เอสซี แถลงผลประกอบการไตรมาส 3 ปี2557
18 พฤศจิกายน 2014

เอสซีฯปลื้ม ผลประกอบการ 9 เดือนทะลุเป้า มีรายได้รวม 8,221 ล้านบาท กำไรสุทธิ 941 ล้านบาท เติบโตมากกว่า 20% ทั้งรายได้และกำไรสุทธิ มั่นใจทั้งปีรายได้ตามเป้า 12,000 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าพัฒนาอาคารสำนักงานแห่งใหม่

นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยถึงความสำเร็จของผลประกอบการภายใต้นโยบายการเติบโตอย่างยั่งยืน สรุปผลประกอบการ 9 เดือน บริษัทฯมีรายได้รวม 8,221 ล้านบาท เติบโต 21% โดยเป็นรายได้จากการดำเนินงาน 8,191 ล้านบาท กำไรสุทธิ 941 ล้านบาท และยอดขาย 6,095 ล้านบาท ทั้งนี้ในปีนี้เอสซีฯ มีรายได้จากการโอนคอนโดมิเนียม 6 โครงการ ซึ่งมีมูลค่ารวมและสัดส่วนสูงกว่าทุกปีที่ผ่านมา
ณ สิ้นไตรมาส 3 รายได้จากการโอนคอนโดมิเนียมมีมูลค่ารวม 3,107 ล้านบาท ประกอบไปด้วย โครงการ เดอะ เครสท์ สุขุมวิท 24, โครงการเดอะเครสท์ สุขุมวิท 49, โครงการ เดอะเครสท์ ซานโตรา หัวหิน, โครงการแชมเบอร์ส รามอินทรา, โครงการเซ็นทริค สาทร-เซนหลุยส์, และโครงการ เซ็นทริค ติวานนท์ สเตชั่น ซึ่งทุกโครงการได้รับการตอบรับตามที่ คาดการณ์ไว้
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/2557 มีการเติบโตทางรายได้สูงถึง 41% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา มีรายได้รวม 3,894 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากโครงการที่อยู่อาศัย 3,666 ล้านบาท และอาคารสำนักงานให้เช่า 216 ล้านบาท กำไรสุทธิ 526 ล้านบาท และมียอดขายเท่ากับ 2,632 ล้านบาท
ไตรมาส 3 ที่ผ่านมานี้ มีการเปิดพรีเซลส์โครงการใหม่ระดับพรีเมี่ยม 3 โครงการ คือ 1.โครงการบ้านเดี่ยว ไลฟ์ บางกอก บูเลอวาร์ด แจ้งวัฒนะ ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 28 ไร่ มูลค่าโครงการ 830 ล้านบาท เริ่มต้น 7-10 ล้านบาท 2.โครงการบ้านเดี่ยว ไลฟ์ บางกอก บูเลอวาร์ด วงแหวน-พระราม 9 ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 45 ไร่ มูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท เริ่มต้น 5-8 ล้านบาท 3.โครงการเวิร์คเพลส ราชพฤกษ์-จรัญฯ โฮมออฟฟิศดีไซน์ใหม่ มูลค่าโครงการ 720 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 4.99-12 ล้านบาท ปัจจุบันทั้ง 3 โครงการได้รับการตอบรับที่น่าพอใจ สร้างยอดขายรวมกันประมาณ 400 ล้านบาท เนื่องจากตั้งอยู่ในทำเลที่โดดเด่น สะดวกสบาย และมีการออกแบบที่ตอบสนองในเรื่องฟังก์ชั่นได้ครบถ้วน ตามหลักคิด 5 จุดขายหลักของเอสซีฯ
ส่วนภาพรวมโครงการเพื่อขาย ณ สิ้นไตรมาส 3 เอสซีฯมีโครงการที่เปิดขายทั้งหมด 32 โครงการ มูลค่าโครงการคงเหลือเพื่อขายประมาณ 24,650 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 24 โครงการ และโครงการแนวสูง 8 โครงการ โดย ณ 30 กันยายน 2557 มียอดขายรอโอน(Backlog) รวมมูลค่าประมาณ 10,500 ล้านบาท และจะสามารถรับรู้เป็นรายได้สำหรับไตรมาส 4 ได้ทันที มูลค่ากว่า 2,200 ล้านบาท

นายณัฐพงศ์กล่าว “เรามีความมั่นใจที่จะทำรายได้ได้ตามเป้าหมาย 12,000 ล้านบาทหรือเติบโต 20% จากปีที่ผ่านมา ไตรมาส 4 ของทุกปีเป็นช่วงไฮซีซั่นของการขายและเรามี Backlog พร้อมโอนในไตรมาสนี้สูงถึง 2,200 ล้านบาท ผนวกกับตั้งแต่เริ่มครึ่งปีหลังเป็นต้นมา ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเริ่มปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ ทุกโครงการทุกระดับราคาภายใต้แบรนด์เอสซีฯ มีจำนวนผู้เยี่ยมชมเฉลี่ยมากขึ้นกว่า 25% โดยเฉพาะในโครงการบ้านที่ระดับราคาตั้งแต่ 10 ล้านขึ้นไป มีอัตราการจองต่อแวะดีขึ้นเกือบ 2 เท่า สะท้อนถึงแนวโน้มที่ปรับตัวดีขึ้น เราเชื่อมั่นว่าปีนี้เอสซีฯจะทำได้ตามเป้าหมาย และจะมีรายได้และกำไรสุทธิสูงที่สุดตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจมา”

นายณัฐพงศ์สรุปเพิ่มเติมถึงความคืบหน้าของอาคารสำนักงานแห่งใหม่ “เอสซี แอสเสท กำลังพัฒนาโครงการอาคารสำนักงานแห่งใหม่ บนถนนพหลโยธิน ทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS อารีย์ ปัจจุบันโครงการได้รับการพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมเป็นที่เรียบร้อย และได้เริ่มงานเสาเข็มเจาะแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 2 ปี แล้วเสร็จต้นปี 2560 เป็นอาคารสูง 24 ชั้น และชั้นใต้ดิน 1 ชั้น รวมพื้นที่อาคารสำนักงานประมาณ 13,000 ตารางเมตร มูลค่าการลงทุนประมาณ 1,170 ล้านบาท ธุรกิจอาคารสำนักงานเพื่อเช่าปัจจุบันอุปสงค์เติบโตเร็วกว่าอุปทานเห็นได้จาก occupancy rate และอัตราค่าเช่า มีการปรับตัวสูงขึ้นทุกๆปีต่อเนื่องกัน โดยเฉพาะช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และเมื่อพิจารณาควบคู่กับปัจจัยบวกจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อุปสงค์จะเติบโตขึ้นอีกมาก สวนทางกับการเติบโตของอุปทาน เพราะที่ดินในทำเลใจกลางเมืองมีจำนวนจำกัด การพัฒนาอาคารสำนักงานเพื่อเช่า ในช่วงเวลานี้ถือว่าเป็นจังหวะที่ดี เพื่อรองรับอุปสงค์ที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต”