliated companies, or other cases until the Data Subject withdraws consent.

5) Notice of amendment of data or withdrawal of consent

The Data Subject may notify the amendment of correct personal data or withdrawal of consent at any time by written notice directed to the Company or E-mail: [email protected] or contact via phone at Call Center Number 1749. SC will complete the amendment and withdrawal within 30 days from notification , which the withdrawal of consent of the Data Subject, it may affect the use of services of SC and all related affiliated companies that being used by the Data Subject. The Data Subject will also not receive information concerning personal right and benefits from SC and affiliated company including SC business partners.

6) Contact the personal data officer

Internal Audit Division, Office No. 1010, Floor P13, Vibhavadi Rangsit Road, Chatuchak Sub-district, Chatuchak District, Bangkok 10900

Email: [email protected]

ความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

วันที่ {{moment().locale('th').format('DD MMMM YYYY HH.mm')}} น.

1) เจ้าของข้อมูลผู้ให้ความยินยอม (นาย/นางสาว/นาง) {{firstName}} {{lastName}}

2) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC) สำนักงานเลขที่ 1010

ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

3) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยินยอมให้ SC และบริษัทในเครือ สามารถเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน ของเจ้าของข้อมูลรวมถึงข้อมูลรายได้สถานที่ติดต่อหมายเลขโทรศัพท์ และ E-mail หรือ Line ID หรือข้อมูลอื่นใดที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้มอบ และแจ้งไว้ต่อ SC หรือบริษัทในเครือเพื่อประกอบข้อมูลในการซื้อบ้าน,ที่ดิน,ห้องชุด และผลิตภัณฑ์อื่นใด รวมถึงการใช้บริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง กับธุรกิจและบริการของ SC หรือบริษัท ในเครือ รวมตลอดถึงข้อมูลชีวภาพ ชีวมิติ เช่น ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว เสียง ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ ความเชื่อส่วนบุคคล ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม หรือข้อมูลอื่นใดที่ SC หรือบริษัทในเครือได้รับมาในทุกรูปแบบหรือบันทึก จากการสัมภาษณ์ด้วยวาจา หรือเจ้าของข้อมูลได้ให้ข้อมูลไว้ในแบบสอบถาม หรือทางอิเล็คทรอนิกส์ให้สามารถเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของ เจ้าของข้อมูลเพื่อประโยชน์ ในการวิเคราะห์ประมวลผลพัฒนา และใช้ในธุรกิจและบริการของ SC หรือบริษัทในเครืออันอาจเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของข้อมูลและ ผู้บริโภคได้ โดย SC จะไม่นำข้อมูลไปเปิดเผยให้ ต่อบุคคลอื่น เว้นแต่สถาบันการเงินที่เจ้าของข้อมูลประสงค์จะขอสินเชื่อหรือสถาบันการเงินอื่นใด เพื่อประโยชน์ต่อการขอสินเชื่อของเจ้าของข้อมูล และบริษัทคู่ค้าของ SC ที่ร่วมประกอบธุรกิจในการก่อสร้างตกแต่งหรือให้บริการใดๆ ร่วมในธุรกิจของ SC และบริษัทในเครือโดยยินยอมให้สถาบัน การเงินหรือบริษัทคู่ค้าของ SC สามารถติดต่อเจ้าของข้อมูลเพื่อการใดๆ ได้ตามวัตถุประสงค์ของสถาบันการเงิน และบริษัทคู่ค้าของ SC รวมถึง การเสนอการให้บริการและผลิตภัณฑ์ต่างๆของสถาบันการเงินและบริษัทคู่ค้าของ SC รวมถึงการวิเคราะห์ วิจัยจัดทำข้อมูลทางสถิติเพื่อการปรับปรุงการพัฒนาผลิตภัณฑ์การบริการให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้รวมถึงการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังประเทศปลายทาง เพื่อวัตถุประสงค์ที่กล่าวข้างต้นทั้งหมด หรือเป็นการเปิดเผย ตามอำนาจหมายศาล หรือที่กฎหมายกำหนดให้เปิดเผย

4) ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

SC และบริษัทในเครือจะจัดเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตลอดระยะเวลาที่เจ้าของข้อมูล ยังคงเป็นสมาชิกผู้ซื้อบ้าน,ที่ดิน,ห้องชุด หรือผลิตภัณฑ์อื่นใด หรือใช้บริการในธุรกิจของ SC หรือบริษัทในเครืออยู่หรือในกรณีอื่นๆจนกว่าเจ้าของข้อมูลจะถอนความยินยอม

5) การแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือถอนความยินยอม

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง หรือจะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร ให้บริษัทรับทราบเป็นหนังสือหรือ E-mail: [email protected] หรือโทรศัพท์แจ้งที่ Call Center เบอร์โทร. 1749 โดยการถอนความยินยอมเจ้าของข้อมูล จะมีผลกระทบต่อการใช้บริการของ SC และบริษัทในเครือที่เกี่ยวข้องใน ทุกด้านที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลใช้บริการอยู่ รวมถึงเจ้าของข้อมูลจะไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารอันเป็นสิทธิและประโยชน์ส่วนบุคคลของ SC และบริษัทในเครือ รวมถึงบริษัทคู่ค้าของ SC

6) ติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

สำนักตรวจสอบภายใน สำนักงานเลขที่ 1010 ชั้น P13 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

Email: [email protected]

{{currentLang=='en'? 'Accept': 'ยินยอม'}}

โครงการจะไม่ได้รับข้อมูลของท่าน และจะไม่มีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ ท่านต้องการจะยกเลิกข้อมูลใช่หรือไม่?

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังลงทะเบียนข้อมูลของท่าน

Refinance คืออะไร? ทำความเข้าใจก่อนรีไฟแนนซ์
Research and Knowledge . 24 เมษายน 2019

สำหรับคนมีบ้านที่ผ่อนหมดแล้วหรือยังผ่อนชำระเงินกู้ไม่หมด เชื่อว่าหลายคนคงได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ธนาคารหรือจากคนรอบข้างให้ทำการ  ‘รีไฟแนนซ์บ้าน’ กันมาบ้าง แน่นอนว่าหากเป็นคนที่ไม่เข้าใจเกี่ยวกับการ “รีไฟแนนซ์บ้าน คืออะไร?” พอได้ฟังคำนี้แล้วก็อาจปฏิเสธในทันที เพราะเข้าใจว่าเป็นการสร้างภาระหนี้เพิ่มหรือต้องเสียดอกเบี้ยเพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นยังต้องไปติดต่อกับธนาคารเดิมและธนาคารใหม่เพื่อขอสินเชื่อใหม่ ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นเรื่องยุ่งยากในการเตรียมเอกสารและต้องเสียเวลาดำเนินการหลายวัน  ทำให้ตัดสินใจไม่รีไฟแนนซ์บ้านและยังทนชำระค่าผ่อน บ้าน ในจำนวนเงินต้นและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ตามเงื่อนไขของธนาคารต่อไป ซึ่งเป็นการเสียเงินโดยไม่จำเป็น 

ดังนั้น วันนี้เราจึงมีความหมายและประโยชน์ของการรีไฟแนนท์บ้านมาฝาก รับรองว่าถ้ารู้แล้วหลายคนอาจเปลี่ยนใจรีบเอา บ้าน ไปรีไฟแนนซ์กับธนาคารอย่างแน่นอน เมื่ออ่านบทความนี้จบ

รีไฟแนนซ์บ้าน คืออะไร 

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการรีไฟแนนซ์บ้านไม่ใช่การเพิ่มหนี้ แต่การรีไฟแนนซ์คือการขอกู้เงินสินเชื่อบ้านกับธนาคารใหม่หรือธนาคารเดิมเพื่อนำเงินไปปิดชำระยอดหนี้เพื่อทำให้สัญญาการกู้เงินฉบับเดิมสิ้นสุดลง โดยจุดประสงค์หลักของการรีไฟแนนซ์บ้านคือ ต้องการเปลี่ยนเงื่อนไขสัญญาที่ทำไว้กับธนาคารเดิมให้มีความเหมาะสมกับสภาพคล่องทางการเงินของผู้ขอสินเชื่อมากยิ่งขึ้น เช่น 

  • ต้องการเพิ่มระยะเวลาผ่อนชำระหนี้เพิ่มมากขึ้น
  • ต้องการชำระเงินกู้ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำลงกว่าสัญญาเดิม 
  • ต้องการส่วนต่างของวงเงินกู้มาใช้ประโยชน์ เช่น ปิดหนี้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าร้อยละ 25-28 ต่อปี หรือนำเงินส่วนต่างมาขยายธุรกิจเป็นต้น 

ซึ่งการรีไฟแนนซ์บ้านสามารถนำ บ้าน ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็น คฤหาสน์หรู บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และ คอนโด เพื่อยื่นขอรีไฟแนนซ์ได้

ภาพโดย Bruno Glätsch จาก Pixabay

ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์บ้าน ทำยังไง

1.ตรวจสอบสัญญากู้บ้าน

โดยส่วนใหญ่การรีไฟแนนซ์บ้านมักนิยมทำหลังจากผ่านการผ่อนชำระค่าผ่อนชำระสินเชื่อไปแล้วประมาณ 3 ปี เนื่องจากตอนทำสัญญาสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ปกติธนาคารมักมีโปรโมชั่นอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณ 1 – 3 ปี (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด) แต่หลังจากนั้นธนาคารส่วนใหญ่มักปล่อยอัตราดอกเบี้ยเป็นไปแบบลอยตัว (MLR) หรือ แบบลอยตัวแต่มีส่วนลด (MLR-) ซึ่งค่า Minimum Loan Rate หรือ MLR ของแต่ละธนาคารจะไม่เท่ากัน 

แต่ถึงอย่างนั้นบางคนอาจรีไฟแนนซ์บ้านไม่ได้หลังจากผ่อนชำระไปแล้ว 3 ปี เพราะติดเงื่อนไขในสัญญาเงินกู้เดิมที่ระบุว่า ผู้ขอสินเชื่อสินเชื่อต้องเสียค่าปรับหากรีไฟแนนซ์บ้านก่อนกำหนดที่มีในสัญญา โดยบางสถาบันอาจระบุระยะเวลาไว้นาน 5-7 ปี ซึ่งมักมาพร้อมกับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกเป็นพิเศษตอนทำสัญญากู้สินเชื่อ หรือจูงใจด้วยการฟรีค่าธรรมเนียมในการดำเนินการต่างๆ 

อย่างไรก็ตาม ในแต่ละปีทุกธนาคารจะแข่งขันกันออกโปรโมชั่นลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย เพื่อจูงใจลูกค้าในการนำ บ้าน เข้ามารีไฟแนนซ์กับธนาคาร ซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับลูกค้าเพราะสามารถเลือกธนาคารที่ให้ผลประโยชน์ที่คุ้มค่ามากที่สุดได้ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การพิจารณาสินเชื่อที่เหมาะสมจึงเป็นหัวใจสำคัญของการรีไฟแนนซ์บ้าน

ภาพโดย Nattanan Kanchanaprat จาก Pixabay

 

2.เลือกธนาคารที่ถูกใจ

การเลือกสินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์บ้านนั้นควรพิจารณาจากวงเงินที่ธนาคารอนุมัติ ซึ่งโดยทั่วไปมักปล่อยวงเงินกู้ตั้งแต่ร้อยละ 90 – 100 ของราคาประเมิน บ้าน หรือมากกว่ายอดหนี้เดิมเพื่อให้เหลือส่วนต่างหลังจากปิดยอดหนี้ของสัญญาเงินกู้เดิมที่ทำไว้ และควรมีอัตราดอกเบี้ยต่ำลงกว่าเดิม โดยมีการคิดทั้งแบบลอยตัว แบบคงที่ และแบบผสมหรือแบบปรับคงที่ตามรอบเวลา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของธนาคาร รวมถึงยังให้เวลาผ่อนชำระสินเชื่อเงินกู้นานสูงสุดถึง 30-35 ปี แต่ระยะเวลากู้เงินรวมกับอายุของสินเชื่อต้องไม่เกิน 65 ปี อย่างไรก็ตามผู้ที่ต้องการรีไฟแนนซ์บ้านต้องตรวจสอบสัญญาเดิมก่อนว่าสามารถปิดสัญญากู้สินเชื่อเดิมได้หรือไม่ เพราะหากยังไม่ถึงกำหนดเวลาที่ทำได้ อาจต้องเสียค่าปรับเพิ่ม ทำให้การรีไฟแนนซ์บ้านอาจไม่คุ้มค่า ดังนั้นอาจต้องรอจนพ้นกำหนดของเงื่อนไขเดิมเสียก่อนจึงจะขอรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารได้

 

3.เตรียมเอกสาร

การรีไฟแนนซ์บ้าน มีเอกสารหลายอย่างที่ต้องเตรียม เพราะเหมือนกับการต้องกู้สินเชื่อใหม่กับธนาคารอีกรอบ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเอกสารที่ทางธนาคารขอก็จะคล้ายๆ กัน ดังนั้นไปดูกันว่าต้องเตรียมเอกสารใดบ้าง

  • เอกสารข้อมูลส่วนบุคคล

เอกสารข้อมูลของผู้กู้ เพื่อใช้ยืนยันตัวตนกับธนาคาร

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรราชการ

สำเนาทะเบียนบ้าน

สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้านของคู่สมรส (ถ้ามี)

-สำเนาทะเบียนสมรส/หย่า/ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)

สำเนาใบมรณบัตร และทะเบียนสมรสของคู่สมรส (ในกรณีคู่สมรสเสียชีวิต)

  • เอกสารแสดงหลักประกันที่นำมารีไฟแนนซ์

สำเนาแสดงกรรมสิทธิ์หลักประกัน เช่น โฉนดที่ดิน หรือ หนังสือรับรองกรรมสิทธิ์ห้องชุด

-ใบอุนญาตปลูกสร้าง/หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้าง เช่น สำเนาหนังสือสัญญาขายที่ดิน ทด.13 หรือสัญญาให้ที่ดิน ทด.14

-สำเนาหนังสือสัญญาจำนองที่ดิน

-สำเนาสัญญากู้เงินธนาคารเดิม

-สำเนาใบเสร็จเงินกู้เดือนล่าสุด

-แผนที่ตั้งหลักประกันโดยสังเขป

  • เอกสารแสดงรายได้

แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ผู้มีรายได้ประจำกับธุรกิจส่วนตัว

1.สำหรับบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ประจำ

  • สลิปเงินเดือน หรือหนังสือรับรองการทำงาน (ตัวจริง)
  • รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน
  • สำเนาหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)

2.สำหรับบุคคลธรรมดาทั่วไปที่ทำธุรกิจส่วนตัว

  • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน/ใบทะเบียนการค้า
  • สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีชื่อกู้/ผู้กู้ร่วม
  • สำเนารายการเดือนบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน (ทั้งในนามบุคคลและกิจการ)
  • สำเนา ภ.พ. 30 (ถ้ามี)

**ทั้ง 2 ประเภทนี้ ถ้ามีผู้กู้ร่วมก็ต้องให้ผู้กู้ร่วมเตรียมเอกสารข้อมูลส่วนบุคคลและเอกสารแสดงรายได้ดังกล่าวมาด้วยเช่นกัน

 

4.ยื่นขอสินเชื่อไฟแนนซ์

หลังจากที่ยื่นสินเชื่อไฟแนนซ์ไปแล้ว ทางธนาคารจะส่งเจ้าหน้าที่มาประเมินราคาหลักประกันของคุณเพื่อประกอบการอนุมัติ และเมื่อได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ธนาคารจะแจ้งให้เราติดต่อกับธนาคารเดิม เพื่อสอบถามยอดหนี้คงเหลือและนัดวันไถ่ถอน

 

5.ทำสัญญาและจดจำนองที่ดิน

ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารใหม่จะนำสัญญาไปให้เซ็นที่กรมที่ดิน พร้อมกับการทำสัญญาจำนองที่กรมที่ดินในวันเดียวกัน ก็เป็นอันเสร็จสิ้น (ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ) 

 

ประโยชน์ที่จะได้จากการ รีไฟแนนซ์บ้าน

ในส่วนของประโยชน์หลักๆ ที่ผู้ขอสินเชื่อจะได้รับหลังจากการขอรีไฟแนนซ์บ้านคือ ผู้ขอสินเชื่อจ่ายค่าผ่อนชำระรวมอัตราดอกเบี้ยต่อเดือนน้อยลง โดยผู้ขอสินเชื่อสามารถปรับจำนวนเงินชำระต่องวดและจำนวนปีที่ต้องผ่อนชำระให้เหมาะสมกับความสามารถทางการเงินของผู้ขอสินเชื่อทั้งในปัจจุบันและอนาคต ตัวอย่างเช่น หากยอดหนี้ในการผ่อน บ้าน กับธนาคารเดิมคงเหลือ 4,000,000 บาท รวมระยะเวลาผ่อน 25 ปี ต้องจ่ายดอกเบี้ยประมาณ 4,328,865 บาท รวมแล้วต้องชำระยอดรวมค่า บ้าน ทั้งสิ้น 8,328,865 บาท ที่อัตราดอกเบี้ยที่ 6.8% แต่หากนำ บ้านเดี่ยว เข้ามารีไฟแนนซ์ที่คิดอัตราดอกเบี้ย 3.75% จะทำให้เหลือเงินที่ต้องผ่อนชำระเพียง 6,169,575 บาท ทั้งยังช่วยย่นระยะเวลาการส่งงวดลงได้ด้วย เรียกว่าลดทั้งดอกเบี้ยและลดทั้งจำนวนปีไปพร้อมกัน เป็นการช่วยให้ผู้กู้สินเชื่อมีสภาพคล่องทางการเงินมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังได้วงเงินเพิ่มจากเดิม เหลือเงินก้อนใหญ่เก็บไว้ใช้ประโยชน์ในยามเกิดเหตุการณ์คับขันขึ้นในครอบครัวอีกด้วย

เป็นอย่างไรบ้างสำหรับข้อมูลดีๆ ของการรีไฟแนนซ์บ้านคือ อะไรที่นำเรามาฝาก จะเห็นว่าการรีไฟแนนซ์บ้านไม่ได้เป็นการเพิ่มหนี้แต่เป็นการช่วยทำให้ภาระหนี้น้อยลง ดังนั้นหากใครผ่อน บ้านเดี่ยว หรือ คอนโด ได้เกิน 3 ปี และไม่ติดเงื่อนไขใดๆ กับธนาคาร แนะนำให้นำบ้านไปรีไฟแนนซ์กับธนาคาร แต่อย่าลืมพิจารณาเงื่อนไขของสัญญาเดิมและสัญญาใหม่ให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ เพื่อความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุดในการรีไฟแนนซ์บ้าน

  • Share :

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า